การเมืองร้อน “บิ๊กตู่” เช็กท่าที ผบ.เหล่าทัพ กลางข่าวลือ “รัฐประหาร”
สถานการณ์บ้านเมือง ในช่วงนี้ กำลังเป็นช่วง หัวเลี้ยวหัวต่อ ทั้งทางการเมืองและการทหาร เพราะอาจนำไปสู่การจลาจล นองเลือด หรือแม้แต่การปฏิวัติรัฐประหาร
เพราะความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษา เยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่จัดการชุมนุมในมหาวิทยาลัยและในโรงเรียน ในลักษณะแฟลชม็อบมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปฏิบัติการชูสามนิ้วและติดริบบิ้นขาว นักเรียน ในโรงเรียนทั่วประเทศ
จนทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ต้องเรียกประชุมฝ่ายความมั่นคง เพื่อประเมินสถานการณ์อันเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ ที่ สมช. เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
มาครบ ทั้ง 3 ป.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการ สมช.
ที่เป็นการประชุมวาระพิเศษเพราะการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะมีขึ้นสัปดาห์หน้าปลายเดือน เพื่อแต่งตั้งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่
โดยมี “บิ๊กกบ” พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วย “บิ๊กแก้ว” พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร ที่คาดหมายว่า จะเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่
“บิ๊กบี้” พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ที่คาดหมายว่าจะขึ้นเป็น ผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ และ “บิ๊กอุ้ย” พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ ที่คาดว่าจะเป็นผู้บัญชาการทหารเรือคนใหม่
และ “บิ๊กปั้ส” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่คาดว่าจะขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ร่วมประชุม
พล.อ.ประยุทธ์ เป็นห่วงความเคลื่อนไหวของนักศึกษา ที่อาจตกเป็นเครื่องมือของ ฝ่ายการเมือง ในการล้มรัฐบาล
โดยสั่งการให้ เหล่าทัพ ตำรวจ และ กอ.รมน. ติดตามสถานการณ์ ความเคลื่อนไหวของเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพราะเป็นความเคลื่อนไหว ที่ไม่คาดคิด เช่น การ ชู 3 นิ้ว และ ติดริบบิ้นขาว และ จะมีในรูปแบบอื่นอีก และดูว่ามีใครอยู่เบื้องหลัง
เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ยังเกรงว่า คนที่อยู่เบื้องหลังจะสร้างสถานการณ์ทำให้เกิดความรุนแรงขึ้นโดยใช้เยาวชนนักศึกษา นักเรียน เป็นเครื่องมือ เป็นกันชน กับเจ้าหน้าที่ เพื่อทำให้เหตุการณ์บานปลายไปสู่การจลาจลเพื่อให้ทหารนำกำลังออกมาดูแลความสงบเรียบร้อย หรือ อาจบานปลายไปสู่การรัฐประหาร ได้ หากมีการสร้างสถานการณ์
อีกทั้งมีการปล่อยกระแสข่าวลือ ทหารจะปฏิวัติออกมาด้วย จนผู้ชุมนุม ออกมาดักคอว่า ไม่ต้องการ รัฐประหาร หรือรัฐบาลแห่งชาติ
เชื่อกันว่า พล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องการ หยั่งเชิง หยั่งท่าที นายทหารที่คาดว่า ะเป็น ผบ.เหล่าทัพ ชุดใหม่ ที่จะขึ้นมา 1 ต.ค. นี้ ว่า จะยังคงสนับสนุนรัฐบาลหรือไม่ โดยเฉพาะ พล.อ. ณรงค์พันธ์ ที่คาดว่า จะเป็น ผบ.ทบ. คนใหม่ ที่จะขึ้นมาคุมกำลังสำคัญ แทน “บิ๊กแดง” พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ .ที่จะเกษียณ
ก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ พยายามผลักดัน “บิ๊กเล็ก” พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ. น้องรักสายตรง ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. หรือ ผบ.ทหารสูงสุด. แต่ไม่สำเร็จ
เพราะยังคงมี “ไฟเขียว” ให้ พล.อ. เฉลิมพล เป็น ผบ.ทหารสูงสุด และ พล.อ.ณรงค์พันธ์ เป็น ผบ.ทบ. ตามเดิม ที่ได้รับการเสนอชื่อขึ้นมา โดยทั้งคู่ เป็น ทหารคอแดง ฉก.ทม.รอ 904 ที่มีอายุราชการถึง ต.ค.2566 ทั้งคู่ ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จึงต้อง ดูท่าที ของ ผบ.เหล่าทัพ ชุดใหม่
ขณะที่ ในอีก 50 กว่าวันที่เหลือ พล.อ. อภิรัชต์ ยังคงถูกจับตามองว่าจะปฏิวัติ ทิ้งทวน หรือไม่ เพราะ ผบ.เหล่าทัพ ชุดนี้ กำลังจะเกษียณทั้ง พล.อ. พรพิพัฒน์ ,พล.ร.อ. ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. และ พล.อ.อ. มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ.
แม้ว่าการรัฐประหาร สมัยนี้ จะไม่ง่าย ผบ.ทบ. สั่งการเพียงลำพังไม่ได้
แต่หากเกิดการจลาจล การใช้ความรุนแรง ก็มีโอกาส ที่ทหารจะต้องออกมาปราบม็อบ ที่แน่นอนว่า ผบ.เหล่าทัพ ที่กำลังจะเกษียณ ย่อมไม่อยาก มีคดีติดตัว ที่ก็อาจจะปล่อยให้ ผบ.เหล่าทัพ ชุดใหม่ รับผิดชอบแทน
แต่การจลาจล ก็อาจปูทางให้เกิดการรัฐประหาร ขึ้นได้ เพราะเงื่อนไข พร้อม ทั้งความวุ่นวาย จลาจล ปัญหาความขัดแย้ง แตกแยกตั้งแต่ ครอบครัว และ ในโรงเรียน
โดยเฉพาะ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 1 และ 2 ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ฝ่ายทหารจะไม่ยอมให้แตะ
แต่ทว่า หากถึงจุดนั้น ฝ่ายทหารจะยังคง หนุน พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ หรือว่า จะล้างไพ่ใหม่ เลยเพราะคนที่จะขึ้นมาเป็น ผบ.เหล่าทัพ ชุดใหม่นั้น ก็ไม่ใช่สายตรง พล.อ.ประยุทธ์ เหมือน พล.อ. อภิรัชต์
พล.อ.ประยุทธ์ จึงต้องดูท่าที ฝ่ายทหาร ให้มั่นใจว่ากองทัพจะยังเป็น กองหนุนรัฐบาล ต่อไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ในอนาคตอันใกล้ หลังซินแส หมอดู ทำนายว่าในเดือน ต.ค. อาจเกิดการสูญเสียเลือดเนื้อ
“ถ้ามีคนที่เจตนาไม่บริสุทธิ์ต้องการให้เกิดความรุนแรงขึ้น ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ถามว่ากฎหมาย เจ้าหน้าที่เขาจะทำอย่างไร เมื่อถึงเวลานั้น เด็กพวกนี้จะเป็นกันชนให้กับเขาหรือเปล่า นั่นคืออันตรายที่จะเกิดกับเด็ก”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ที่สำคัญคือ หากนำไปสู่การจลาจล สถานการณ์จะนำกลับไปสู่สถานการณ์เดิมๆ หรือไม่
แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่พูดออกมา ชัดเจน แต่ ก็มีแค่ 2 ทางคือ ทหารออกมาปราบม็อบหรือ รัฐประหาร ล้ม พล.อ.ประยุทธ์ หานายกฯ และรัฐบาลใหม่
เพราะถือเป็นช่วง เปลี่ยนม้ากลางศึก ที่อะไร ก็เกิดขึ้นได้ !