“ก้าวไกล” ยื่น 2 กมธ.สภาฯ จี้ตรวจสอบ-เร่งเยียวยา ปมเรือบรรทุกน้ำมันระเบิดสมุทรสงคราม

การเมือง19 ม.ค. 2566 • 15:13 น.
“ก้าวไกล” ยื่น 2 กมธ.สภาฯ จี้ตรวจสอบ-เร่งเยียวยา ปมเรือบรรทุกน้ำมันระเบิดสมุทรสงคราม

 

วันที่ 19 ม.ค. 66 ที่รัฐสภา นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคก้าวไกล ยื่นหนังสือถึงนายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการที่ดิน สภาผู้แทนราษฏร และนายกัญจน์พงศ์  จงสุทธนามณี กรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฏรขอให้ตรวจสอบกรณีเกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมันระเบิด ที่ จ.สมุทรสงคราม ว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้เสียชีวิต8 คน บ้านเรือนได้รับความเสียหายหลายร้อยหลังคาเรือน พ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวสมุทรสงคราม จึงให้ตนเป็นตัวแทน เข้าร้องต่อกรรมาธิการ ให้ร่วมตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ ทั้งเรื่องเร่งรัดเยียวยาความเสียหายของบ้านเรือน  เนื่องจากกังวลใจว่าอาจจะได้รับการเยียวยาช้าหรือถูกปฏิเสธ รวมถึงถูกตรวจสอบประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นภายในชุมชนว่ามีกฎหมายอะไรบ้างที่จะสามารถควบคุมได้ 

ด้านนายกัญจน์พงศ์ กล่าวว่า ตนจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การประชุมวันพฤหัสบดีหน้า โดยมีการเชิญท่านอธิบดีกรมเจ้าท่า, อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ผู้ว่าราชการจังหวัด, ตำรวจในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์เรือระเบิดดังกล่าว มีต้นสายปลายเหตุมาจากอะไร และมีแนวทางป้องกันในการเยียวยาพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างไรบ้างและรวดเร็วแค่ไหน

“ต้องอย่าลืมว่าเมื่อปีที่ผ่านมา มีเคสลักษณะนี้เกิดขึ้น 2 ครั้งติดกัน ผมจำวันที่ไม่ได้ น่าจะเป็นมี.ค. ผมคิดว่าเป็นเหตุซ้ำซาก เราต้องมานั่งคุยกันว่าที่จริงแล้ว การดำเนินประเภทที่มีความเสี่ยง เรือที่มีเชื้อเพลิงหรือไม่มีเชื้อเพลิงเสี่ยงต่อเหตุระเบิด เข้ามาในเขตชุมชน ยังมีความจำเป็นต่อพี่น้องประชาชนอยู่หรือไม่ หากมีความเสี่ยงต่อชุมชน” 

นายกัญจน์พงศ์ กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าเรื่องแบบนี้ต้องหารือกันในหน่วยงานทั้งกรมเจ้าท่า และกระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแล ซึ่งครั้งนี้ผู้เสียชีวิตเท่าที่ทราบตอนนี้คือ 8 ราย นอกจากนี้ยังมีบ้านเรือนประชาชน มีความเสียหายแผ่ไปเรื่อยๆ

“กรรมาธิการเคยเรียกกรมเจ้าท่า กับบริษัทท่าเรือที่ระเบิดครั้งที่แล้วมาหารือกัน แล้วอยากให้เอาเหตุการณ์ครั้งก่อนมาถอดบทเรียน” นายกัญจน์พงศ์กล่าว

ขณะที่นายนิติพล กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่ที่มีการรั่วไหลของคราบน้ำมัน ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ตั้งข้อสงสัยว่าในชุมชนเป็นพื้นที่ป่าชายเลน แต่สามารถมีเรือบรรทุกน้ำมันแบบนี้ได้อย่างไร ทั้งนี้จะต้องไปพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอีกรอบต่อไป