“บิ๊กตู่” ลั่น เข้ามาเป็น นายกฯ หวั่นเกิดสงครามการเมือง ลั่นใครหนีศาลไม่ใช่คนดี

การเมือง26 ก.ย. 2562 • 14:09 น.
“บิ๊กตู่” ลั่น เข้ามาเป็น นายกฯ หวั่นเกิดสงครามการเมือง ลั่นใครหนีศาลไม่ใช่คนดี
“บิ๊กตู่” ลั่น เข้ามาเป็น นายกฯ หวั่นเกิดสงครามการเมือง เป็นรบ.มา 5 ปี อ่านหนังสือ-ตำราแก้ปัญหา ไม่ได้ใช้วิธีการทางทหาร บอก ไม่เคยคิดถึงประโยชน์ตัวเอง แต่ครอบครัวต้องเสียสละตัวผมให้ประเทศชาติ แล้วเขาไปเรียกร้องจากใครได้ ชี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ต้องเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ใครหนีศาล ไม่ใช่คนดี ย้อนคนถือป้าย รบ.ทำตามโรดแมป ผ่านลต.ที่ยอมรับได้ โว สหรัฐฯ ยังแถลงยินดี ถามผู้บริหารเอเชียโซไซตี้ หนุน คนประท้วงหรือไม่ ชี้เป็นคดีอาญา งง คนประท้วง ไม่รู้จักประเทศไทย แขวะ ไม่ทะเลาะด้วยเสียเวลา เมื่อวันที่ 25 ก.ย. เวลา 12.05 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่เอเชีย ซไซตี้ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “การเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความยั่งยืนระหว่างประเทศ จากความแข็งแกร่งภายในสังคมไทย” ในงาน Lunch talk จัดเอเชียโซไซตี้ ว่า หลายคนบอกว่าประเทศไทยขัดแย้งสูง เป็นผู้ป่วยอาเซียนหรือไม่ ขอย้ำว่าใครจะมองเป็นเสือตัวที่เท่าไหร่ ตนไม่สนใจ แต่ผู้นำอาเซียนทุกประเทศสัญญากับผมแล้วว่าจะเป็นเสือ 10 ตัวที่เดินไปข้างหน้าพร้อมกัน ไม่ทะเลาะกัน จูงมือไปด้วยกัน เสือก็เสือ ถ้าใครบอกจะเป็นที่ 1 จะโดนตีตั้งแต่วันที่ 2 แล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องไปด้วยกัน พี่จูงเพื่อน น้องจูงเพื่อน เพื่อนจูงเพื่อน ไม่อย่างนั้นเราจะแสดงบทบาทของภูมิภาคในต่างประเทศไม่ได้ ถ้าประเทศไทยไม่เข้มแข็ง 9 ประเทศไม่เข้มแข็ง อาเซียนก็ไม่เข้มแข็ง แล้วใครจะคุยกับอาเซียน ใครจะคุยกับประเทศไทยหรือประเทศอื่น ๆ แหล่งสินค้าตลาดของอเมริกาอยู่ในอาเซียนและไทยทั้งสิ้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกประเทศมีปัญหาหมด เพียงแต่เป็นปัญหาภายใน ถามว่าประเทศไหนไม่เคยขัดแย้ง ก็ขัดแย้งกันหมดทั่วโลกแต่จะแก้ปัญหานี้ จะเดินหน้าประเทศต่ออย่างไร ตนเข้ามาเพื่อหยุดปัญหาเหล่านั้น หยุดความขัดแย้งไม่ให้บานปลายอีก แล้วเดินหน้าไปสู่การปฏิบัติ การเป็นประชาธิปไตยด้วยการสร้างระเบียบต่าง ๆ รัฐบาลที่ผ่านมาทำกฎหมายไปกว่า 400 ฉบับ แต่ก่อนหน้านี้น้อยกว่านี้มาก ต้องเป็นกฎหมายที่ไม่เป็นภาระแก่ประชาชน ต้องเป็นกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ประชาชน เป็นสิ่งที่ไทยมองความเป็นสากล เป็นหลัก ไม่ได้มองเฉพาะแค่ตัวตนเอง ไม่ก้าวล่วงเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกฯ กล่าวปาฐกถา มีหญิงต่างชาติคนหนึ่งตะโกนบริเวณหน้าห้องปาฐกถา เรียกชื่อพล.อ.ประยุทธ์ ว่า “มิสเตอร์ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่เข้ามาขอความร่วมมือให้ออกไปจากพื้นที่ ซึ่งหญิงคนดังกล่าวก็ยอมออกไปแต่โดยดี ซึ่งนายกฯ ได้กล่าวว่า “ฮัลโหล แต้งกิ้ว เวรี่มัช” ขอบคุณ แล้วกล่าวปาฐกถาต่อว่า ทราบดีว่าประชาธิปไตยเป็นสากลที่ทุกคนยอมรับ เป็นโรงเรียน เป็นระบบมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกในปัจจุบัน นายกฯ กล่าวว่า ขอว่าต้องเข้าใจเรานิดหนึ่งว่าอะไรคือ ปัญหาและปัญหาอยู่ตรงไหน ในช่วงเปลี่ยนผ่าน เราควรจะทำแค่ไหน ถ้าเราได้ความร่วมมือแบบนี้แก้ได้หมด ความขัดแย้งก็ลงลดลง หรืออย่างเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้ก็จะไม่เกิดขึ้น ส่วนที่มีคนมาประท้วงที่หน้าโรงแรมพลาซ่าแอทธินี สถานที่พักว่า มีคนมาประท้วง 20 กว่าคน แต่กลับไม่ใช่คนไทยสักคน ยังไม่ทราบเลยว่ามาจากไหน แต่ไม่ได้สนใจคนที่มาประท้วง แต่เมื่อมีคนไปถามว่าประเทศไทยอยู่ไหน กลับไม่รู้จักประเทศไทย ก็งง ๆ นะ แต่ไม่สนใจ เพราะมีงานสำคัญกว่าจะไปทะเลาะกับคนเหล่านี้ให้เสียเวลา “ผมเป็นรัฐบาลมา 5 ปี ปีนี้เข้าปีที่ 6 เจอมาทุกปัญหา ก็รับฟังปัญหา นำกลไกต่าง ๆ ของเดิมมาปรับมาแก้ อ่านตำราศึกษา อ่านหนังสือ ไม่ได้ใช้วิธีการทางทหารที่เป็นวิชาการทางทหาร ผมทำอย่างเดียวคือทำงานด้วยความเสียสละ อดทน อดกลั้น จริงจังเพราะวินัยทหารคือทำงานแล้วต้องสำเร็จ ถ้าไม่สำเร็จอย่าไปทำ ทหารต้องสั่งคนไปรบ ส่งคนไปตาย หากยึดที่หมายไม่ได้ ก็ตายไปเลย นั่นคือทหารและผมก็สำเร็จทุกครั้งถึงได้มายืนอยู่ตรงนี้ ถ้าเราทำไม่ได้ เราทำไม่เก่งก็ตายไป นั่นคือความเสียสละ นี่คือสิ่งที่อยู่ในใจผมเสมอมา ผมไม่เคยคิดถึงประโยชน์ตัวเอง ไม่คิดถึงความเสี่ยงของตัวเอง ครอบครัวเป็นห่วงผม แต่เขาก็ยอมเพราะสละผมไปแล้ว ครอบครัวก็สละผมให้กับประเทศชาติไปแล้ว แล้วผมจะไปเรียกร้องอะไรจากใคร แต่เขาเข้าใจผม” นายกรัฐมนตรี กล่าว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในประเทศไทย ต้องเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ใครหนีศาลถือว่าไม่ใช่คนดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ นายกฯ ได้ถามผู้บริหารเอเชียโซไซตี้ว่า สนับสนุนคนเหล่านี้หรือไม่ บางเรื่องไม่ใช่คดีการเมือง แต่เป็นคดีอาญา ยืนยันตนไม่เคยทำผิดกฎหมาย แม้ว่าจะเข้ามาลักษณะนี้ และไม่ได้อยากเข้ามา แต่เพราะไทยมีปัญหา ไม่อยากให้เกิดสงครามการเมืองจึงต้องเข้ามายุติปัญหา กฎหมายจะบังคับได้ ไม่ได้อยู่ที่ประชาชน เจ้าหน้าที่เป็นคนดูแลบริหารจัดการ แต่ต้องไม่ทุจริต “ทุกอย่างดีขึ้นหมดแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าที่ถือป้ายเมื่อกี้ใคร ทั้งที่โรดแมปทำแล้ว เลือกตั้งทำแล้ว ขอยืนยันประเทศไทยผ่านการเลือกตั้งและเป็นที่ยอมรับ ใครจะว่าผมไม่เป็นประชาธิปไตย ผมเลือกตั้งได้อาทิตย์เดียว รัฐบาลสหรัฐเป็นประเทศแรก ๆ ที่ออกแถลงการณ์ยอมรับผลการเลือกตั้งของไทย แล้วลงลายมือชื่อด้วยลายมือของนายโดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แล้วใครมาว่าผมไม่เป็นประชาธิปไตย หลายประเทศล้วนแต่มายินดีกับผม การทะเลาะกันเป็นเรื่องภายใน ซึ่งทุกประเทศมีกันทั้งนั้น เลือกตั้งมีปัญหา ทุกประเทศก็มีหมด แต่เราอย่าไปทำไปฟังในสิ่งที่ไม่ใช่ ที่บิดเบือน สื่อโซเชียลต่าง ๆ อย่าไปฟังมากนัก” นายกฯ กล่าว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกคนเวลาตื่นเช้า แต่งตัวก่อนจะออกนอกบ้านจะก้มดูตัวเองเสมอ หล่อหรือยัง แต่ตนไม่เคยดูกระจกแบบนั้น แต่งตัวเสร็จ ตรงไหนไม่ดี ลูกน้องจะคอยบอก บางครั้งก็เนคไทไม่เรียบร้อย ตนเป็นแบบนี้ ไม่อยากเสียเวลา จะได้มีเวลาไปคิดอย่างอื่น จึงต้องมีรปภ.ไว้ดูแล ถ้าแต่งกายไม่เรียบร้อย