เปิดใจ “พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา” เมื่อ กกต.กลายเป็น “ตำบลกระสุนตก”
เรื่อง: พัชรพรรณ โอภาสพินิจ
เหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนก็จะเข้าสู่วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในวันที่ 24 มี.ค.ที่ถือเป็นงานใหญ่ในมือของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในขณะนี้ ที่จะต้องจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความสุจริต และเที่ยงธรรม
แต่ระหว่างทางจนกว่าจะถึงวันที่ 24 มี.ค. ทาง กกต.เองก็มีเรื่องร้อนๆ หลายเรื่องให้พอได้เหนื่อย จนหลายคนบอกว่า กกต.มีสภาพไม่ต่างไปจาก “ตำบลกระสุนตก” และ วันนี้ “สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์” จะพาไปอัพเดทความพร้อมของ กกต. กันอีกครั้ง ก่อนที่จะนับถอยหลังเข้าสู่วันเลือกตั้ง ผ่านการพูดคุยกับ “พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา” เลขาธิการกกต.
- อยากให้พูดถึงเรื่องการเตรียมความพร้อมของกกต.สำหรับการจัดการเลือกตั้ง 24 มี.ค.นี้ วันนี้เราพร้อมมากน้อยแค่ไหน
การจัดหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง และ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง กำลังดำเนินการกำหนดหน่วยเลือกตั้ง ขณะที่อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง รวมถึงงบประมาณต่างๆ ได้ดำเนินการจัดส่งไปแต่ละจังหวัดแล้ว ส่วนบัตรเลือกตั้งก็จะมีกำหนดเวลาในการจัดส่ง เรามีกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ที่เป็นมืออาชีพ ขณะที่การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 17 มี.ค. และการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 24 มี.ค. นี้ ทาง กกต. ได้ประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร
- ความพร้อม และความมั่นใจของเจ้าหน้าที่กกต. ทุกระดับ วันนี้มีเสียงสะท้อน ปัญหา หรือข้อหนักใจอะไรกลับมาที่กกต.ส่วนกลางหรือไม่
คงเป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายใหม่ ที่จัดให้มีการแถลงนโยบายต่างๆ บางเขตมีผู้สมัครส.ส. จำนวนมาก ซึ่งจะต้องส่งซีดีเกี่ยวกับนโยบายหาเสียงมาให้ตรวจ ทำให้เวลาไม่พอ แต่ทุกพื้นที่สามารถบริหารจัดการได้ ในส่วนของบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร หากต่างประเทศขาดเหลือ เราก็สามารถจัดส่งให้ได้ทัน ทั้งนี้ปัญหาต่างๆ เราได้เตรียมรับมือและวางแผนแก้ไขไว้แล้ว เพราะประสบการณ์จัดการเลือกตั้งในอดีต ทำให้เราคาดการณ์ได้ว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้าง
- การเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ดูเหมือนเป็นความหวังของพรรคการเมืองที่อดทนรอมา 4-5 ปี ย่อมจะเกิดแรงกดดันต่อทุกๆ ฝ่าย ในส่วนของกกต.เอง เรารับมืออย่างไร
อย่างเรื่องการร้องเรียน หรือปัญหาข้อกฎหมายที่มีการยื่นคำร้องให้ยุบพรรค หรือขัดขากัน ก็เป็นหนึ่งในการคาดการณ์ของทางกกต. ซึ่งการดำเนินกิจกรรมของพรรคเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้ง อันดับแรกอยากให้เป็นการหาเสียง โดยนำเสนอนโยบายทางบวกของแต่ละพรรค ทำอย่างไรให้ประชาชนอยู่ดีกินดี เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ วิธีนี้ดีกว่าการใช้ข้อกฎหมายมาฟาดฟัน ห้ำหั่นกัน มันเป็นทางลบ ไม่เหมาะสมกับระบอบประชาธิปไตยของเรา ทำให้ระบบเสียสมดุล กลายเป็นต้องออกมาเดินกลางถนนกันอีก ทั้งนี้กกต.ยืนยันว่าหากพรรคใดมีความผิดจริง ก็พร้อมติดตามตรวจสอบ ไม่ต้องรอให้มีการร้องเรียน
- หลายคนมองว่าวันนี้กกต.เปรียบเหมือน "ตำบลกระสุนตก" เพราะทุกเรื่อง ทุกคำร้อง พุ่งมาที่กกต.ในมุมมองของเลขาฯ เอง มองอย่างไร
มองว่า กกต. เปรียบเสมือนกรรมการ เป็นผู้จัดการเลือกตั้ง ต้องมุ่งไปสู่ความสำเร็จ โดยพรรคที่จะเข้าไปสู่สภาได้ต้องมีนโยบายที่ดี ปฏิบัติได้ มีประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ ส่วนคำว่า “ตำบลกระสุนตก” เป็นวาทกรรม ที่ถนนทุกสายมุ่งเข้ามาที่กกต. รวมถึงคำวิจารณ์ที่บอกว่ากกต.มีความเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม
ขอยืนยันว่า กกต. ทำตามกฎหมายด้วยความเป็นกลาง และพร้อมจัดการเลือกตั้งด้วยความสุจริต และเที่ยงธรรมด้วย ไม่มีข้อยกเว้นให้กับกลุ่มหรือพรรคการเมืองใด เพราะเราต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนให้ได้ว่าการเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรมจริงๆ
อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนติดตามการทำงานของ กกต. ว่า ได้ดำเนินการจริงหรือไม่ โดยเฉพาะในแง่ของกฎหมาย ที่เราไม่สามารถบิดพลิ้วได้อยู่แล้ว กกต. ทุกท่านก็มีความเป็นกลาง ตรงไปตรงมา อีกทั้งเรามีนโยบายเรื่องความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทางสำนักงานฯ จะต้องถือปฏิบัติ ส่วนปัญหา และคดีความต่างๆ มีคณะกรรมการไต่สวน พิจารณาเป็นขั้นตอนอยู่แล้ว
- ยิ่งเข้าใกล้วันเลือกตั้ง กกต. ประเมินสถานการณ์ทางการเมืองหลังจากนี้ ว่าจะมีความเข้มข้นมากขึ้นหรือไม่ อย่างไร
ขณะนี้พรรคการเมืองมีการประชันนโยบายกัน ทั้งที่ทางสถานีโทรทัศน์ต่างๆ จัดขึ้น หรือทาง กกต. จัดขึ้น รวมทั้งการให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ ดูแล้วอาจจะมีภาพหรือข้อขัดแย้งที่รุนแรงบ้าง แต่มองว่าพรรคการเมืองต้องทำโดยสำนึกว่าไม่ทำให้รุนแรงไปจนถึงขั้นทำให้ไม่มีการเลือกตั้ง หรือทำให้คนออกมาประท้วงจนกลับกลายไปเป็นรูปแบบเดิม อย่างไรก็ตามพรรคการเมืองคงมีจิตสำนึกอยู่ในขอบเขตของเขา ว่าควรจะทำแค่ไหนอย่างไร
-ส่วนหนึ่ง เพราะกังวลเรื่องกฎหมายใหม่ด้วยใช่หรือไม่
ใช่... เพราะข้อห้ามและระเบียบมีมากขึ้น แต่เจตนาของกฎหมายใหม่ ก็ต้องการทำให้การเลือกตั้งสุจริต ซึ่งพรรคการเมืองก็ถือปฏิบัติกันได้อย่างดี
- ประเด็นการร้องให้ยุบพรรคจากพรรคต่างๆ ประเมินว่าจะนำไปสู่ปัญหาใหม่ และความขัดแย้งรอบใหม่ได้หรือไม่
การร้องเรียนนั้นสามารถร้องเข้ามาได้ แต่ประเด็นข้อกฎหมายจะถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่นั้น จะต้องพิจารณากันอีกครั้ง อย่าลืมว่าการยุบพรรคเป็นเรื่องการกระทำของตัวแทนนิติบุคคล เพราะพรรคเป็นนิติบุคคล ต่างจากเมื่อก่อน ส่วนใหญ่แต่ละพรรคมีความระมัดระวังอยู่แล้ว
นอกจากนี้พรรคยังเป็นตัวแทนของประชาชน แนวทางการยุบพรรคจริงๆ จะต้องพิจารณาจากหลายส่วน ไม่ใช่ทำอะไรนิดหน่อยก็ถึงกับยุบพรรค อาจจะทำให้เกิดความไม่สงบได้ ทำให้กระทบกับคนที่เขาศรัทธาในพรรค ยกเว้นพรรคที่กระทำความผิดจริงๆ ก็ช่วยไม่ได้ ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย
- ที่ผ่านมามีกลุ่มนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ออกมาโจมตี กกต. ว่ามีการพิจารณาตัดสินไม่เป็นธรรม
เราเข้าใจความรู้สึก แต่ก็ต้องเข้าใจกระบวนการตามกฎหมายด้วย กกต. ถือกฎหมายเป็นหลัก อย่างกรณีล่าสุดที่กฎหมายระบุว่า เมื่อปรากฏหลักฐานต่อกรรมการ ปรากฏแล้ว เห็นแล้ว กกต. จึงมีมติยื่นเสนอศาลรัฐธรรมนูญ แต่กรณีเป็นคำร้องมาถึงนายทะเบียนพรรคการเมือง หรือถึงสำนักงานกกต. ก็ยังถือว่าเป็นข้อสงสัยในประเด็นข้อกฎหมายอยู่
“ผมเข้าใจความรู้สึกของคนที่บอกว่าทำไมพิจารณาช้า ความจริงแล้วมันเป็นกระบวนการ หากพิจารณาแบบนักกฎหมายแล้ว เขาจะเข้าใจ แต่หากสร้างเงื่อนไขแบบนักการเมือง ก็บอกว่าไอ้นั่นเร็ว ไอ้นี่ช้า ความจริงต้องพิจารณาตามกฎหมาย จะให้เอาคำร้องมาสั่งยุบพรรคเลยก็ไม่ใช่ แต่อย่างกรณีล่าสุดหลักฐานมันปรากฏต่อกกต. จึงลงมติได้”
- มองว่าพรรคการเมืองในอดีต กับปัจจุบัน มีความเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน
ความจริงแล้วเจตนารมณ์ของกฎหมาย คือเราปฏิรูประบบการเลือกตั้งและการเมืองค่อนข้างเยอะพอสมควร ที่เหลือก็อยู่ที่ตัวบุคคลว่าจะเลี่ยงจากปัญหาทางการเมืองเดิมๆ ที่เคยเป็นอยู่ เพื่อก้าวสู่การเปลี่ยนประเทศได้มากน้อยแค่ไหน
“ค่านิยมของเราต้องเปลี่ยนไปตามกฎหมายด้วยเช่นกัน กฎหมายใหม่นี้ไม่ได้ถึงกับทำให้ปฏิบัติไม่ได้ การเมืองในเชิงสร้างสรรค์มุมบวก ถ้ามีขึ้นมา มันจะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้มากกว่า เกิดความสงบ ระบบเศรษฐกิจต่างๆ ก็จะตามมา แต่ถ้าเรายังอยู่ในวังวนแห่งความไม่สงบ บ้านเมืองก็ยังไปไหนไม่ได้ เราต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงไม่ใช่แค่จ้องจะฟาดฟันกันอย่างเดียว”
- อย่างที่บอกว่า ปัญหาต่างๆ ทางสำนักงานฯ มีการคาดการณ์ไว้แล้ว ทำให้รับมือได้ หลังจากเลือกตั้งแน่นอนว่าจะต้องมีฝ่ายที่แพ้-ชนะ ทางสำนักงานฯ ได้เตรียมการรับมือไว้อย่างไรบ้าง
แน่นอนว่าทุกครั้งหลังการเลือกตั้งมันจะมีเอฟเฟ็กซ์ตามมาอยู่แล้ว เราก็ดูระดับของความรุนแรง หากมีความรุนแรงมากเราก็มีเจ้าหน้าที่ที่จัดการในส่วนนั้นอยู่แล้ว
- เรามองว่าที่สุดแล้วกกต.จะถูกดึงลงไปให้กลายเป็นคู่ขัดแย้งร่วมไปด้วยหรือไม่ เพราะวันนี้ กกต. ก็ถูกโจมตีมาก
ไม่ และถึงแม้จะถูกดึงลงไปเป็นคู่ขัดแย้งด้วย เราก็จะไม่ลงไปเกี่ยวข้อง กกต.จะเดินตามที่กฎหมายเขียนไว้ ไม่ไปอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะจะทำให้เรากลับไปในวังวนเดิม
- ขณะนี้มีหลายฝ่ายมองว่าอาจจะไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น อยากให้ช่วยสร้างความมั่นใจในเรื่องนี้
สำหรับวันที่ 4 มี.ค.นี้ จะเริ่มมีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร เพราะมีการส่งบัตรเลือกตั้งไปแล้ว ภายในสัปดาห์หน้าการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจะต้องเตรียมพร้อม เพื่อไปสู่วันที่ 17 มี.ค. และ วันที่ 24 มี.ค. อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีปัจจัยอะไรที่จะทำให้ไม่มีการเลือกตั้ง พรรคการเมืองเองก็ช่วยกันประคองไป เพื่อไม่ให้เกิดการเมืองระบบเชิงลบ
เรามีประวัติศาสตร์แล้ว มีการเมืองเชิงลบที่ทำให้ระบบเสียสมดุล ยืนยันว่ายังไม่มีปัจจัยอะไรที่ทำให้ไม่มีการเลือกตั้ง อาจจะมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่พรรคการเมืองก็พยายามที่จะหลีกเลี่ยงกัน
- อยากฝากอะไรถึงพรรคการเมือง นักการเมือง ตัวผู้สมัคร รวมถึงเจ้าหน้าที่ กกต.
ขณะนี้อยู่ระหว่างที่แต่ละพรรคกำลังเสนอนโยบาย ทำให้ได้ประโยชน์ต่อประชาชน เพราะการนำเสนอนโยบาย การเมืองเชิงนโยบายต่างๆ จะนำไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่ค่อนข้างสมบูรณ์ จึงอยากให้โฟกัสเรื่องนี้มากกว่าที่จะฟาดฟันกัน การเมืองในเชิงบวกจะนำไปสู่ความสงบ ส่วนการเมืองในเชิงลบก็จะนำไปสู่ผลร้ายต่อระบบ ทำให้เสียสมดุล และเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย