"รองโฆษกไทยสร้างไทย" ชี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นภัยความมั่นคงระดับชาติ จี้รัฐเร่งขุดรากถอนโคนก่อนซ้ำเติมคนไทยยุคเศรษฐกิจตกต่ำ

การเมือง21 ก.พ. 2565 • 16:07 น.
"รองโฆษกไทยสร้างไทย" ชี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นภัยความมั่นคงระดับชาติ จี้รัฐเร่งขุดรากถอนโคนก่อนซ้ำเติมคนไทยยุคเศรษฐกิจตกต่ำ
"รองโฆษกไทยสร้างไทย" ชี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์อาละวาดหนักถือเป็นภัยความมั่นคงระดับชาติ ข้องใจรู้ข้อมูลการเงิน-ส่วนบุคคล มีการแอบขายข้อมูลหรือไม่ จี้รัฐเร่งขุดรากถอนโคนก่อนซ้ำเติมคนไทยยุคเศรษฐกิจตกต่ำ วันที่ 21 ก.พ.65 น.ส.ณิชชา บุญลือ รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย ระบุว่าในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมามีข่าวพี่น้องประชาชนหลากหลายสาขาอาชีพและแทบจะทุกระดับชั้น ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้การปราบโจรไซเบอร์ต่างก็ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ติดต่อลอกลวงให้โอนเงินด้วยหลากหลายวิธี ซึ่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ถือได้ว่าเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่หากินกับความตื่นกลัว ความโลภ และการสร้างความสันพันธ์อันดีกับเหยื่อหรือผู้เสียหายที่มีมานานแล้ว แต่การระบาดกว้างขวางในประเทศไทย เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2550 จนมาในปี พ.ศ.2565 ที่กลับมาระบาดอย่างหนักอีกครั้ง ซึ่งการกลับมาในช่วงที่คนส่วนใหญ่ของประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตพร้อมกันหลายด้าน ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ทั้งการระบาดของโควิด-19 และปัญหาของแพง ประเทศไทยก็กำลังเป็นอีกหนึ่งในเป้าหมายใหญ่ของ “แก๊งคอลเซนเตอร์” ที่โทรมาหลอกให้เหยื่อโอนเงินด้วยข้ออ้างสารพัดวิธีและกำลังเป็นปัญหาที่กระจายวงกว้างออกไป มีผู้เสียหายถูกหลอกลวงจนหมดตัวเพิ่มขึ้นแทบทุกวัน โดยเหยื่อมักจะเป็นผู้สูงวัย ข้าราชการเกษียณที่มีเงินเก็บสะสมหรือผู้หญิงที่มักมีความตื่นกลัวกับการหลอกลวงหรือฉ้อฉลของคนร้าย ซึ่งจะเห็นได้ว่า ปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นในการจัดการกับแก๊งคอลเซนเตอร์ คือการก่อเหตุโดยอาศัยช่องว่างทางกฎหมายระหว่างประเทศที่มีความยุ่งยากในการประสานงาน แต่สิ่งที่ต้องตั้งคำถามกลับไปดังๆก็คือคนร้ายเลือกเหยื่อที่มีเงินในบัญชีจำนวนมาก ทำไมแก๊งคอลเซนเตอร์จึงมีข้อมูลบัญชีของเหยื่อ คนร้ายรู้เบอร์โทรศัพท์ของประชาชนคนไทยได้อย่างไร มีข้อมูลรั่วตรงไหน มีขบวนการแอบขายข้อมูลหรือธนาคารถูกแฮกหรือไม่ และทำไมปัญหาเหล่านี้จึงยังไม่มีคำตอบอย่างชัดเจนจากรัฐบาล "ปัญหานี้ถือได้ว่าเป็นภัยความมั่นคงระดับประเทศ รัฐบาลต้องรีบแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน ทุกวันนี้ทั้งพิษเศรษฐกิจ ทั้งพิษโควิด ภาวะการตึงตัวทางการเงิน ระดับหนี้ที่พุ่งสูงขึ้น ก็ถาโถมใส่ประชาชนคนไทยอย่างแสนสาหัส รายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพ ถ้าปัญหานี้กระจายไปถึงคนระดับรากหญ้าหรือกลุ่มที่เปราะบาง ผลที่ตามมาจะเป็นเช่นไร ขอรัฐบาลอย่านิ่งนอนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะนี่ถือได้ว่าเป็นปัญหาอาชญากรรมระดับประเทศที่กำลังหนักข้อขึ้นทุกวัน รัฐบาลต้องคิดวางแผนการทำงานแบบเชิงรุก ยอมรับความจริงว่ามันคืออาชญากรรมข้ามชาติที่ต้องระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วนเข้ามาแก้ไข ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น เพราะโจรยุคดิจิตอลเขาฉลาดและไปไกลกว่าเรามาก"น.ส.ณิชชากล่าว