สภาฯ ถกดุ ! "ก้าวไกล" ชี้ทั่วโลกต่อสู้เรื่องความเสมอภาคทางเพศ ประเทศไทยกลับขวาง "ฝ่ายค้าน" ต้าน "พรบ.คู่ชีวิต"

การเมือง15 มิ.ย. 2565 • 15:17 น.
สภาฯ ถกดุ ! "ก้าวไกล" ชี้ทั่วโลกต่อสู้เรื่องความเสมอภาคทางเพศ ประเทศไทยกลับขวาง "ฝ่ายค้าน" ต้าน "พรบ.คู่ชีวิต"

สภาฯเริ่มถกกม.สมรสเท่าเทียม! "ธัญวัจน์" ชี้ทั่วโลกต่อสู้เรื่อความเสมอภาคทางเพศ ไทยกลับกดความเสมอภาคทางเพศไม่ให้เกิดขึ้น อัด "กฤษฎีกา" อ้างงานวิจัยใช้ความเชื่อทางศาสนาเชื่อมโยงเลือกปฏิบัติทางเพศ  "สมศักดิ์" แจงหลักการร่างกม.คู่ชีวิตให้สร้างครอบครัวได้ "อิสระ" ยันเปิดช่องให้คนทุกเพศเลือกคู่ชีวิต "ฝ่ายค้าน" ดาหน้าไม่เอาพ.ร.บ.คู่ชีวิต "ไพบูลย์" แย้งเนื้อหาใกล้เคียงกัน

วันที่ 15 มิ.ย.65  เมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายเกี่ยวกับความเท่าเทียมกันทางเพศ จำนวน 4 ฉบับได้แก่ 1.ร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ตามที่นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นผู้เสนอ 2.ร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต ตามที่ครม.เป็นผู้เสนอ 3.ร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตามที่ครม.เป็นผู้เสนอ 4.ร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต ตามที่นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้เสนอ  

โดยเนื้อหาทั้ง 4ฉบับ มีสาระสำคัญคือ กำหนดให้บุคคลทุกคน ไม่ว่าจะมีสถานะทางเพศอย่างไร ได้รับรองสิทธิต่างๆเช่น การจดทะเบียนสมรส การหมั้น การจัดการทรัพย์สินคู่สมรส การรับรองบุตรบุญธรรม ไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ด้วยเหตุผลความแตกต่างความหลากหลายทางเพศ 

จากนั้นที่ประชุมให้ผู้เสนอร่างพ.ร.บ.ชี้แจงหลักการและเหตุผลแต่ละฉบับ โดยนายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ชี้แจงร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมว่า การที่คณะกรรมการกฤษฎีกาคัดค้านร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม โดยเสนอให้ออกกฎหมายแยกเฉพาะแทนการแก้ไขพ.ร.บ.ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น ดูแล้วย้อนแย้ง เพราะในร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิตที่ครม.เสนอก็นำบทบัญญัติบางมาตราในพ.ร.บ.ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาบังคับใช้การที่คณะกรรมการกฤษฎีกาอ้างอิงงานวิจัย

โดยใช้ความเชื่อทางศาสนามาเชื่อมโยงร่างพ.ร.บ.นี้คือ การเลือกปฏิบัติกับคนที่มีความหลากหลายทางเพศหรือไม่ งานวิจัยนี้มีคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้ว เอาความเชื่อทางศาสนามาเชื่อมโยงเพื่ออะไร แต่ไม่ฟังเสียงเรียกร้องประชาชน แค่พื้นฐานจะใช้ชีวิตกับใคร ก็ยังไม่มีสิทธิมนุษยชนแบบ100%  แม้จะยอมรับแต่มีเงื่อนไขการยอมรับ เราไม่ได้เรียกร้องสิทธิ แต่สิทธิเหล่านี้ถูกพรากไป  ทั่วโลกต่อสู้เรื่อความเสมอภาคทางเพศ แต่ประเทศไทยกลับกดความเสมอภาคทางเพศไม่ให้เกิดขึ้น อย่าให้ประชาชนสิ้นหวังกลไกระบบรัฐสภา ครม.ที่ยกร่างร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิตอาจคิดเป็นชัยชนะตัวเอง แต่เป็นความพ่ายแพ้ของLGBT เพราะสิ่งที่ยัดเยียดให้คือ ความไม่เสมอภาค

ขณะที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ชี้แจงหลักการร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิตและร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่า เพื่อให้สังคมเข้าใจ เรียนรู้การอยู่ร่วมกันระหว่างคนในสังคม ปัจจุบันประเทศไทยไม่มีกฎหมายใดอนุญาตให้ผู้มีความหลากหลายทางเพศจดทะเบียนสมรสเป็นคู่ชีวิต เพราะกฎหมายแพ่งพาณิชย์ระบุให้เป็นการสมรสชายกับหญิงเท่านั้น  จึงควรมีกฎหมายรับรองความสัมพันธ์การเป็นคู่ชีวิต 

นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต ฉบับพรรคประชาธิปัตย์ว่า  ร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิตของพรรคประชาธิปัตย์ มีหลักคิดแตกต่างจากฉบับครม. เพราะกระทรวงยุติธรรมมองว่า คู่สมรสต้องเป็นชายหญิงเท่านั้น การแต่งงานของเพศอื่นถูกมองเป็นเพียงคู่ชีวิต จึงถูกกลุ่มLGBTQ+ ต่อต้าน เพราะมองเป็นพลเมืองชั้นสอง แต่กฎหมายพรรคประชาธิปัตย์เปิดให้คนทุกเพศ ไม่ใช่เฉพาะเพศเดียวกัน เป็นทางเลือกทุกคู่ชีวิตทั้งชาย-ชาย,หญิง-หญิง รวมทั้งชาย-หญิง  คำนิยามคู่ชีวิตของครม.เขียนว่า “คู่ชีวิต”คือ บุคคล 2คน เป็นเพศเดียวกันโดยกำเนิด และจดทะเบียนคู่ชีวิตตามพ.ร.บ.นี้  

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ให้นิยาม“คู่ชีวิต”คือ  บุคคล 2คน ไม่ว่าเพศใดจะเพศเดียวกันหรือต่างเพศจดทะเบียนคู่ชีวิตได้ตามพ.ร.บ.นี้ อยากให้ใช้ร่างพรรคประชาธิปัตย์เป็นร่างหลัก เพราะมีมิติพัฒนาความสัมพันธ์ พัฒนาครอบครัว เราต้องเปลี่ยนวัฒนธรรมซื้อเวลาของผู้มีอำนาจที่มักบอกขอกลับศึกษาผลกระทบก่อน เป็นการประกาศใช้พ.ร.บ.คู่ชีวิต เพื่อนำไปสู่การสมรสเท่าเทียมอย่างจริงจังและจริงใจต่อไป ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิตที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอ มองคนเท่ากัน ให้โอกาสทุกคน ทุกเพศ เลือกระดับความสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับชีวิตตัวเองได้ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เป็นความหวังของทุกคู่ชีวิต 

ต่อมาที่ประชุมเปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยส.ส.ฝ่ายค้านขึ้นมาสนับสนุนให้รับหลักการร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมของพรรคก้าวไกล เพื่อให้สิทธิความเป็นธรรมกับกลุ่มหลากหลายทางเพศที่ควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการรับหรือเลือกจะสมรสกับใคร โดยไม่นำเพศสภาพ หรือเพศกำเนิดมาเกี่ยวข้อง และเห็นว่า ร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิตของครม. มีเนื้อหาและหลักการไม่ตรงกับร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ไม่สามารถนำมาแทนกันได้ ขณะที่ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลมองว่า การไปแก้ไขนิยามเรื่องคู่สมรสในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทำให้เกิดปัญหาความวุ่นวายตามมาไปกระทบกับกฎหมายอื่นๆอีกหลายฉบับ ซึ่งร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิตของครม.มีความคล้ายคลึงกับร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมในหลายประเด็น หากประเด็นใดที่เห็นไม่ตรงกันสามารถไปแก้ไขในชั้นกมธ.ได้  

นางอมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า พ.ร.บ.คู่ชีวิตของครม.ไม่ตอบโจทย์ข้อเรียกร้องของกลุ่ม LGBTQ+ อยากให้รับหลักการร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมไปก่อนแล้วไปแก้ไขในชั้นกมธ.อีกครั้ง ร่างของพรรคก้าวไกลแก้แค่ 3คำ ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์คือ 1.การสมรสชาย-หญิง แก้เป็นการสมรสระหว่างบุคคล-บุคคล 2.สามีภริยา เป็นคู่สมรส 3.บิดามารดา เป็นบุพการี ไม่มีความยุ่งยากอะไร อย่ามองแค่กฎหมายนี้เสนอโดยพรรคก้าวไกล แต่เป็นกฎหมายที่เสนอโดยประชาชนหลายล้านคน อยากให้รับหลักการเพื่อให้สังคมเกิดความเท่าเทียมกัน   

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายว่า ขอสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิตของครม.แทนร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมของพรรคก้าวไกลที่ไปตัดคำว่าชาย-หญิงออกจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กระทบสิทธิประชาชนที่เป็นชายหญิงทั่วประเทศ เมื่อเทียบร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต กับร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม จาก17ประการ มีความเหมือนกัน 15ประกัน ทังการสมรส การรับรองบุตรบุญธรรม การยินยอมรักษาพยาบาล สิทธิที่จะได้จากรัฐในฐานะคู่สมรส  มีต่างกันอยู่ 2ข้อคือ การหมั้นกับการอุ้มบุญที่สามารถไปเพิ่มเติมเนื้อหาในชั้นกมธ.ได้ ถือเป็นทางออกดีที่สุดในการรักษาสิทธิทุกฝ่าย โดยไม่กระทบสังคมส่วนใหญ่ การออกกฎหมายใดๆเพื่อคนกลุ่มหนึ่ง ต้องไม่กระทบสิทธิคนกลุ่มอื่น หากร่างกฎหมายมีผลสัมฤทธิ์เหมือนกัน ต่างกันแค่ชื่อ วิธีบัญญัติกฎหมาย ก็น่าจะยอมกันได้