“สมชัย-วีระ” บุกร้อง “กกต.” รอบสอง ปมเปิดตัว “บิ๊กตู่” นั่งแคนดิเดตนายกฯ “รทสช.” ชี้ หากละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อีก รอดำเนินคดีหลังลต.

การเมือง19 เม.ย. 2566 • 07:31 น.
“สมชัย-วีระ” บุกร้อง “กกต.” รอบสอง ปมเปิดตัว “บิ๊กตู่” นั่งแคนดิเดตนายกฯ “รทสช.” ชี้ หากละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อีก รอดำเนินคดีหลังลต.

 

วันที่ 19 เม.ย. 66 ที่สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย และอดีตกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วยนายวีระ สมความคิด ประธานยุทธศาสตร์แผนงานต้านคอร์รัปชั่น พรรคเสรีรวมไทย และอดีตเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กกต. กรณีพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในวันเปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผิดกฎหมายการเลือกตั้ง เป็นครั้งที่ 2 หลังจากการร้องเรียนครั้งแรกที่ถูกกกต.ตีตกไปนั้น

โดยนายสมชัย กล่าวว่า วันนี้มาร้องเรียนเป็นครั้งที่ 2 ในเรื่องเดิม สืบเนื่องจากในวันเปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ ผิดกฎหมายการเลือกตั้ง มีการขนคนมาฟังการปราศรัย การมีมหรสพ การแจกเสื้อ แจกหมวก และกล่าวคำปราศรัยพาดพงสถาบัน ซึ่งเคยยื่น กกต.แล้ว เมื่อวันที่ 19 ม.ค.แต่ถูกปัดตกคำร้อง เพราะ กกต. มองว่า 1.ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง 2.ยังไม่มีผู้สมัคร และ3.ผู้ยื่นคำร้องไม่ใช่ผู้เสียหาย เพราะไม่ใช่ผู้รับสมัครเลือกตั้งไม่ใช่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตการเลือกตั้งที่มีปัญหา เพราะฉะนั้นสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เมื่อวันนี้เงื่อนไขต่างๆ มีความครบถ้วนแล้ว เพราะมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งแล้ว มีผู้สมัครส.ส.แล้ว หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็เป็นผู้สมัครบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ในฐานะที่ตนเองเป็นคนร้อง ก็เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ดังนั้น เพียงพอในการยื่นหลักฐานการกระทำความผิดถือว่าครบถ้วน จึงนำเรื่องเดิมนี้มายื่นอีกครั้ง

นายสมชัย กล่าวด้วยว่า ยืนยันว่ากรณีเช่นนี้ สามารถยื่นย้อนหลังได้ เพราะกฎหมายการเลือกตั้งส.ส.นั้น เขียนชัดเจนว่า หากก่อนหน้าการประกาศผล กกต. พบว่ามีการกระทำผิดใดๆ ที่ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม กกต. สามารถสั่งเพิกถอนสิทธิ์ 1 ปีได้ หรือแปลว่าได้ใบส้มนั่นเอง ดังนั้น วันนี้เราจึงมายื่นร้องเรียนเรื่องเดิม ช่วงก่อนประกาศผลการเลือกตั้งกกต. ก็ต้องพิจารณาว่า สิ่งที่เราร้องนั้นเป็นเหตุเป็นผลหรือไม่ ขณะเดียวกัน หากคนทำผิดเป็นกรรมการบริหารพรรค ก็จะไปไกลถึงขั้นถอนสิทธิการเลือกตั้ง อาจจะตลอดชีวิต รวมถึงขั้นยุบพรรคการเมืองได้ หาก กกต.ปัดตก เท่ากับเป็นการปัดตก 2 ครั้ง ซึ่งครั้งที่ 1 เป็นการให้เหตุผลที่เราคิดว่าไม่สมควรอยู่แล้ว ส่วนครั้งที่ 2 เมื่อองค์ประกอบต่างๆครบถ้วน ก็เป็นเรื่องที่ กกต. ต้องวินิจฉัย ถ้าปัดตกอีก เท่ากับว่า กกต. ได้ใช้วิสัยของ กกต. อย่างไม่เหมาะสม รอหลังเลือกตั้ง ทุกเรื่องที่ กกต. ดำเนินการแล้วเป็นปัญหา ส่อว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เราก็จะใช้สิทธิของเราในการดำเนินคดีกับ กกต. แต่ขอเป็นหลังการเลือกตั้ง ตอนนี้ขอให้ท่านปลอดโปร่ง เพราะเข้าใจว่ามีภารกิจที่ต้องดำเนินการ

ด้านนายวีระ กล่าวเสริมว่า การยื่นวันนี้ กกต. ก็สามารถพิจารณา และมีความเห็นได้เลย ว่าจะรับไว้ดำเนินการหรือไม่หากไม่รับจะอ้าง หรือจะแถอย่างไรก็ต้องติดตาม ทั้งนี้ หากคนที่ยังทำความผิดซ้ำ เจตนาละเว้น เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อคนใดคนหนึ่ง ทำให้รัฐ และประชาชนเสียหาย ท่านซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ก็จะมีความผิดตามกฎหมายมาตราอาญา 157 แล้วจะมาอ้าง เมื่อคดีเข้าสู่ศาล ว่าท่านไม่ได้เจตนาไม่ได้ เพราะเป็นการทำซ้ำ ยิ่งมัดตัวเองหนักไปอีก ดังนั้น อยากทำอะไรก็ทำ แต่อย่าลืมว่ากฎหมายไม่ได้ยกเว้นให้ กกต. ถ้า กกต. ยังดึงดันที่จะทำอะไรเพื่อช่วยเหลือเพื่อเอื้อประโยชน์ หรือทำอะไรที่ไม่ชอบ ต้องรับผิดชอบ