วัดพลัง “พี่ใหญ่” ภาค2 จับตา เกม “ลุงโทนี่”

การเมือง18 ส.ค. 2566 • 16:00 น.
วัดพลัง “พี่ใหญ่” ภาค2 จับตา เกม “ลุงโทนี่”

แม้จะมีกระแสข่าวออกมาว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะร่วมรัฐบาล ที่มีพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคแกนนำ โดยไม่มี “ลุง” อยู่ในครม. ก็ตาม

แต่ให้จับตามองไปที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์ และ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยังไม่ปริปาก พูดเรื่องนี้เลย ว่าจะร่วมรัฐบาล กับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ และจะไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่

เพราะแกนนำพรรค พปชร.หลายคนก็ออกมายืนยันว่า พล.อ.ประวิตร จะยังไม่ประกาศวางมือทางการเมือง จะยังคงดูแลพรรคพลังประชารัฐต่อไป และยังไม่เคยพูดว่า จะไม่รับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี

บางกระแสข่าวจากบ้านป่ารอยต่อฯ ยังคงมีความหวังด้วยซ้ำว่า พล.อ.ประวิตร จะเป็นฝ่ายชนะในที่สุด และอาจจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30

ทั้งๆที่ประเมินสถานการณ์แล้วดูเหมือนว่า พล.อ.ประวิตรและพรรคพลังประชารัฐจะตกเป็นรอง ก็ตาม

เพราะหากดูจากท่าทีของแกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศวางมือทางการเมือง และลาออกจากพรรคไปแล้วก็ตาม

แต่ก็ยังคงเป็น เสมือนผู้นำจิตวิญญาณ ไม่แตกต่างจาก ที่พรรคภูมิใจไทย มี เนวิน ชิดชอบ เป็นครูใหญ่ หรือพรรคเพื่อไทย ที่มี ทักษิณ ชินวัตรเป็นผู้นำจิตวิญญาณ

แกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติก็ประกาศพร้อมที่จะร่วมรัฐบาลและทำงานกับพรรคเพื่อไทย ที่ไม่ใช่เรื่องเกินคาด เพราะมีการเชื่อมโยง กับการที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ประกาศวางมือก่อนหน้านี้ เพื่อเปิดทางเคลียร์ทางให้พรรครวมไทยสร้างชาติ ไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย โดยไม่ติดเงื่อนไขเรื่อง “ลุง” เพราะถือว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มี “ลุง” อยู่แล้ว

และเป็นที่รู้กันว่า มี นายทุนคนสำคัญ ที่ทำให้พรรคเพื่อไทยยอมดึงพรรครวมไทยสร้างชาติเข้ามาร่วมรัฐบาล โดยไม่มีพล.อ.ประยุทธ์เกี่ยวข้องกับพรรคแล้ว

และเป็นการสะท้อนว่าผู้มีบารมีนอกพรรคเพื่อไทย พิจารณาแล้วว่าถึงจะมีแค่พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคเดียวก็จะได้เสียงส.ว. มาสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยอย่าง เศรษฐา ทวีสิน ที่จะมีการโหวต 22 สิงหาคมนี้ด้วย

แต่ในเมื่อ ทักษิณต้องการจะกลับประเทศก็ต้องไม่สร้างศัตรูและก็จำเป็นต้องดึงพรรคพลังประชารัฐ ของพล.อ.ประวิตรมาร่วมรัฐบาลด้วย แต่ทว่าก็ไม่ยอมให้เก้าอี้สำคัญ เพราะให้น้ำหนักกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ของพล.อ.ประยุทธ์ มากกว่า

ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าในห้วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตรจะไม่ยอมพูดเรื่องการร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เลย

แม้แต่เมื่อวันเกิด 11 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมาที่พล.อ.ประยุทธ์ และ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะพี่น้อง 3 ป.เข้าไปอวยพรวันเกิดที่บ้านป่ารอยต่อฯ พร้อมม้าหมุน 8 ตัว 8 ทิศ สีเขียวมรกต ที่มีความหมายว่า ความสุขที่ไม่สิ้นสุดชัยชนะ และการเลื่อนตำแหน่ง

แต่บรรยากาศก็ดูไม่ค่อยชื่นมื่นเท่าใดนัก แม้นักข่าวจะขอให้พี่น้องทั้ง 3 กอดคอกันถ่ายภาพโชว์ความรักหวานชื่นแต่ก็มิได้รับการตอบสนอง

จนที่สุดมี รายงานข่าวว่าพล.อ.ประวิตร ประกาศภายใน ที่จะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยตราบใดที่การต่อรองยังไม่เป็นผล

หากพรรคเพื่อไทยต้องการจะเสนอชื่อ เศรษฐา เป็นนายกรัฐมนตรีและเข้าสู่การโหวตในสภา 22 สิงหาคมนี้ก็ให้รอดูว่าส.ว. จะโหวตให้หรือไม่จำนวนเท่าใด

ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการที่ “อุ๊งอิ๊ง” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทยอีกคน และลูกสาวของ ทักษิณ ได้โพสต์ไอจี สตอรี่ เพลง Whatever will be will be พร้อมภาพนายทักษิณเมื่อครั้งกลับประเทศในปี 2551 เหมือนต้องการจะสื่อว่า นายทักษิณยืนยันที่จะกลับประเทศไทยในห้วงวันที่จะมีการโหวตนายกรัฐมนตรีพอดี. ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

ที่อาจเป็นการสะท้อนว่า ทักษิณ รู้ว่า การเจรจาต่อรองของพล.อ.ประวิตร กับพรรคเพื่อไทยยังไม่สิ้นสุด และไม่เป็นไปตามที่พล.อ.ประวิตรต้องการ แต่ก็จะไม่เลื่อนการเดินทางอีกแล้วจะกลับมาเลย

แต่ด้วยความเป็นพี่ใหญ่และความคาดหวังของผู้คนทั้งในพรรคและรอบข้างต่อตัวพล.อ.ประวิตร ก็ต้องไว้ลายไว้เชิงในการสู้ศึกการเมืองการต่อรองต้องไม่แพ้ หรือเสียเปรียบ

กระนั้นตัวชี้วัดพลังอำนาจต้องไม่มองแค่ส.ว. ในสภา เท่านั้นแต่รวมถึงองคาพยพต่างๆตามรัฐธรรมนูญด้วย

แต่จะเห็นได้ว่าด่าน ศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 16 สิงหาคม ก็ผ่านมาเรียบร้อย ศาลไม่รับพิจารณาเรื่องการเสนอญัตติซ้ำดังนั้นการโหวตนายกรัฐมนตรีก็ไม่ต้องเลื่อน ไม่ต้องยื้อ ออกไปอีกแล้ว  อีกทั้ง การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร และตำรวจ ก็ใกล้จะเสร็จสิ้นตามกำหนดเวลาปกติ

ท่ามกลางกระแสข่าวที่ให้จับตามอง ของพล.อ.ประวิตร จะหันไปหนุน อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีแทนหรือไม่ เพราะอำนาจการต่อรองของ พล.อ.ประวิตรและพรรคพลังประชารัฐจะสูงกว่าโดยเฉพาะการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี และเป็นการรักษาฟอร์มในทางการเมืองของ พล.อ.ประวิตรผู้เป็นพี่ใหญ่ด้วย

และนี่ อาจเป็นคำตอบถึงการที่ อนุทิน พร้อม ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ชาดา ไทยเศรษฐ์ แกนนำพรรค เข้าไปอวยพรวันเกิดพล.อ.ประวิตร ที่บ้านป่ารอยต่อฯ และปิดห้องคุยกัน นานเกือบชั่วโมง

เพราะจะเห็นท่าทีของ อนุทิน ที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่ยอมไปแพ็คคู่กับพรรคเพื่อไทย เป็นสารตั้งต้นในการจัดตั้งรัฐบาล 212 เสียง แต่จู่ๆ ก็เปิดหน้าออกสื่อ ต้องการให้เจรจาเรื่องเก้าอี้ให้จบลงตัวก่อนที่จะโหวตนายกรัฐมนตรี ประกอบกับมีปฏิบัติการโจมตี เศรษฐา อย่างต่อเนื่อง ทั้งบุคลิกลักษณะนิสัยและเรื่องธุรกิจที่มี ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เปิดประเด็นเอาไว้ เพราะมีกระแสข่าวว่า ทักษิณ ก็ถูกบีบว่า หากเสนอชื่อ เศรษฐา  เป็นนายกฯ ส.ว. จะไม่โหวตให้  ไม่เช่นนั้นพรรคเพื่อไทยก็อาจจะไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

แต่หากพร้อมเสี่ยง ก็ให้ นางสาวแพทองธาร ลูกสาวคนเล็กสุดที่รักมาเป็นนายกรัฐมนตรี เลย สว.จะโหวตให้

แต่ก็ต้องรอดูการตัดสินใจของ นางสาวแพทองธาร เองว่าพร้อมที่จะเสี่ยงหรือไม่ และมั่นใจในพรรครวมไทยสร้างชาติมากน้อยแค่ไหนหากต้องยอมต่อกรกับ พล.อ.ประวิตร พี่ใหญ่

What ever  will be will be . อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด!!!

เกมแห่งการชิงอำนาจไม่จบลงง่ายๆ เมื่อพี่ใหญ่ยังยืนหยัด ท้ายที่สุดต้องรอดูว่าการโหวตนายกฯ 22 ส.ค.ผลจะออกมาเป็นเช่นใด