"อัจฉริยะ"ยื่นกมธ.ป.ป.ช. สภา ฟันอัยการสั่งไม่ฟ้องไอ้หื่นรุมโทรมหญิง ด้าน "เสรีพิศุทธ์"ยกคดี "ห้างทอง"เทียบสรุปไม่ตรงใจผบ.ตร.สั่งทำใหม่ คล้ายคดีบอส กระทิงแดง
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร รับยื่นหนังสือจากนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เพื่อขอให้ตรวจสอบคดีหญิงสาวถูกรุมโทรมเมื่อปี 60 ที่อ.หนองแค จ.สระบุรี ผู้ต้องหายังลอยนวล ทั้งที่พยานหลักฐาน ผลตรวจดีเอ็นเอ ชี้ชัดว่า ไม่ได้แขวนคอตาย และรู้ตัวผู้ต้องหาชัดเจน แต่อัยการกลับไม่สั่งฟ้อง ไม่ต่างจากคดีของบอส กระทิงแดง
นอกจากนี้ยังรับหนังสือจากนางเยาวลักษณ์ นิรันดร ถูกพี่สาวฟ้องข้อหาบุรุกยามวิกาล เนื่องจากได้เข้าไปเยี่ยมคุณพ่อไม่สบาย แต่กลับเจอข้อหาบุกรุก ทั้งตำรวจ และอัยการสั่งฟ้อง คิดว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ชอบมาพากล และมีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง ซึ่งผิดจากคดีบอส กระทิงแดง ที่ไม่มีคนรับผิดชอบอะไรเลย
ด้านพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า จะรับทั้งสองเรื่องไว้ดำเนินการ เนื่องจากเป็นการกล่าวหาการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และทั้ง 2 เรื่องอยู่ในอำนาจของกมธ.ซึ่งเกี่ยวกับความเห็นของตำรวจ และอัยการ และตรงกับการทำงานของกมธ. โดยเฉพาะคดีของคนมีเงิน การทำสำนวนเปลี่ยนไปได้ ซึ่งเรื่องของนายอัจฉริยะ เป็นการสั่งคดีนิติกรรมอำพราง ส่วนเรื่องของนางเยาลักษณ์ การไปเยี่ยมคุณพ่อ ไม่ใช่คดีบุรุก แต่ตำรวจสั่งฟ้องได้อย่างไร ถ้าไม่มีอิทธิพล หรือตำรวจไม่สั่ง และพบว่ามีการตั้งพนักงานสอยสวนขึ้นมาใหม่ เหมือนกับสมัยที่ตนเคยทำหน้าที่รักษาการผบ.ตร.กรณีนายห้างทอง ธรรมวัฒนะ ซึ่งมีการพิสูจน์เรียบร้อยแล้ว แต่ญาติต้องการให้ผ่าศพพิสูจน์ใหม่ เมื่อตนพิสูจน์เสร็จแล้วและส่งไปให้ผบ.ตร.ในขณะนั้น แต่ไม่ตรงกับความเห็นของผบ.ตร.ก็สั่งให้ตั้งกรรมการสอบใหม่ จึงทำให้ตนและผบ.ตร.สมัยนั้นมีปัญหากัน ซึ่งกรณีนี้คล้ายกับคดีบอส กระทิงแดง ที่ผู้ช่วยผบ.ตร.สั่งการแล้ว ผบ.ตร.สั่งใหม่