"การจ่ายสินบน-ระบบอุปถัมป์" ปัญหาสำคัญทุจริตคอร์รัปชั่น ทั่วโลกเน้นสร้างกลไกตรวจสอบ มุ่งการมีส่วนร่วมของปชช. -ความโปร่งใส
เมื่อวันที่ 8 เม.ย.65 ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร “นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง” หรือ นยปส. รุ่นที่ 13 ร่วมรับฟังการอภิปรายเรื่อง “การป้องกันการทุจริตในสังคมไทยและสังคมโลก โดยมี ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์การต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) กล่าวถึงการคอร์รัปชั่นในประเทศไทย มี 4 เรื่อง คือ การจัดซื้อจัดจ้าง ที่มีการคอร์รัปชั่นมหาศาล , การขออนุญาต อนุมัติ ทั่วประเทศที่ต้องจ่ายสินบน เช่น การอนุมัติก่อสร้างบ้าน พบว่า 95% ต้องจ่ายสินบน ส่วนหมู่บ้านจัดสรรต้องจ่าย 100% เพื่อขออนุญาต,ปัญหาการบริหารงานบุคคล และ เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งพบว่าข้าราชการ 1 ใน 3 รู้เห็นการคอร์รัปชั่นทุกประเด็น แต่ยังนิ่งเฉย การคอร์รัปชั่นยังเกิดจาก การมีอภิสิทธิ์ชน การใช้ระบบอุปถัมภ์ และมองคำว่าโกง กับคอร์รัปชั่นแตกต่างกัน ทำให้มีผลแตกต่างต่อการต้านคอร์รัปชั่น
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การคอร์รัปชั่นมีความซับซ้อน การมองรอบด้านเพื่อแก้ไขคืองานวิจัยทางวิชาการ ทั่วโลกจึงสร้างเครื่องมือต่อต้านการคอร์รัปชั่นและเสริมสร้างธรรมาภิบาล เป็นเครื่องมือต้านโกงที่มีปัจจัยคล้ายกัน คือ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน การรายงานการคอร์รัปชั่นได้อย่างปลอดภัย การเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส สืบค้น ตรวจสอบง่าย และสร้างกลไกความรับผิดชอบ ได้แก่ แพลตฟอร์มต่างๆ แอพลิเคชั่น เวปไซต์ ส่วนในไทยจัดทำแอพพลิเคชั่น AI เพื่อตรวจสอบข้อมูล ชื่อ เวปไซต์ actai.co ที่ประชาชนสงสัยโครงการใด สามารถ เสริ์ทหาข้อมูล หน่วยงาน งบประมาณ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้
จากนั้นเป็นการอภิปรายหัวข้อ “การป้องกันการทุจริตเชิงนโยบาย” โดยมีนายบรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหารกลุ่มภารกิจการเงิน ธนาคารเกียรตินาคินภัทร มองการทุจริตเชิงนโยบาย คือผู้มีอำนาจออกนโยบายที่เอื้อต่อการทุจริต โดยยกตัวอย่างหลายโครงการของภาครัฐที่มีการประมูล คอร์รัปชั่นจึงเป็นมหันตภัยที่กัดกร่อนประเทศไทย โดยเฉพาะ เรื่องการจ่ายสินบน เพื่อซื้อความสะดวกสบาย คอร์รัปชั่นเพื่อซื้อหาความได้เปรียบในระบบการแข่งขัน
การต่อต้านคอร์รัปชั่น ต้องเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ข้อมูลต่างๆต้องสามารถเปิดเผยต่อสาธารณะ
ดร.วีระศักดิ์ แสงสารพันธ์ ผู้อำนวยการกองนิติการ สกสค. กล่าวว่าการทุจริตเชิงนโยบาย คือการทุจริตที่มีวิธีการซับซ้อน เป็นกระบวนการที่ใช้เครื่องมือระบบราชการทำการทุจริต นโยบายอาจเกิดจากฝ่ายบริหารหรือฝ่ายการเมือง ในระบบโครงสร้างการบังคับใช้กฎหมาย การทุจริตเชิงนโยบายพัฒนาตัวเอง เห็นจุดอ่อนของการใช้กฎหมาย เติมเต็มด้วยภาคเอกชนที่แสวงหากำไร และมีระบบอุปถัมภ์แบบไทยๆ ทำให้การทุจริตเชิงนโยบายเติบโต
ลักษณะของการทุจริตเชิงนโยบาย มีขั้นตอนการดำเนินงานสำคัญคือ กระบวนการสร้างความชอบธรรมในการคอร์รัปชั่นโดยการ สร้าง หรือใช้องค์ความรู้ทางวิชาการเป็นเครื่องมืออย่างเป็นระบบ สร้างความสมเหตุสมผล ให้กับนโยบาย หรือกฎหมายต่างๆที่ล้วนเป็นเครื่องมือและข้ออ้างในการสร้างความชอบธรรม แต่สร้างความเสียหายระยะยาวกับระบบเศรษฐกิจ