คปท. นำมวลชนบุกกระทรวงสาธารณสุข ให้กำลังใจแพทยสภา

การเมือง11 มิ.ย. 2568 • 15:37 น.
คปท. นำมวลชนบุกกระทรวงสาธารณสุข  ให้กำลังใจแพทยสภา

วันที่ 11 มิถุนายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล พร้อมด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน และประชาชนกว่า 200 คน เดินทางมาเพื่อให้กำลังใจแพทยสภาในการประชุมวันที่ 12 มิถุนายน ที่มีการพิจารณากรณีที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษ แพทยสภา มีความเห็นยับยั้ง (วีโต้) มติแพทยสภาเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ในการลงโทษแพทย์ 3 คน จากโรงพยาบาล (รพ.) ราชทัณฑ์ และ รพ.ตำรวจ ซึ่งนายสมศักดิ์จะเข้าร่วมประชุมในวันพรุ่งนี้ด้วย

 โดยเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้ยื่นหนังสือเพื่อเป็นกำลังใจแพทยสภา โดยมีข้อความระบุว่า..
 ​ตามที่แพทยสภาได้มีมติลงโทษแพทย์จำนวน 3 ท่าน  ในกรณีที่มีความเกี่ยวข้องกับการรักษาตัวนอกเรือนจำของนายทักษิณ ชินวัตร อันเนื่องมาจากการให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับอาการป่วย

​กรณีการรักษาตัวนอกเรือนจำของ ทักษิณ ชินวัตร ตลอด 180 วัน ที่ผ่านมา  สร้างประเด็นความขัดแย้งในสังคมถึงมาตรฐานการควบคุมและบังคับโทษผู้ต้องขังของกรมราชทัณฑ์  และทำลายกระบวนการยุติธรรมที่เป็นเสาหลักของประเทศไทยที่จะบังคับให้บุคคลย่อมเสมอภาคกันในบทบัญญัติของกฎหมาย ซึ่งยึดถือเสาหลักของระบบนิติรัฐ สร้างนิติธรรมให้เกิดขึ้นในประเทศให้ได้

​การบังคับโทษการที่ร่วมกันทำข้อมูลที่ไม่ตรงตามอาการป่วยจริงของเจ้าหน้าที่วงการแพทย์  เป็นการทำลายความเชื่อมั่นในจรรยาบรรณทางการแพทย์ ที่ต้องมีจรรยาบรรณเป็นองค์ประกอบสำคัญในการรักษาชีวิตคน การผิดจรรยาบรรณของแพทย์บางคนไม่ใช่แค่ทำผิดเฉพาะบุคคลเท่านั้น ในกรณีนี้ส่งผลกระทบในวงกว้างถึงขบวนการที่ร่วมมือกันอย่างเป็นระบบในการทำลายความถูกต้องของประเทศไปด้วย เนื่องจากผู้ต้องขังในขณะนั้นต้องคดีทุจริตคอร์รัปชัน อันเป็นคดีที่ทำลายประเทศไทย และเคยหลบหนีคดีมาแล้วกว่า 17 ปี ทั้งเมื่อกลับมารับโทษแล้วยังถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ว่าสำนึกผิด ยอมรับผิด นำมาสู่พระเมตตาในการอภัยลดโทษให้เหลือจำคุกเด็ดขาด 1 ปี แต่กลับมีคณะบุคคลได้ร่วมกันไม่นำตัวผู้ต้องขังบังคับโทษให้อยู่ในเรือนจำ นำมาสู่การสวบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสิทธิมนุยชนแห่งชาติ (กสม.) การยื่นร้องทุกข์กล่าวโทษของประชาชนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตห่งชาติ (ป.ป.ช.) จนนำมาสู่การมีมติรับเรื่องไว้พิจารณาและดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงผู้เกี่ยวข้อง 12 คน และการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในการบริหารโทษไม่เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล

​มติแพทยสภาเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 ที่สั่งลงโทษแพทย์ที่เกี่ยวข้อง 3 ท่านจึงเป็นเหมือนมติที่เปิดความจริง รักษาความถูกต้องของประเทศ บ่งบอกถึงต้นเหตุแห่งเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดี เนื่องจากประชาชนทั้งประเทศมีความสงสัยว่า นายทักษิณ ชินวัตร ป่วยวิกฤตจริงหรือไม่ และป่วยวิกฤตจริงตลอด 180 วันที่อยู่โรงพยาบาลตำรวจหรือไม่ และป่วยวิกฤตจริงจนนำมาสู่การพักโทษเป็นกรณีพิเศษหรือไม่

​เราขอส่งกำลัง แรงสนับสนุนจากประชาชนผู้รักความยุติธรรม รักความเป็นธรรม ให้คณะกรรมการแพทยสภา ได้ผดุงรักษากระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย และได้ผดุงรักษาจรรยาบรรณของแพทย์ ไม่ให้เพียงแพทย์ไม่กี่คนมาทำลายเกียรติภูมิของแพทย์ทั้งประเทศ ด้วยการยืนยันมติแพทยสภาเดิมในมติเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 ในการประชุมของกรรมการแพทยสภาในวันที่ 12 มิถุนายน 2568 นี้ ด้วยเสียงมติของกรรมการแพทยสภาให้เป็นเอกฉันท์อย่างมากที่สุด

​ถึงแม้ฝ่ายการเมืองที่นำโดยนายสมศักดิ์  เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะพยายามเปลี่ยนความจริงและเข้ามาแทรกแซงในการจะเข้าประชุมกรรมการแพทยสภาด้วยในวันที่ 12 มิถุนายน 2568 นี้ ด้วยก็ตาม

​มติของคณะกรรมการแพทยสภาที่จะมีในวันที่ 12 มิถุนายน 2568 ไม่ใช่แค่การผดุงความถูกต้อง แต่จะเป็นการรักษาประเทศไทยให้อยู่ในหลักนิติรัฐนิติธรรม ไปด้วยเช่นกัน