'ไชยันต์' ไขข้อสงสัย การสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ของพระบรมวงศานุวงศ์ ทำได้แต่ไม่ใช่เริ่มต้นด้วยการกล่าวหาหรือใส่ร้ายโดยไม่มีมูล

การเมือง30 ต.ค. 2564 • 11:31 น.
'ไชยันต์' ไขข้อสงสัย การสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ของพระบรมวงศานุวงศ์ ทำได้แต่ไม่ใช่เริ่มต้นด้วยการกล่าวหาหรือใส่ร้ายโดยไม่มีมูล
จากกรณีโลกออนไลน์ได้มีการพาดพิงถึงน.ส.แพทองธาร ถึงประเด็นในอดีตในการเข้าเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประเด็นการสอบเอ็นทรานซ์ขึ้นมา ต่อมา อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ได้ชี้แจงกรณีพาดพิง 'อุ๊งอิ๊ง' โยงข้อสอบเอนทรานซ์รั่ว เมื่อปี 2547 แต่ทำไมไม่ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ของพระบรมวงศานุวงศ์บ้าง ล่าสุด วันที่ 30 ต.ค.64 ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า... มีผู้คนตั้งคำถามข้อสงสัยเรื่องที่ผมโพสต์เกี่ยวกับปัญหาสอบเข้าเอนทรานซ์ ปี 2547 โดยพาดพิงไปถึงคุณ อุ๊งอิ๊ง ลูกสาวอดีตนายกฯ ทักษิณ แต่ทำไมไม่ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ของพระบรมวงศานุวงศ์บ้าง !? ผมขอเรียนว่า ในการทำให้กระบวนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยโปร่งใส เสมอภาคและเป็นธรรม ก็ควรตั้งคำถามกับบุคคลทุกคนที่ควรต้องสงสัย ไม่ว่าบุคคลผู้นั้นจะเป็นใครก็ตาม อันนี้ ผมว่า ทุกคนในสังคมคงไม่ปฏิเสธ ต่อมา ถ้าจะถามว่า เป็นไปได้ไหมว่า การสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ของพระบรมวงศานุวงศ์ที่ผ่านมา จะมีความไม่โปร่งใสเกิดขึ้นในทำนองเดียวกับกับที่เกิดขึ้นในปี 2547 ? ผมขอตอบว่า เป็นไปได้ครับ จะด้วยความเกรงกลัว ความสอพลอและหวังลาภยศ หรือทั้งสามอย่างก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น และอาจจะไม่มีสื่อหรือนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามสามารถหรือกล้าไปขุดคุ้ยอย่างในกรณีปี 2547 ด้วย ดังนั้น ผมคิดว่า สิ่งที่สังคมและผู้แสวงหาความยุติธรรมในกระบวนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยพึงกระทำ หากเกิดข้อสงสัยต่อพระองค์ใดในพระบรมวงศานุวงศ์ คือ การยื่นเรื่องไปที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารฯ เพื่อขอทราบผลการเรียนก่อนเข้ามหาวิทยาลัยของพระองค์นั้นๆ เพื่อดูความเป็นไปได้หรือเป็นไม่ได้ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ อาจมีผู้แย้งว่า จะทำได้หรือ ไม่เป็นการละเมิดข้อมูลส่วนตัวหรือ? อันนี้ ผมไม่ทราบในแง่ของกฎระเบียบเงื่อนไข แต่เข้าใจว่า ไม่ใช่อยู่ดีๆ ใครจะไปขอดูข้อมูลส่วนตัวที่ว่านี้ได้ หากไม่มีเหตุ ดังนั้น หากใครมีเหตุผลที่ดีอันควรให้สงสัย ผมว่าน่าจะกระทำได้ ต่อมาคือ การดูผลการเรียนหลังเข้าไปเรียนแล้ว ซึ่งก็เป็นไปได้อีกว่า บรรดาพระอาจารย์อาจจะกลัวหรือสอพลอหรือหวังลาภยศ แต่ไม่น่าจะเป็นกันทุกคน หากผลการเรียนบางวิชาที่ไม่ดี ก็ต้องดูต่อไปด้วยว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนของวิชานั้นเป็นอย่างไร และมีนิสิตนักศึกษาที่ได้คะแนนไม่ดีเป็นจำนวนมากน้อยแค่ไหน หากไม่สามารถตรวจสอบผลการเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมว่า บรรดาเพื่อนๆร่วมชั้นเรียนนั้นแหละจะเป็นผู้ที่รู้ และหากพวกเขาไม่กล้าพูดออกมาตรง เพราะกลัว ผมเชื่อว่า มันจะต้องมีการซุบซิบนินทาเป็นข่าวลือออกมาให้ได้ยินกันบ้าง ดังนั้น ผมจึงอยากจะถามว่า มีใครเคยได้ยินข่าวลือประเภทนี้เกี่ยวกับพระองค์ใดบ้าง ? ผมว่า ในยุคนี้ ครอบครัวของคนรวย คนมีอำนาจ จะใช้เส้นสายเข้าให้ใครไปล้วงดูข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยนั้น ทำได้ยากขึ้นกว่าเดิมมาก เพราะผู้คนส่วนใหญ่จะคอยจับตาดูอยู่ และยิ่งหากมีอะไรให้ตั้งข้อสงสัยได้อย่างในกรณีการสอบปี 2547 ก็ยิ่งจะมีโอกาสถูกตรวจสอบตั้งคำถาม โดยเฉพาะการเป็นลูกนายกรัฐมนตรี หรือแม้แต่พระบรมวงศานุวงศ์ ถ้าเกิดมีประเด็นน่าสงสัย ซึ่งก็น่าเสียดายที่การตรวจสอบในปี 2547 จบลงโดยยังมีข้อให้สงสัยต่อ (ดู #เหยื่ออธรรมนิรนาม) และยิ่งเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ด้วยแล้ว ยิ่งลำบากใหญ่ เพราะอย่างที่รู้ๆว่า นอกจากสังคมจะจับตาดูเป็นพิเศษแล้ว สังคมก็มักจะล่วงรู้ "ข่าวลือ" ความเป็นไปวงใน ซึ่งไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง อยู่เรื่อยๆเสมอมา และหากมีการทุจริตในการสอบ ซึ่งร้ายแรงน้อยกว่าข้อกล่าวหาต่างๆที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ ก็น่าจะมีข่าวลือเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินกันบ้าง ด้วยเหตุนี้ ผมจึงถามว่า มีใครเคยได้ยินข่าวลือประเภทนี้ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยโดยไม่สุจริตและยุติธรรมเกี่ยวกับพระองค์ใดบ้าง ? การตั้งข้อสงสัยเพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรมและเสมอภาคในสังคม เป็นสิ่งที่พึงกระทำ แต่ต้องไม่ใช่เริ่มต้นด้วยการกล่าวหาหรือใส่ร้าย โดยไม่มีมูล