'เจ้าพระยา' ถึงบางอ้อ ใครปั่นเยาวชนชังชาติ จับสัญญาณตัวเลขนำเข้า-ส่งออกติดลบ
สยามรัฐ ยึดมั่นอุดมการณ์ปกป้องเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ยืนหยัดรับใช้สังคมด้วยจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบ...*...
แล้วก็ถึงบางอ้อกันเสียที ว่าทำไมเยาวชนจำนวนหนึ่ง ถึงได้มีพฤติกรรมไม่ต่างอะไรกับการชังชาติ หลังได้รับฟังความเห็นของอาจารย์มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย ที่ออกหน้ามาคัดค้านการปรับเปลี่ยนหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ เพื่อปลูกฝังให้นักเรียนมีความรักชาติ...*...
ขณะที่มีคำอธิบายจากนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีศึกษาฯว่าต้องการให้การเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ไม่ใช่แค่การสู้รบของประเทศไทยในอดีตเท่านั้น แต่การเรียนประวัติศาสตร์มีอย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ท้องถิ่น หรือแม้กระทั่งประวัติศาสตร์โลก ซึ่งการเรียนประวัติศาสตร์แบบท่องจำเหมือนที่ผ่านมา อาจไม่ใช่คำตอบของการทำให้เด็กและเยาวชนไทยได้มีความภาคภูมิใจในความเป็นชาติเท่าที่ควร ดังนั้นโรงเรียนจะต้องมุ่งเน้น ให้เด็กรุ่นใหม่ตื่นตัวกับการเรียนประวัติศาสตร์รูปแบบใหม่มากขึ้น เช่น การใช้พิพิธภัณฑ์เป็นสื่อ การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและต่อยอดประวัติศาสตร์สู่งานอาชีพ การบูรณาการประวัติศาสตร์กับรายวิชาอื่น และการศึกษานอกสถานที่และแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เป็นต้น...*..
โดยรัฐมนตรีศึกษาฯยืนยันด้วยว่าการแยกวิชาประวัติศาสตร์ออกมาไม่ได้เป็นการบังคับให้เด็กรักชาติ แต่ต้องการปรับการเรียนประวัติศาสตร์ของเด็กให้มีความทันสมัยและน่าสนใจเท่านั้น คนไม่ได้เป็นการเพิ่มชั่วโมงเรียน และไม่ได้กระทบกับงบประมาณ แต่เป็นการออกแบบโครงสร้างการเรียนใหม่ โดยเด็กจะเรียนเท่าเดิม แต่เน้นการศึกษาประวัติศาสตร์ เพื่อเชื่อมอดีตสู่อนาคตในมิติเศรษฐกิจสังคมและหน้าที่พลเมือง อย่างไรก็ตามจากนี้ไป การดำเนินการเรื่องนี้จะต้องย้ำการอบรมและพัฒนาครูเกี่ยวกับการสอนประวัติศาสตร์ให้มากขึ้น รวมถึงการบรรจุครูใหม่จะต้องมีครูเอกประวัติศาสตร์...*...
ตัวเลขการส่งออก-นำเข้าในรอบเดือนตุลาคมที่กลับมาติดลบอีกรอบ ทำให้หลายฝ่ายเป็นกังวลกับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยว่าจะดำดิ่งจมลึกไปกับภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจโลกนั้น มีข้อมูลจากนายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังว่าเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยปัจจัยกดดันจากระดับราคาสินค้าเริ่มปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนตุลาคม 2565 อยู่ที่ 5.98% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 3.17% ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2565 อยู่ที่ 60.4% ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 รวมทั้งผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานรายใหม่ ในเดือนตุลาคม 2565 อยู่ที่ 0.47% ของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ทั้งหมด สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2565 อยู่ในระดับสูงที่ 201.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ...*...
ที่มา:เจ้าพระยา(01/12/65)