มาตรา112 ในเวทีสากล จากมุมมอง "แก้วสรร อติโพธิ"
มาตรา ๑๑๒ ในเวทีสากล
แก้วสรร อติโพธิ
"เรารู้สึกหนักใจอย่างยิ่งกับการดำเนินการโดยทางการไทย ที่ตั้งข้อหาผู้ประท้วงอย่างน้อย 35 คนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงผู้ประท้วงที่เป็นนักเรียนอายุ 16 ปี ภายใต้มาตรา 112 ที่ว่าด้วยการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฎหมายอาญาของไทย"
แถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ 18 ธันวาคม
ถาม : กฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ที่เอาผิดผู้ที่ดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ในหลวง มันขัดสิทธิมนุษยชนที่ตรงไหนครับ UN มาเสือกหนักใจด้วยทำไม
ตอบ : ความผิดพวกนี้มันกระทำต่อศักดิ์ศรีของบุคคลโดยตรง แม้ไม่มี ม.๑๑๒ก็เป็นผิดอยู่แล้ว แต่เป็นความผิดต่อส่วนตัวที่ผู้เสียหายต้องเริ่มคดีโดยร้องทุกข์หรือจะฟ้องเองก็ได้ ถ้าผู้เสียหายอยู่เฉยๆไม่ว่าอะไร รัฐจะไม่เข้าไปยุ่งด้วย มาในกรณีของสถาบันกษัตริย์นั้น เราเอามาบัญญัติเป็นผิดตามมาตรา ๑๑๒ ก็เพื่อจะได้ถือเป็นความผิดต่อความมั่นคง ที่ตำรวจอัยการดำเนินคดีได้เลยไม่ต้องให้ในหลวงมาแจ้งความ
ถาม : ทำไมรัฐต้องมาเสียหายแทนในหลวงด้วย
ตอบ : สถาบันประมุข ถือเป็น “ที่รวม” ของชาติ ควรอยู่เหนือคดีความทั้งปวง ในทางการบริหารราชการ ก็มีผู้สนองพระบรมราชโองการเป็นผู้รับผิดชอบถูกฟ้องร้องได้ ในทางการจัดการทรัพย์สินก็มีสำนักงานทรัพย์สินทำธุรกรรมต่างๆ เกิดมีปัญหาอะไรก็ฟ้องร้องเป็นคดีกันได้ ในหลวงไม่เกี่ยว ส่วนเนื้อตัวร่างกายชื่อเสียงนั้น ใครไปทำผิดต่อในหลวง รัฐก็เป็นผู้เสียหายดำเนินคดีเองไม่ใช่ให้ในหลวงไปแจ้งความ
ถ้าเข้าใจการจัดวางทางกฎหมายให้สถาบัน มีสถานะภาพพ้นจากคดีความทั้งปวงเช่นนี้แล้ว มาตรา ๑๑๒ จึงไม่ใช่อภิสิทธิ์ที่ให้แก่ “คน” ที่ชื่อ ภูมิพลหรือวชิราลงกรณ์ แต่เป็นการจัดการให้ “สถาบันประมุข” อยู่เหนือความขัดแย้งใดๆ เป็นสำคัญ
ถาม : ที่ว่า “เป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้” ก็หมายถึงตรงนี้ ตรงที่การจัดวางทางกฎหมายให้อยู่เหนือความขัดแย้งใดๆ นั่นเอง
ตอบ : ถูกต้องครับ มันไม่ใช่เรื่องเราไปออกกฎหมายกดหัวให้ผู้คนต้องเคารพคนเป็นๆที่อยู่ในตำแหน่งในหลวงแต่อย่างใด แต่พอไปใช้คำพูดว่ามีความผิดฐาน “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” มันก็เลยเข้าใจผิดกันไป เช่นทุกวันนี้
ถาม : แล้วฝรั่ง UN มาเสือกเป็นห่วงอะไรที่ตรงไหน
ตอบ : คือโดยทฤษฎีสิทธิมนุษยชนนั้น คนเราเกิดมาแล้ว จะคิดเห็นอย่างไรนั้น มันต้องเป็นอิสระบังคับกันไม่ได้ ลำพังแค่ความคิดจึงเอาผิดกันไม่ได้ จะผิดมันต้องผิดที่การกระทำไม่ใช่ผิดที่ความคิด
สิทธิข้างต้นคือสิทธิโดยธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน ที่รัฐไทยก็ถูกผูกพันให้ต้องเคารพด้วยเช่นกัน พอ UN เขาเห็นอาทิตย์เดียวโดนมาตรา ๑๑๒ ถึง๓๕ คน มีเด็ก ๑๖ ขวบรวมอยู่ด้วย เขาก็ต้องแสดงความหนักใจได้เป็นธรรมดา
ถาม : มันจะอกแตกตายหรืออย่างไร
ตอบ : มาตรา ๑๑๒ ต้องใช้เอาผิดตรงที่มีการกระทำชั่วฐานปากหมาเกิดขึ้นแล้ว ลำพังแค่เยาวชนปลดแอกขึ้นเวที ประกาศว่าสถาบันกษัตริย์พ้นสมัยแล้ว อย่างนี้มันยังไม่ผิดอะไร แต่ถ้าไปจาบจ้วงว่าเป็น “ขยะสังคม” อย่างนี้ก็ปากหมาแล้ว ผิดแล้ว ตั้งข้อหาได้ จับกุมได้ เด็กอายุ ๑๖ ปี ก็จับได้ จะขึ้นศาลผู้ใหญ่หรือไม่ ลดโทษหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ถาม : หมายความว่า คดี ๑๑๒ แต่ละคดี ตำรวจต้องตรวจสอบและมีหลักฐานยืนยันได้จริงๆว่า มีพฤติการณ์ “ปากหมา” คือดูหมิ่น ใส่ความ เกิดขึ้นแล้วจริงๆ
ตอบ : ถูกต้องครับ ต้องให้ชัดจริงๆว่าไม่ได้เอาผิดผู้ใดตรงความคิด ตรงที่ไม่เคารพในหลวงเท่านั้น หากแต่มีการกระทำผิดทางวาจา ที่ละเมิดศักดิ์ศรีของคนบนบัลลังก์เกิดขึ้นแล้วจริงๆ อย่างนั้นอย่างนี้
ทุกคดีทั้งตำรวจ อัยการ และศาล ต้องยืนยันให้ได้อย่างนี้ ว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยได้ใช้วาจาละเมิดศักดิ์ศรีของคนคนหนึ่งที่เป็นกษัตริย์ไว้อย่างไรบ้าง
ถาม : ระดับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน UN มีแถลงการณ์ออกมาอย่างนี้ เราควรทำอย่างไรหรือไม่
ตอบ : เรื่อง ๑๑๒ นี่ บิ๊กตู่ต้องเลิกอมสากได้แล้ว ต้องยืนยันชัดเจนออกมาว่า กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ได้สั่งตำรวจไปแล้วว่ามีหน้าที่ทำตามกฎหมายทุกมาตรา เรื่อง ๑๑๒ นี่ถ้าชัดเจนว่าไม่ใช่แค่ไม่เคารพ หากแต่ถึงขั้นดูหมิ่นหรือใส่ความด้วย ก็ให้ดำเนินคดีทุกราย
ท่านต้องตื่น ต้องขืนแรงดึงดูดของโลกยืนตรงขึ้นมาพูดให้ชัดไปเลยว่า นี่เป็นเรื่องของกฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดิน เป็นความรับผิดชอบที่ผมจะต้องกำกับดูแล ถูกผิดอย่างไร ในหลวงไม่เกี่ยว ผมเกี่ยวคนเดียว
ถาม : แล้วใครจะเป็นคนตรวจสำนวนสอบสวนให้รัดกุมถูกต้อง
ตอบ : เป็นเรื่องตำรวจ กับอัยการ ต้องโผล่มายืนยันหลักกฎหมายให้ชัดเจนอีกกระแสหนึ่งว่า ใช้ ๑๑๒ กับกรณีปากหมาชัดเจนเท่านั้น
จากนั้นกระทรวงต่างประเทศก็ออกเอกสารสรุปชี้แจงระดับสากลอีก รอบหนึ่งว่า คดี ๑๑๒ ชุด ๒๕๖๓ นี้เราไม่ได้ล่าแม่มดมาเผาไฟ
ถ้าทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เข้าใจและมั่นใจใน ๑๑๒ จนเลิกอมสากได้อย่างนี้ สถาบันก็เซฟ ปัญหาก็จบครับ