"สามารถ"เชียร์84 สว.ลงชื่อยื่นซักฟอกรัฐบาลตามมาตรา153

การเมือง15 ม.ค. 2567 • 13:15 น.
"สามารถ"เชียร์84 สว.ลงชื่อยื่นซักฟอกรัฐบาลตามมาตรา153

วันที่ 15 ม.ค.67 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศครับ วันนี้ผมสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ก็จะมาสื่อสารกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ผ่านรายการสามารถ 5 นาที ช่องทางเฟซบุ๊ก​ สามารถ เจนชัยจิตรวนิช และช่องทาง TikTok: jopstoploss ครับ วันนี้ต้องขอบคุณท่านสมาชิกวุฒิสภาทุกท่าน วันนี้ได้ทราบมาว่า เกิน 84 เสียง แล้วในการที่จะยื่นอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 153 ของรัฐธรรมนูญจะยื่นอภิปรายรัฐบาล พูดง่ายๆว่าจะซักถามรัฐบาล เพื่อให้ชี้แจงให้ประชาชนได้ฟัง ในปัญหาที่ประชาชาชนสงสัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนักโทษเทวดาชั้น 14 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินดิจิตอล สรุปจะได้หรือไม่ได้ สรุปแล้วรัฐบาลจะกู้ได้หรือไม่ได้ ถ้าทำแล้วจะผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าทำแล้วจะทำแล้วประชาชนจะเดือดร้อนหรือไม่

นายสามารถ กล่าวต่อว่า นั่นคือสิ่งที่ประชาชนเคลือบแคลงสงสัยครับ ผมเองก็ดีใจครับ ที่ท่าน ส.ว. ลงชื่อมากกว่า 84 คน หาญกล้าที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง มีคนเคยถามผมว่า ส.ว. มีไว้ทำไม วันนี้ผมมั่นใจว่าประชาชนได้คำตอบแล้ว​ สมาชิกวุฒิสภาทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลแทนพรรคฝ่ายค้าน

วันนี้พรรคฝ่ายค้านอย่าไปว่าพรรคอื่นเลย เพราะพรรคประชาธิปัตย์มีแค่ 25 เสียง ส่วนพรรคก้าวไกลมี 151 เสียง ตัดออกไป 2 คน เหลือ 149 เสียง คุณพิธา ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เหลือ 148 เสียง มีถึง 148 เสียง กลับไม่ยื่นอภิปรายทั่วไป ไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ​ แถมยัง ไม่ถอดถอนนายกรัฐมนตรี นี่จึง​เป็น​ประเด็น​ที่ประชาชนเขาถึงถามว่ามีพรรคก้าวไกลไว้ทำไม มีพรรคนี้ไว้ทำหน้าที่อะไร ไม่ใช่มาตั้งคำถามว่ามี ส.ว. ไว้ทำไม​ หรือสิ่งที่เขาพูดกันหนาหูว่าในช่วงเดือนเมษายน ถึงช่วงเดือนมิถุนายน ที่ผ่านในปี พ.ศ. 2566 คุณธนาธรไปพบคุณทักษิณที่ฮ่องกงจริงหรือไม่??

มีการทำปฏิญาณที่ฮ่องกงจริงหรือไม่?? ที่บอกว่าจะไม่แตะต้องคุณทักษิณ แล้วข่าวที่ว่าจะร่วมกับพรรคเพื่อ​ไทย

ถ้า ส.ว. หมดอายุเมื่อไหร่ พรรคก้าวไกลก็จะจับมือกับพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล นี่แปลว่าสิ่งที่คุณพิธาบอกว่าให้ ซื่อสัตย์ต่อประชาชน ก็แปลว่าแบบนี้ไม่ซื่อสัตย์​ เพราะว่าการซื่อสัตย์นั้นคือการรู้หน้าที่ของตัวเอง​ แล้วก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองด้วย แต่ปรากฏว่าวันนี้พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ไม่ยอมทำหน้าที่ของตัวเอง ทั้งที่สภาจะปิดต้นเดือนเมษายน 2567 วันนี้ก็มากลางเดือนมกราคม 2567 แล้ว พูดง่ายๆว่าผ่านมาครึ่งเดือน เหลืออีกครึ่งเดือน เหลือว่าอีกแค่ 2 เดือนครึ่ง แต่พรรคก้าวไกลไม่คิดจะทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลเลย

วันนี้​ผมมาทานข้าว ถามแม่ค้าว่าเป็นยังไงบ้าง อยากได้เงินดิจิตอลไหม ร้านค้าบอกไม่อยากได้ เขาไม่เอา ไม่อยากให้ประเทศไทยเป็นหนี้มากกว่านี้แล้ว เขาสงสารลูกหลานคนไทย ประชาชนยังมีวิธีคิด ร้านค้ายังมีวิธีคิด แต่พรรคก้าวไกลกลับไม่ทำอะไรที่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ผมคิดว่าท่านควรจะพิจารณาตัวเองได้แล้ว

ส.ว. เขาทำหน้าที่ในบทบาทสภาสูง เขามาใช้การยื่นญัตติมาตรา 153 ตามรัฐธรรมนูญ แต่ก้าวไกลมีทั้งญัตติมาตรา 151 มาตรา 152 คือรัฐธรรมนูญให้อำนาจท่านมากกว่า ส.ว. เพราะมาตรา 151 คือหน้าที่ฝ่ายค้าน มาตรา 152 คือหน้าที่ฝ่ายค้าน พูดง่ายๆว่าเขาให้ ส.ส. ทำหน้า​ที่ตามญัตติมาตรา151 และ มาตรา 152 คือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจกับ กับอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ส่วนมาตรา 153 ให้ ส.ว. ทำ แปลว่า ส.ว. ต้องทำหลัง ส.ส. แต่ปรากฏว่า ส.ส. ที่นั่งอยู่ในสภาเป็นฝ่ายค้านกับไม่ปฏิบัติหน้าที่ ประชาธิปัตย์เขามีแค่ 25 เสียง พรรคคุณหญิงหน่อยหายไปอีก 3 เสียง ไม่มีใครจะยื่นได้ถ้าไม่ใช่พรรคก้าวไกล แล้วตอนที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าผู้นำฝ่ายค้าน นายชัยธวัช​ใส่ชุดขาวติดเข็มไปรับพระบรมราชโองการ แต่ทำไมเวลานี้ถึงไม่ทำหน้าที่ นายสามารถกล่าวต่อว่า

นั่นคือสิ่งที่ผมบอกว่า การซื่อสัตย์ต่อประชาชนนั้น คือการทำหน้าที่สภาชิกสภาผู้แทนราษฏร ให้สมศักดิ์ศรีตามที่ประชาชนไว้ใจและเชื่อใจเลือกมา เขาไม่ได้เลือกให้คุณเป็นรัฐบาล เขาเลือกให้คุณไปเป็น ส.ส. แล้ว ส.ส. ไปทำหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรี ส.ส. บวก ส.ว. ทำหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรี สุดท้ายพอตอนนี้​พรรคก้าวไกลได้เป็นฝ่ายค้าน กลับไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองดังนั้น​หัดทำหน้าที่ตัวเองก่อนดีกว่า​ ไม่อย่างนั้นชาวบ้าน​จะตั้งคำถามว่ามีพรรคก้าวไกลไว้ทำไม??