นสพ.สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์... “ป้อม” Never Dies ! but just fade away

การเมือง6 มิ.ย. 2560 • 08:36 น.
นสพ.สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์...	“ป้อม”  Never Dies ! 	but just fade away
คอลัมน์ รายงานพิเศษ “ป้อม” Never Dies ! but just fade away แม้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม จะกลับมาทำงาน หลังจากหายไป เกือบ 2 สัปดาห์ แล้ว ก็ตาม ทว่า กระแสข่าวลือ ที่เกิดจาก สิ่งที่ไม่ชัดเจน ความหวาดวิตก จากอาการป่วย ของพล.อ.ประวิตร ยังคงสะพัด โดยเฉพาะโอกาสที่ พล.อ.ประวิตร จะกลับมาแข็งแรง พอที่จะทำงาน และดูแลความมั่นคงไหวหรือไม่ ท่ามกลางเสียงระเบิดที่ดังขึ้น เป็นระยะๆ และโอกาสที่จะหลุดจากคณะรัฐมนตรี  และไปพักผ่อน แบบยาวๆ ก็ยังคลอกระแสการเมือง และ กองทัพ ทั้งนี้เพราะ การปรากฏตัว ของ พล.อ.ประวิตร  ได้ทำให้ กระแสข่าวที่ว่า เขาป่วยหนัก และเข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจตีบตัน นั้น เป็นเรื่องที่มีเค้าความจริงสูง พล.อ.ประวิตร ใช้เวลา หลายวินาที กว่าที่จะก้าวเดินลงจากรถ หลังจากที่รถจอด แล้ว ภาพ พล.อ.ประวิตร ที่นายทหารในกลาโหม และนักข่าว เห็นพร้อมๆกัน ทำให้ "ใจหาย" เพราะดูอิดโรย ตามประสา คนเพิ่งลงจากเตียงคนไข้ ว่ากันว่า การทำบอลลูน เส้นเลือดหัวใจ 2 เส้น นั้น ระยะฟื้นตัว อย่างน้อย 2 สัปดาห์ โดยเฉพาะ อายุ 72 ยิ่งต้องใช้เวลาพักฟื้นมากขึ้น แต่ด้วย สถานการณ์ระเบิด และในฐานะที่ดูแลความมั่นคง พล.อ.ประวิตร จึงต้อง ลงจากเตียงคนไข้ก่อนกำหนด การกลับมาครั้งนี้ พล.อ.ประวิตร จึงไม่เหมือนเดิม เดินช้าลง ดูอิดโรย ซูบผอม เพราะน้ำหนักลดไป 10 กิโลกรัม เลยทีเดียว ที่สำคัญ คือ พูดช้า พูดเบาลง เสียงหายเป็นบางคำ เวลาพูดนิ่ง ไม่มีอารมณ์ หรือมีคำต่อว่านักข่าว เช่นที่เคย แม้นักข่าว พยายามจะถามถึงอาการป่วย แต่ พล.อ.ประวิตร ก็บอกว่า ไม่เป็นอะไร สบายดี และตัดบท เลี่ยงไปให้สัมภาษณ์เรื่องอื่น แม้ว่าพล.อ.ประวิตร จะมีรอยยิ้ม และตอบคำถามสื่อมวลชนทุกคำถาม แต่ก็ตอบช้าลง และเว้นจังหวะ คิดก่อน  เมื่อถามว่า ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา. พล.อ.ประวิตร ยิ้มก่อนจะกล่าวว่า “ไหวสิ ถ้าไม่ไหวก็ไม่ทำงานแล้ว ไม่เป็นไร ไม่มีอะไร” “ไม่เป็นอะไร เป็นนิดหน่อย ขอเวลา อีก 10 วัน  จะกลับคืน มาเป็นปกติแล้ว” พล.อ.ประวิตรกล่าว พร้อม ชู 2 นิ้ว การกลับมาทำงานที่กระทรวงกลาโหมครั้งแรก หลังป่วย จึงมีการปิดห้องหารือ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.สส. ผบ.เหล่าทัพ ราว 1 ชม. ก่อนประชุมสภากลาโหม ต่ออีก 1 ชม. และทานอาหารกลางวัน  ร่วมกัน ที่ ผบ.เหล่าทัพ ได้ให้กำลังใจและอวยพรให้ หายป่วยโดยเร็ว การที่ “บิ๊กป้อม” หายตัวไปแบบเงียบๆ นานเกือบ 2 สัปดาห์ พร้อมสั่งปิดข่าว แต่มีข่าวสะพัดว่า ป่วยหนักนั้น ทำให้ นายทหารในกองทัพ ใจคอ ไม่ดี เพราะเหมือน เขาเสาหลัก ด้านความมั่นคง ยิ่ง ช่วงนั้น ลือกันหนาหู ว่า พล.อ.ประวิตร อาการหนัก  และอาจจะพักยาวเลย ก็หวั่นไหว กันไม่น้อย เพราะต้องยอมรับว่า พล.อ.ประวิตร เป็นพี่ใหญ่ ในรัฐบาล และ คสช. และกองทัพ หากเป็นอะไรไปสักคน คงทำให้กองทัพและรัฐบาล ระส่ำ ไม่น้อย “ท่านกลับมาก็ทำให้พวกเรามี ขวัญกำลังใจดีขึ้น” บิ๊กเจี๊ยบ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ. ทบ. กล่าว พล.อ.ประวิตร กลับมาปรากฏตัว ในสภาพที่ไม่แข็งแรงนัก. แม้จะทำให้ นายทหารในกองทัพ ดีใจ ก็ตาม แต่ก็ไม่มั่นใจว่า จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมหรือไม่เพราะครั้งนี้ถือว่า หนักที่สุดถึงขั้น ต้อง admitt และผ่าตัด จากเดิมที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร ยืนยันว่า ตนเองแข็งแรง ไม่เคย เป็นลม และไม่เคยถูกแอดมิท ยกเว้น เคยหกล้ม เมื่อปี 2558 จนแขนต้องใส่เฝือกอ่อน ใช้เวลาพักฟื้น 2 สัปดาห์. แต่ก็ต้องระวังตัว พล.อ.ประวิตร เป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ปลายประสาท มีปัญหา เดินเซ และจะล้มบ่อยๆ เพราะเมื่อ เม.ย.ปี 2559 พล.อ.ประวิตร ก็ไปหาหมอ ที่เมืองจีน รักษา ก่อนจะบินไปพักผ่อน ที่สวิสเซอร์แลนด์ เม.ย.ปี 2560 ที่ผ่านมา ช่วงสงกรานต์ เช่นกัน พล.อ.ประวิตร ก็ลาไปต่างประเทศ บอกไปพักผ่อน โดยมีข่าวว่า ไปสวิสฯ อีกเช่นเคย การป่วยครั้งนี้ ทำให้ พล.อ.ประวิตร ถูกจับตามองว่า จะส่งผลให้ถึงขั้น ปรับครม. หรือไม่ หากสุขภาพ ไม่ไหวจริงๆ "ไหวสิ ผมยังไหว ถ้าไม่ไหว ผมก็ไม่ทำงานแล้ว" พล.อ.ประวิตร ยัน แต่ทว่าดู “บิ๊กป้อม” จะไม่ค่อยมั่นใจ ในคำตอบ มากนัก  แต่เชื่อกันว่า ถ้าไม่ถึงขั้น นอนอยู่ บนเตียง ลุกไปไหนไม่ได้ พล.อ.ประวิตรก็จะไม่หลุด ครม. แต่ปัญหาสุขภาพ ทำให้ พล.อ.ประวิตร ทำงาน เบาลง และ ทำหน้าที่ เป็นเสมือน ร่มโพธิร่มไทร ของน้องๆ ในกองทัพ และรัฐบาล ต่อไป เพราะทุกวันนี้ รัฐบาล คสช. และกองทัพ ยังอยู่กันได้โดยไม่แตกแยก มีปัญหา ก็เพราะบารมีของ พล.อ.ประวิตร   ดังนั้น จึงจำเป็นต้องอาศัย พล.อ.ประวิตร ต่อไป แม้ตัว พล.อ.ประวิตร จะสุขภาพ ไม่เต็มร้อย ก็ตาม ดังนั้น ต่อไป พล.อ.ประวิตร อาจจะมาประชุม นัดสำคัญ และ ครม. ส่วนงานที่เหลือ นั่งทำงานที่บ้าน ที่ ร.1 รอ. ก็ได้ เพราะมี “บิ๊กโด่ง” พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ช่วย ทำงานแทน อยู่แล้ว อีกทั้ง การจะหาใครมาเป็น รมว.กลาโหม ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะมีบารมีพอที่จะเอากองทัพ อยู่ รวมทั้ง จำเป็นต้องช่วย พล.อ.ประยุทธ์  ที่จะต้องเป็นรัฐบาลอีกปีกว่า และจะต้อง เตรียมสู้ศึกเลือกตั้ง อีกด้วย ไม่แค่นั้น  พล.อ.ประวิตร ยังเป็นห่วงกองทัพ เพราะมีงานค้างคา อีกหลายเรื่อง แม้ จะผลักดัน โครงการเรือดำน้ำ ให้ทร. สำเร็จแล้ว แต่ หนทางกว่าจะ ถึงวันที่ จีนจะเริ่มต่อเรือดำน้ำลำแรกให้ ก็ยังอีกยาวไกล จึงทำให้ เสร็จจากประชุม ครม.เมื่อวันที่ 30 พ.ค. แล้ว พล.อ.ประวิตร  ก็มาที่ กลาโหม เพื่อต้อนรับ พล.อ.Fang Fenghui ประธานกรมเสนาธิการร่วม คณะกรรมาธิการทหารกลาง สาธารณรัฐประชาชนจีนและคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ถือเป็นการรับแขก คณะแรก หลังจาก ไปนอนโรงพยาบาลรักษาตัว เพราะให้ความสำคัญกับ กองทัพจีน มีการหารือ ความร่วมมือกันป้องกันภัยทางทะเล และการฝึกอบรมบุคลากรสำหรับปฏิบัติการเรือดำน้ำ    ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจะหารือในรายละเอียด เพื่อพัฒนาไปสู่การจัดทำ "บันทึกความเข้าใจ" ร่วมกันในความร่วมมือทางทหารของกองทัพทั้งสองประเทศ โดยมีการตั้งคณะทำงานร่วม 2 ฝ่าย เพื่อเตรียมการ ร่าง MOU โดย เดือนมิ.ย.นี้ ทีมงานจากจีน จะมาคุยในรายละเอียด และดูพื้นที่การก่อสร้าง ศูนย์ซ่อมบำรุง โรงจอด ทั้งเรื่อง เรือดำน้ำ และอาการป่วยของ พล.อ.ประวิตร กำลังถูกมองว่า จะส่งผลต่อการเลือก ผบ.ทร.คนใหม่ หรือไม่ เพราะเดิม มีการคาดการณ์กันว่า พล.อ.ประวิตร จะหนุน “บิ๊กลือ” พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์  เสธ.ทร.  เพราะต้องการให้ สานต่อโครงการเรือดำน้ำจีน แต่ ตอนนี้มีข่าวสะพัดว่า  พล.ร.อ.ณะ ได้คุยกับ พล.อ.ประวิตร ไว้แล้วว่า จะให้ “บิ๊กนุ้ย” พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผช.ผบ.ทร. เป็น ผบ.ทร. ก่อน 1 ปี ในฐานะที่ อาวุโสกว่า และเป็น รุ่นพี่ ตท.16 และจะเกษียณ ก.ย.2561 ส่วน พลเรือเอก เสธ.ทร. รุ่นน้อง ตท.18 มีอายุราชการถึงปี 2563 ให้ต่อคิว รอ และยังคงจะให้ พล.ร.อ.ลือชัย ช่วยดูแล สานต่อ โครงการเรือดำน้ำ ต่อไป  หาก ต้องนั่ง เป็น รอง ผบทร. เพราะต้องมีเวลาในการทำเรื่องนี้โดยเฉพาะ โดยวางตัว “บิ๊กป๋อง” พล.ร.ท.พัชระ พุ่มพิเชษฐ์ รองเสธ.ทร. ที่เป็นคณะกรรมการฯเรือดำน้ำ ด้วย ขึ้นเป็น เสธ.ทร. คนใหม่ มาสานต่อ เรือดำน้ำจีน แต่อย่างไรก็ตาม มาวันนี้  พล.อ.ประวิตร กำลังป่วย อาจทำให้พลังอำนาจ ในการจัดโผทหาร กลับมาอยู่ในมือ พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ ผู้มีอำนาจตัดสินใจ ท้ายที่สุด ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง เกิดขึ้น อีกก็เป็นได้ แต่ไม่ว่า  ใครจะแรงกว่าใคร ทั้ง พล.ร.อ.นริส และ พล.ร.อ.ลือชัย ก็ยังพูดคุยสนิทสนม พูดคุย ทำงานด้วยกันตามปกติ เพราะทหารเรือ ถูกสอนมาดี ให้ยอมรับการตัดสินใจ ของ ผู้บังคับบัญชา เพราะท้ายที่สุด นายกฯและ บิ๊กป้อม ก็ต้องหารือกัน เพราะ ไม่ว่า จะอยู่ ในครม. ต่อไหว หรือไม่ แต่ บิ๊กป้อม ก็ไม่มีวันตาย แค่ ถอยห่าง ออกไป และคอย ช่วยชักไย อยู่เบื้องหลัง ตามเดิม