“ดร.เศรษฐพุฒิ” ได้ไปต่อ!?
ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับการพบกันแบบปิดห้องคุยกันเป็นการส่วนตัว ระหว่าง เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กับ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังมีกระแสข่าวปลดผู้ว่าฯธปท. กรณีเห็นต่างนโยบายเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท
โดยนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการจัดฉากเพื่อสยบกระแสความขัดแย้ง และจะมีการพูดคุยกันบ่อยขึ้น
พร้อมกับทวีตข้อความในทวิตเตอร์หรือ X ว่าจะมีการนัดพบปะหารือในลักษณะนี้เป็นประจำทุกเดือน
อย่างไรก็ตาม นับจากนี้คงต้องจับตาท่าทีและจุดยืนของ “ดร.เศรษฐพุฒิ” และนายกรัฐมนตรี หลังปรับจูนกันแล้ว สามารถไปต่อได้ราบรื่นแค่ไหนอย่างไร ด้วยทั้งสองคนนั้น คือคีย์แมนสำคัญที่จะส่งผลต่อนโยบายเงินดิจิทัล ในขณะที่ธนาคารกลางยึดหลักการการดำเนินนโยบายการเงินที่เป็นอิสระ
สำหรับ“ดร.เศรษฐพุฒิ” โปร์ไฟล์ไม่ธรรมดา เขาเกิดเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2508 จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ (เกียรตินิยมสูงสุด) จาก Swarthmore College สหรัฐอเมริกา และปริญญาโท ปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ จาก Yale University สหรัฐอเมริกา เคยทำงานที่ธนาคารโลก (World Bank) ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และบริษัท แมคคินซีย์ แอนด์ คอมพานี ที่นิวยอร์ก
ก่อนกลับมาทำงานประเทศไทย โดยเคยดำรงตำแหน่งในธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลัง นอกจากนี้ ยังเคยดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการขององค์กรชั้นนำของประเทศหลายแห่ง เช่น บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงคณะกรรมการของธนาคารแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการนโยบายการเงินด้วย
ปัจจุบัน “ดร.เศรษฐพุฒิ” เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ลำดับที่ 24 และดำรงตำแหน่งกรรมการของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กรรมการในคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และในคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)