"พิมพ์รพี" เบรก กมธ.ขุดคลองไทย อย่าทำเกินหน้าที่ หลังให้ข่าวจ่อยื่นนายกฯเดินหน้าโครงการ หวั่นถูกครหารับงานฝ่ายบริหารลุยเมกะโปรเจกต์
เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการขุดคลองไทยและระเบียงเศรษฐกิจ น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการชุดนี้ ได้อภิปรายท้วงติง กรณีมีการใช้ชื่อกรรมาธิการฯ ไปอ้างว่าจะมีการสรุปรายงานส่งนายกรัฐมนตรีให้เดินหน้าโครงการขุดคลองไทย ทั้ง ๆ ที่กรรมาธิการฯไม่ได้มีหน้าที่ผลักดันโครงการนี้ มีแต่หน้าที่ในการศึกษาข้อดี ข้อเสียอย่างรอบด้านเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการนำข้อมูลนอกกรรมาธิการฯ เกี่ยวกับต่างชาติที่สนใจเข้าร่วมลงทุนมาสนับสนุนเพื่อผลักดันโครงการนี้ ทั้ง ๆ ที่กรรมาธิการฯไม่เคยพิจารณาเรื่องนี้เลย จึงขอให้กรรมาธิการฯทบทวนบทบาท อำนาจหน้าที่ของตัวเอง ไม่ทำอะไรที่เกินขอบเขต จนถูกครหาได้ว่า รับงานใครมาผลักดันโครงการนี้ เพราะจะทำให้กรรมาธิการฯทั้งชุดเสียหาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนยอมรับไม่ได้ เนื่องจากการทำงานในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นฝ่ายตรวจสอบไม่ควรทำตัวเป็นเสมือนตรายางรับรองความชอบธรรมในการผลักดันโครงการเมกะโปรเจกต์ของฝ่ายบริหาร
น.ส.พิมพ์รพี กล่าวด้วยว่า การให้ข่าว โดยอ้างแบบเหมารวมตีกินว่า การเสนอญัตติศึกษา โครงการขุดคลองไทยเข้าสภา คือความเห็นชอบของสภาที่จะให้มีการเดินหน้าโครงการนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและใช้สถานะของกรรมาธิการไปดำเนินการแบบไม่เหมาะสมเพราะไม่ใช่มติของกรรมาธิการ อีกทั้งเนื้อหาในการให้ข่าวยังมีความชัดเจนว่าจงใจให้ข้อมูลเพียงด้านเดียวในเรื่องข้อดีทางเศรษฐกิจซึ่งความจริงแล้วก็ยังมีข้อถกเถียงในหลายประเด็นว่ามีความคุ้มค่ากับการลงทุนจริงหรือไม่ บทบาทของกรรมาธิการจึงควรเป็นกลางทุกประเด็น เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนไม่ใช่ เลือกข้างไปในทางใดทางหนึ่ง" นางสาวพิมพ์รพี กล่าว
"ก่อนหน้านี้ ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาวิสามัญขุดคลองไทย สภาผู้แทนราษฏร ให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่า กรรมาธิการฯชุดนี้จะสรุปรายงานส่งนายกรัฐมนตรี ให้เดินหน้าโครงการขุดคลองไทย โดยอ้างมีประเทศมหาอำนาจ และ 30 บริษัทชั้นนำของโลก ให้ความสนใจ ที่จะลงทุนขุดคลองไทยและคาดว่าจะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจต่อกันให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้ พร้อมเร่งนำเสนอพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำเข้าพิจารณาในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้ความเห็นชอบในการเริ่มต้นโครงการได้ภายในปลายปีนี้"น.ส.พิมพ์รพี กล่าว