“ณัฐพล” ย่องเงียบพบ “บิ๊กตู่” หลังกระแสข่าวดัน “ภรรยา” ลงชิงเก้าอี้ผู้ว่ากทม. เผยคุย “บิ๊กป้อม”แล้ว โยนพปชร.ตัดสินใจ ลั่นไม่มีต่อรอง

การเมือง22 ม.ค. 2564 • 14:05 น.
“ณัฐพล” ย่องเงียบพบ “บิ๊กตู่” หลังกระแสข่าวดัน “ภรรยา” ลงชิงเก้าอี้ผู้ว่ากทม. เผยคุย “บิ๊กป้อม”แล้ว โยนพปชร.ตัดสินใจ ลั่นไม่มีต่อรอง
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้เดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โดยขึ้นด้านหลังตึกไทยคู่ฟ้า ใช้เวลานั่งรอประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะเข้าพบหารือใช้เวลาประมาณ 15 นาที จากนั้นนายณัฏฐพลให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นางทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่ากทม. เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากทม. โดยปฏิเสธว่านากยกฯไม่ได้เรียกมาพูดคุยเรื่องดังกล่าว ซึ่งการลงสมัครผู้ว่ากทม.ของภรรยาเป็นการเสนอตัวให้ประชาชนคนกรุงเทพฯเลือกแค่นั้น ไม่ได้มีอะไร เพียงแสดงเจตจำนงสนใจที่จะเป็นตัวเลือก ส่วนแผนงานที่จะทำให้ได้รับการเลือกก็ต้องมานั่งดูว่าจะไปทางไหน สำหรับตนมีความเป็นพรรคอยู่ก็ต้องระมัดระวังในการขับเคลื่อน เพราะมีเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวต้องระมัดระวังพอสมควร เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ในพรรคพปชร.แล้วหรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า ก็เรียนในเมื่อคนในครอบครัวเสนอตัว ก็ต้องเรียนผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อขออนุญาต ถือเป็นมารยาททางการเมือง ส่วนความเหมาะสมที่พรรคจะเลือกใครเป็นเรื่องของพรรค เพราะเป็นการเมืองโดยตรง พรรคก็ต้องมองถึงผลประโยชน์ของพรรคสูงสุดว่าใครจะลงในนามพรรคหรือไม่ลงในนามพรรค จะเป็นประโยชน์สูงสุดของพรรคของประเทศ เมื่อถามต่อว่าช่วงที่ผ่านมามีชื่อของพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ประกาศลงสมัครผู้ว่ากทม.อย่างชัดเจน ซึ่งสังคมมองว่าพรรคพปชร.ให้การสนับสนุนจะเป็นการแย่งคะแนนกันหรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า ถ้าเอาข้อเท็จจริงมาพูดกัน การสนับสนุนเป็นการพูดกันในสื่อมวลชนเฉยๆ พรรคยังไม่ได้มีการประชุม ซึ่งจะต้องมีการประชุมคณะกรรมการสรรหา การเลือกตั้งขนาดใหญ่แบบนี้พรรคจะต้องมีกระบวนการสรรหาหรือกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) อาจจะมองว่ามีความเสี่ยงเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ใหญ่ถูกจับตามองเยอะจะเป็นปัญหาในการตีความต่างๆ ไม่อยากเอาการบริหารจัดการประเทศมาเกี่ยวข้องกับการที่จะมีปัญหาทางกฎหมายก็อาจจะไปทางออกเหมือนกับที่หัวหน้าพรรคได้พูดไว้ในเรื่องการไม่ส่งใครลงสมัครในนามของพรรค เหมือนกับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่ผ่านมา ตรงนี้เป็นแนวทางที่น่าจะพอมองเห็นแนวทาง เมื่อถามย้ำว่านางทยา ในฐานะที่เป็นภรรยาของท่าน ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีจะทำอย่างไรให้สังคมไม่มองว่ามีความเกี่ยวโยงเอื้อประโยชน์กันและจะขัดกับกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นมาตรา 34 นายณัฏฐพล กล่าวว่า ถ้าภรรยาลงสมัครผู้ว่ากทม.จริง ตนก็คงไปหาเสียงไม่ได้อันนี้เป็นปกติ ส่วนจะไปห้ามคนๆหนึ่งไม่ให้เสนอเป็นตัวแทนประชาชนในขณะที่เขาเป็นนักการเมืองและทำงานการเมืองมา และถ้าดูกันจริงๆตนก็ทำงานแยกกันมาตลอดในด้านท้องถิ่นหรือระดับชาติ ฉะนั้นเป็นสิ่งที่ต้องดูถึงพื้นฐานด้วยไม่ใช่อยู่ๆตนจะผลักดันภรรยามาเป็นนักการเมืองมันไม่ใช่ แต่เข้าเป็นนักการเมืองอยู่แล้ว แค่บังเอิญอยู่ในครอบครัวเดียวกันเท่านั้น และในกทม.ก็อาจจะมีครอบครัวแบบนี้ไม่ได้เยอะมาก เมื่อถามอีกว่ายืนยันว่าถึงอย่างไรภรรยาก็ยังเสนอตัวที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ใช่หรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า เขาตัดสินใจที่จะเสนอตัวลงแน่นอน เมื่อถามว่า จะลงในนามอิสระใช่หรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า ต้องดูทีมของนางทยา เพราะเขาทำงานมีทีมวิเคราะห์ถึงเรื่องต่างๆในนโยบาย ซึ่งนางทยามีวิธีการบริหารจัดการไม่ได้มาผูกพันกับตนเลย เมื่อถามอีกว่าแสดงว่ายังตอบไม่ได้ว่าจะลงในนามอิสระหรือในนามพรรค นายณัฏฐพล กล่าวว่า ในเรื่องของพรรค ถ้าเป็นพรรคพปชร.วันนี้ไม่ได้เกี่ยวกัน ทางพรรคจะต้องดูความเหมาะสมและวิธีการของพรรคในการสรรหาผู้สมัครกทม. ทางคณะกรรมการบริหารและกรรมการสรรหาจะเป็นผู้กำหนดว่าจะสรรหาอย่างไร ซึ่งยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน เราเป็นพรรคการเมืองใหญ่ต้องมีขั้นตอนในการพิจารณาพอสมควร การที่คนใดคนหนึ่งหรือบังเอิญเป็นภรรยา อย่างกรณีของตนที่มีการเสนอตัวมาก็ขึ้นอยู่กับว่าทางพรรคจะพิจารณาอย่างไร เมื่อถามต่อว่ามีกระแสข่าวพร้อมที่จะลาออกถ้าพรรคพปชร.ไม่สนับสนุนภรรยาลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่ากทม. นายณัฏฐพล กล่าวว่า ไม่ใช่ ไม่จริง ดูในข่าวมีหลายประเด็นที่ไม่ถูกต้อง ตนอยู่ในพรรคพปชร.ต้องเคารพในกติกาของพรรค ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงมารยาทในทางการเมือง ต้องรอความชัดเจนของกรรมการสรรหาพรรคว่าจะพิจารณาอย่างไรหรือจะพิจารณาใคร ซึ่งอาจจะมีการพิจารณานางทยาด้วย หากพรรคตัดสินใจไปทางใดทางหนึ่ง ตนก็ต้องดูความเหมาะสมในเรื่องของมารยาท รวมถึงเรื่องความปลอดภัยของพรรค เราจะไม่เอาการแข่งขันในระดับใดมาเป็นความเสี่ยงหรือทำให้เกิดปัญหากับพรรคอย่างแน่นอน เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพปชร.แล้วหรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า ได้พูดคุยกันแล้วเป็นการเตรียมขออนุญาต ซึ่งเป็นมารยาที่ต้องทำ เพราะภรรยาของตนเองที่เป็นนักการเมืองสนใจเสนอตัวเป็นผู้สมัครลงผู้ว่ากทม. ซึ่งพล.อ.ประวิตร ไม่ได้ว่าอะไร ก็รับทราบ เมื่อถามว่าจะทำให้เกิดความแตกแยกภายในพรรคหรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า คงไม่ น่าจะคิดกันไปเองให้เป็นประเด็น ส่วนในพรรคจะมีความเห็นหรือความเหมาะสมว่าใครควรจะลงในระดับท้องถิ่นก็เป็นความแตกแยกที่ปกติอยู่แล้วในการเสนอตัวของผู้สมัครทุกระดับก็ต้องมีมากกว่า 1 คน แต่พรรคก็ต้องเลือกคนที่ดีที่สุด ซึ่งเรื่องนี้จริงๆแล้วตนไม่ได้อยากจะพูดอะไรมาก อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งท้องถิ่นพรรคการเมืองสามารถสนับสนุนได้ แต่ต้องระมัดระวังเรื่องการหาเสียงต่างๆมีความเสี่ยงที่จะมาเกี่ยวข้อง แม้แต่การสรรหาตัวผู้สมัครทางพรรคก็พิจารณาว่าจะสรรหาอย่างไร แต่พรรคพปชร.เลือกที่จะไม่สนับสนุนใครเลยในการเลือกตั้งท้องถิ่น เช่นเดียวกับการเลือกนายกอบจ. ผู้ว่ากทม.แนวทางก็ไม่ได้แตกต่าง “ข่าว 2 วันที่ผ่านมาอาจมีความผิดเพี้ยนในบางเรื่อง แต่นางทยาตัดสินใจเสนอเป็นตัวเลือกในการรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่ากทม.นั้นคือเรื่องใหญ่สุด ส่วนหลังจะมาเกี่ยวข้องกับพรรคใดพรรคหนึ่งเป็นเรื่องที่แต่ละพรรคจะต้องมาพิจารณาเรื่องความเหมาะสม เขาตั้งใจที่จะทำงานเพื่อการเมือง คงไปห้ามไม่ได้ ผมเป็นสามียังห้ามไม่ได้” นายณัฏฐพล กล่าว