'ศรพระราม'เปิดลึก'เศรษฐา'อินฮ่องกง ฟังTDRIกระตุกนโยบายหาเสียงพรรคการเมืองมีแต่ใช้เงิน
“สยามรัฐ” ยืนหยัดอยู่บนบรรณพิภพ และสังคมออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม ด้วยปณิธาน “นิคฺคณฺเห นิคฺคหารหํ ปคฺคณฺเห ปคฺคหารหํ” แปลว่า “พึงชมคนที่ควรชม ข่มคนที่ควรข่ม” ...*...
เรียกว่าให้ได้ลุ้นเสียว หลังดาวเสาร์ย้าย 3 มีนาลุ้นคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ ที่ต้องจับตาว่า คำพิพากษาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะมีผลอย่างไร ผลพวงของคำพิพากษา ปมการคำนวณราษฎร ที่ได้นำเอาคนต่างด้าวมารวมด้วยจะออกมาอย่างไร และจะมีผลย้อนหลังไปถึงการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ที่ผ่านมาหรือไม่ ...*...
ผลพวงคำพิพากษา จะส่งผลให้ 'ลุงตู่'พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับไปเป็นรักษาการณ์นายกฯ เหมือนปี 62 หรือไม่ และจะส่งผลต่อสถานะของ กกต.ชุดนี้อย่างไร...*...
ส่วนการโยนหิน ชื่อ เศรษฐา ทวีสิน มาเป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พูดง่ายๆก็กุนซือ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร ส่วนจะมีชื่อแคนดิเดตนายกฯหรือไม่ ก็อาจจะมีชื่อ เพราะกฎหมายเปิดช่องไว้ให้ ...*...
แต่ก็มีคนตาดี จับสังเกต ว่าที่แคนดิเดตนายกฯ อย่าง “เศรษฐา” บินฮ่องกง ไปพบ ทักษิณ ชินวัตร เหตุไฉนให้รอที่ล็อบบี้ ระดับนี้ ต้องมีห้องรับรอง VIP แล้วไหม!? ...*...
แต่ยังไง ก็ถือว่า เพื่อไทยเก่งเรื่องหยั่งกระแส โยนหินถามทาง เพราะการที่เอานักธุกิจ มีประสบการณ์ มานั่งเป็น “กุนซือ” ก็เพื่อจะปิดจุดอ่อน “อุ๊งอิ๊ง” ที่คนอาจมองว่าอายุยังน้อย และไม่มีประสบการณ์ เพราะถึงอย่างไร ก็เชื่อว่า “ทักษิณ”จะยังใช้บริการคนในตระกูลชินวัตร ส่วนเรื่องจับมือพรรคพลังประชารัฐ จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อไม่มีความมั่นใจว่า แลนด์สไลด์ ...*...
พักก่อน! บรรดาพรรคการเมืองทั้งหลาย ฮัลโหล ฟังทางนี้ จากทีดีอาร์ไอ หรือ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย โดย สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ และ นิพนธ์ พัวพงศกร ออกบทความท้วงติงมาหลังบรรดาพรรคการเมืองแข่งกันขายนโยบายหาเสียง ...*...
9 พรรค 87 นโยบาย ( แหม่ 9 พรรครวมกัน ยังน้อยกว่า ท่าน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หาเสียงเป็นผู้ว่าฯกทม.คนเดียวตั้ง 214 นโยบายอีก) พรรคการเมืองต่างๆ ได้ประกาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาเสียงจากประชาชนเกือบทุกกลุ่ม ทั้งนโยบายให้สวัสดิการ เงินอุดหนุน สร้างงานและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทีดีอาร์ไอเตือนว่า 1.สร้างภาระทางการคลังจากการใช้งบประมาณมากเกินตัว 2.มีแนวโน้มว่าจะใช้เงินนอกงบประมาณผ่านรัฐวิสาหกิจต่างๆ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ซึ่งทำให้การใช้เงินดังกล่าวไม่ผ่านกระบวนการงบประมาณและทำให้รัฐสภาในฐานะผู้แทนของประชาชนไม่สามารถตรวจสอบได้ 3.สร้างบรรทัดฐานหรือวัฒนธรรมซึ่งทำลายวินัยของประชาชนในการชำระเงินกู้ โดยทีมวิจัยประมาณการพบว่ามีอย่างน้อย 2 พรรคการเมืองที่น่าจะต้องใช้เงินงบประมาณเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอีกกว่า 2 ล้านล้านบาทต่อปี ...*...
และที่แสบสุด เป็นข้อสังเกตจากงานวิจัย ก็คือ พรรคการเมืองส่วนใหญ่ที่ประกาศนโยบายต่างๆ ออกมายังไม่ได้ระบุว่าจะหางบประมาณมาจากแหล่งใด เช่น จะมีการเก็บภาษีใดเพิ่มขึ้นหรือจะตัดลดงบประมาณที่มีอยู่ในปัจจุบันในด้านใดลง งามไส้!! ...*…
พุธโธ่! ก็ถ้าบอกว่า จะหาเงินยังไง รีดภาษีเพิ่ม คะแนนก็ร่วงน่ะสิ แต่ก็กระตุกกันไว้บ้างก็ดี คราวนี้อยากจะตั้งตาดูว่า จะมีพรรคไหน เสนอนโยบายหาเงิน ให้คนไทย หาเงินเข้าคลังได้ พูดง่ายๆ ก็มาใช้หนี้ ไม่ใช่สร้างหนี้ เอาแบบปังๆ และยั่งยืนถาวร ไม่ใช่ชั่วคราวหวือหวาและฉาบฉวย ...*...
อ่านต่อ:ศรพระราม (3/3/66)