ถกซักฟอกวันที่ 2 เดือด!! "เอกชัย" หวด "ประยุทธ์" อยู่นาน 8 ปีทำปุ๋ยแพง-ข้าวเสียแชมป์ส่งออก อัดแก้ปัญหาระยะสั้นไม่ใช่ทางออก
วันที่ 18 ก.พ.65 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 วันที่ 2 จะเริ่มเวลา 19.00 น.โดยวันแรกปิดประชุมที่เวลา 00.49 น.
ทั้งนี้ ฝ่ายค้านใช้เวลาไปแล้ว 11 ชั่วโมงกว่า เหลือ 10.49 ชม. ครม.ใช้เวลา 3.20 ชม. เหลือ 2.39 ชม. ส่วนส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล เวลาที่ใช้ไป 3 ชม. เหลือ 1.56 ชม. สรุปรวมใช้เวลาไปแล้ว 144.34 ชม.เหลือ 15.25 ชม.
ทั้งนี้นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย อภิปรายถึงปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสินค้าและผลผลิตทางเกษตร ซึ่งเกิดจากรัฐบาลล้มเหลวในการพัฒนาการเกษตร ว่า ตลอด 7 ปี การปฏิรูปเกษตรล้มเหลว รัฐบาลล้มเหลว เราไม่มีการพัฒนาด้านพันธุข้าว และการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ตรงข้ามกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างประเทศเวียดนามและ ประเทศอินเดียที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งผลผลิตต่อไร่ และคุณภาพของข้าว ทำให้ประเทศไทย เสียแชมป์ส่งออกข้าวใน ตลาดโลกตกมาอยู่อันดับ 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้วในปี 2563 จากที่เป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องมาหลายปี ทั้งนี้ รัฐมองเพียงแต่การแก้ไขปัญหาระยะสั้น ซึ่งไม่ใช่ทางออกของปัญหาเป็นเพียงการเยียวยาชั่วคราว ตามมาตรการประกันราคาข้าว รัฐบาลจ่ายเงินส่วนต่างประกันราคาให้ชาวนา มีปัญหามาโดยตลอด ทั้งการจ่ายเงินที่ล่าช้าเป็นต้น
นายเอกชัย กล่าวว่า การไม่สนใจในการแก้ปัญหาเกษตรกรมาเป็นระยะเวลานาน ทำให้วันนี้ เกษตรกรไทยมองไม่เห็นอนาคต ความสามารถในการแข่งขันถดถอย หลังจากมีการปฏิวัติรัฐประหาร 7 ปีที่ผ่านมาก็เหมือนการพัฒนาด้านการเกษตรก็หยุดนิ่ง วันนี้ข้าวที่ดีที่สุดในโลกไม่ใช่ของไทยอีกต่อไปเป็นของเวียดนามเรียบร้อยแล้ว การทำงานที่เชื้องช้า และไม่สนใจเกษตรกรของรัฐบาล ได้ส่งผลให้ราคาข้าวของไทย ไม่สามารถแข่งขันได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ในสมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯสามารถทำให้ครอบครัวพี่น้องชาวนาลืมตาอ้าปากได้ ด้วยโครการจำนำข้าว สามารถสร้างรายได้ให้ชาวนา ขายข้าวหอมมะลิได้ถึง กิโลกรัมละ 20 บาท ดังนั้นจึงอยากจะถามว่านายกฯอยู่ในอำนาจยาวนานมาถึงปัจจุบัน จนเกือบจะ 8 ปีแล้วทำอะไรให้พี่น้องชาวนาบ้าง นอกจากปุ๋ยแพง ข้าวถูกแล้ว ท่านยังกล้าสู้หน้าประชาชนอีกหรือ