3 แคนดิเดต ชิง “เลขาฯพปชร.คนใหม่” “เสี่ยแฮงค์-สันติ-เสี่ยเฮ้ง” จับตา “บิ๊กป้อม” จะเลือกใคร ?
นาทีนี้ ถ้าใครเป็น “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่เหลือสถานะ “รักษาการเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ” อาจจะกลัดกลุ้มใจอยู่ไม่น้อย เพราะ ยังไม่ทันที่จะมีการประชุมใหญ่ ของพรรคเพื่อเลือก “คณะกรรมการบริหารพรรค” ชุดใหม่ ปรากฏว่ามีเสียงขับไล่กันชนิดรายวัน
แถมเวลานี้ยังมีชื่อ “แคนดิเดต” ออกมาแล้วว่า ใครบ้างที่ถูกพูดถึงว่ามีความเหมาะสม บริหารได้ทั้งงานและคน มีความสามารถมากพอที่จะ “ได้ใจ” ส.ส.และ สมาชิกพรรค ทำได้มากกว่าสนธิรัตน์
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าความเคลื่อนไหวในพรรคพลังประชารัฐยังคงคุกรุ่นอยู่ที่ “กลุ่มวิรัช รัตนเศรษฐ” ประธานวิปรัฐบาลที่จับมือกับ “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น ประธานส.ส.ของพรรค ประสานกับ “กลุ่มสามมิตร” ของ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จนกลายเป็นกลุ่มการเมืองที่ก๊วนใหญ่ สร้างอำนาจต่อรอง เปิดฉากรุกไล่ “กลุ่มสี่กุมาร” ที่มี “อุตตม สาวนายน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค, สนธิรัตน์ , สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการการอุดมศึกษาฯ
จนในที่สุด สามารถทำให้ อุตตม และ สนธิรัตน์ เหลือเพียงสถานะ “รักษาการ” ตำแหน่งหลักภายในพรรคเท่านั้น
การรุกไล่ “กลุ่มสี่กุมาร” ด้วยข้อกฎหมาย จากฝ่ายตรงข้ามที่รวบรวมชื่อกรรมการบริหารพรรค แล้วยื่นใบลาออก จำนวน 18 คน ได้ทำให้พรรคพลังประชารัฐ ต้องเรียกประชุมใหญ่สามัญ ของพรรคเพื่อเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ ภายในกรอบเวลา 45 วัน
ความชัดเจนในวันนี้ สำหรับตำแหน่ง “หัวหน้าพรรค” ได้ปรากฏชื่อ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เข้ามาจับจอง ท่ามกลาง “แรงหนุน” จากคนในพรรค ขณะที่เก้าอี้เลขาธิการพรรคคนใหม่ ได้กลายเป็น “จุดโฟกัสใหม่” ที่หลายคนกำลังลุ้นว่าที่สุดแล้ว “ใคร” จะได้ก้าวขึ้นมานั่งแทนที่ สนธิรัตน์ ทำหน้าที่ “แม่บ้านพรรค” ที่ได้รับความไว้วางใจ การยอมรับจากสมาชิกพรรค
แคนดิเดตว่าที่เลขาฯพรรคที่ถูกจับตามอง มากที่สุดยามนี้ คงไม่มีชื่อไหน ร้อนแรงไปกว่า 3 คน 3 คม ที่มาจากคนละขั้วการเมือง เพียงแต่ “ประสานพลัง” กันชั่วคราว
ทั้ง “สันติ พร้อมพัฒน์” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ และ “เสี่ยแฮงค์” อนุชา นาคาศัย คนสนิทของ สมศักดิ์ แกนนำกลุ่มสามมิตร ส่งเข้าประกวด ซึ่งต้องยอมรับว่าทั้งสามคน ต่างมีขุมข่ายกำลังที่ไม่ธรรมดา
สันติ อดีตส.ส.คนดังจากเมืองมะขามหวาน เป็นส.ส.หลายสมัยในพื้นที่จ.เพชรบูรณ์ เคยผ่านการเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเกรดเอ มาแล้วหลายกระทรวง และที่สำคัญไปกว่านั้นคือสันติ ยังนับเป็น เลือดเก่าจาก “พรรคเพื่อไทย” ที่ตัดสินใจหอบเอาส.ส.ออกมาจากเพื่อไทย แล้วมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ก่อนวันเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562
หมายความว่าพรรคเพื่อไทยมีอันต้องสั่นสะเทือน เพราะสันติ ไม่เพียงแต่จะดูแลส.ส.ในพรรคเองแล้ว หลายคนยังรู้ดีว่า “คุณหญิงอ้อ” คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ให้ความไว้วางใจสันติ อย่างมาก นั่นหมายความว่าสันติ เคยเป็นคนของ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” สังกัด “คุณหญิงอ้อ”
ทว่าในการเลือกตั้งส.ส. ครั้งล่าสุด เกิดเซอร์ไพรซ์ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อสันติ หอบหิ้วส.ส.กว่า 10 คน ของพรรคเพื่อไทยเข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2561
การประชุมสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ครั้งล่าสุด ก็ดูเหมือนว่าบรรยากาศจะเต็มไปด้วยความคึกคัก เพราะงานนี้ถือโอกาสได้ใช้ที่ทำการพรรคใหม่ อาคารรัชดาวัน ONE ตรงข้ามศาลอาญา ย่านรัชดา ซึ่งก็เป็นสันติ ที่เป็นคนดำเนินการให้มาใช้อาคารแห่งนี้ จากเดิมที่ใช้อาคารปานศรี เขตจตุจักร ซึ่งสนธิรัตน์ รักษาการเลขาฯพรรค เป็นคนจัดหามาเมื่อครั้งก่อตั้งพรรคกันใหม่ๆ และใช้เป็นที่ประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ก็จะกลายเป็น “อดีต” ที่ไปพร้อมกับ เลขาฯคนเดิม นั่นเอง
มาที่ เสี่ยแฮงค์ อนุชา รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และคนใกล้ชิดของสมศักดิ์ รมว.ยุติธรรม ซึ่งกลุ่มสามมิตร จะส่งเข้าชิงเก้าอี้เลขาฯ จากเดิมที่เสี่ยแฮงค์ เคยพลาดหวังอกหักจากเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง มาแล้วเมื่อรอบ “ประยุทธ์2/1” แต่มารอบนี้มีกระแสข่าวว่า เสี่ยแฮงค์ นอกจากจะมีชื่อคั่วเก้าอี้เลขาฯพรรคแล้ว ยังไปโผล่รอเสียบเก้าอี้ รัฐมนตรี อีกด้วย
แต่งานนี้ต้องรอวัดใจว่าสัญญาณจะส่งตรงมาที่ เสี่ยแฮงค์ หรือไม่ แต่ที่น่าสนใจคือมีชื่อเสี่ยแฮงค์คั่วเก้าอี้ทั้งเลขาฯพรรคและรัฐมนตรี รอบนี้ในคราวเดียวกัน !
แคนดิเดตคนสุดท้ายคือ เสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี พ่วงตำแหน่งประธานส.ส.ของพลังประชารัฐ ชื่อชั้นของเสี่ยเฮ้ง ต้องยอมรับว่าสนามเลือกตั้ง 24มีนาคม2562 คือสนามที่สอง และเป็นสนามที่เขาเองเปลี่ยนสังกัดใหม่ โดยสุชาติ เคยลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส. ในปี 2554 โดยในขณะนั้นสวมเสื้อ “พรรคพลังชล” ได้เป็นส.ส.สมัยแรก พื้นเพของสุชาติ ใช้ชีวิตตั้งแต่เกิดจนถึงวันลงสมัครส.ส.ที่เมืองชล มาโดยตลอด จึงไม่แปลกที่สุชาติ จะรู้จักทั้งผู้คนทุกระดับไปจนถึง “กำนันเป๊าะ” สมชาย คุณปลื้ม ซึ่งต่อมาได้สนับสนุนให้สุชาติ ลงสนามเลือกตั้งและได้เป็น “สจ.แสนสุข” เมื่ออายุ 26
จากพรรคพลังชลมาสู่พลังประชารัฐ สุชาติ เริ่มสยายบารมี มีส.ส.ในสังกัดมากขึ้น และที่สำคัญว่ากันว่า ยังได้รับความไว้วางใจจากบิ๊กป้อม ให้มาทำงานในตำแหน่งประธานส.ส.ของพรรค อีกด้วย
ทั้งสันติ อนุชา และสุชาติ ล้วนแล้วแต่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ “กลุ่มสี่กุมาร” ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอยู่เบื้องหลัง ปฏิบัติเขี่ย “อุตตม-สนธิรัตน์” อีกด้วย
รอลุ้นอีกไม่นาน จะได้รู้กันว่า บิ๊กป้อม ประธานยุทธศาสตร์ของพลังประชารัฐ และว่าที่หัวหน้าพรรคคนใหม่ จะเลือก “ ใคร” ให้ขึ้นมาทำงาน เป็น “เลขาฯพรรค” คู่ใจ !