สธ.เยียวยาจิตใจญาติเหยื่ออดีตตร.คลั่ง
สธ.เร่งเยียวยาสภาพจิตใจญาติเหยื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์กราดยิงในศูนย์เด็กเล็ก "ผบ.ตร." รับมอบเงินบริจาคก่อนนำมอบช่วยเหลือครอบครัวผู้เคราะห์ร้าย ขณะที่วัดสร้างเมรุชั่วคราวเผา 19 ศพ
จากกรณีเหตุการณ์ ส.ต.อ.ปัญญา คำราบ อดีตตำรวจคลั่ง ใช้อาวุธปืนและมีดสังหารโหดครูพี่เลี้ยงและเด็กภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลอุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เป็นโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญโด่งดังไปทั่วโลกนั้น
เมื่อวันที่ 10 ต.ค.65 นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และพญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต แถลงความคืบหน้าการปฏิบัติการเยียวยาจิตใจเหตุการณ์กราดยิงที่จ.หนองบัวลำภู
โดย นายอนุทิน กล่าวว่า หลังเกิดเหตุขึ้นในวันที่ 6 ต.ค. เบื้องต้นสำนักงานปลัดสธ.ซึ่งดูแลรพ.ในจังหวัด ปลัด สธ. ได้ลงพื้นที่ด้วยตนเอง เพราะเหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิต 37 ราย มีทั้งเด็กเล็กและผู้ใหญ่ สภาพหน้างานคืนแรกค่อนข้างโกลาหล เพราะต้องทำให้ผู้เคราะห์ร้ายรอดชีวิตเป็นสำคัญก่อน จากนั้นพยายามเข้าไปดูแลเรื่องครอบครัวและเยียวยาจิตใจ ทำให้ทุกคนได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตามมีดรามาเรื่องมีการรอไม่ยอมส่งไปชันสูตรที่รพ.อุดรธานีอย่างรวดเร็ว เพราะต้องการรอผู้ใหญ่นั้น เป็นเรื่องที่พูดกันไป ข้อเท็จจริงคือต้องมีการบริหารจัดการ ซึ่งตนและปลัดสธ.ร่วมกันสั่งการไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องว่าการขนย้ายผู้เคราะห์ร้ายไปชันสูตร ต้องมีความพร้อมทั้งที่ต้นทางและปลายทาง ขณะนั้นเรากำลังระดมแพทย์นิติเวชที่จะมาชันสูตร เพราะในพื้นที่มีแค่ 2 คน จึงต้องเร่งระดมมาจากจังหวัดใกล้เคียงหรือส่วนกลาง ซึ่งก็รีบเดินทางกันมา กว่าจะมาถึง จ.อุดรธานีคือเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น ดังนั้นการที่ให้ร่างอยู่ที่หนองบัวลำภูคือสิ่งที่เหมาะสม
"สิ่งที่ย้ำคืออย่าให้เหมือนอดีต ที่จับร่างอัดใส่รถกระบะ รถบรรทุก เอาอะไรมาคลุมแล้วมีภาพเท้าโผล่ จะทำเช่นนั้นไม่ได้ จะออกสู่สายตาสาธารณชนไม่ได้ เราคิดถึงว่าจะระดมรถพยาบาลในสังกัดมาลำเลียงอย่างมีศักดิ์ศรีด้วยความเคารพ ขอให้จัดโลงศพให้ใส่ร่างไปรอทำการชันสูตรที่ รพ.อุดรธานี ซึ่งเรามีผู้เคราะห์ร้าย 37 ราย จึงต้องใช้เวลาในการบริหารจัดการ ก็ได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายฉุกเฉินมาช่วยเหลือได้มาก มีรถบรรทุกโรงศพที่มิดชิดมีความเย็น การจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อยก็ใช้เวลาพอสมควร" นายอนุทินกล่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า ต่อไปคือการเร่งเยียวยาจิตใจ ซึ่งกรมสุขภาพจิตเดินทางไปทันที โดยขอให้ยกกรมไปอยู่ในที่เกิดเหตุเลย เป้าหมายการเร่งเยียวยาสภาพจิตใจมี 2 ประเภท คือ ญาติที่อยู่ในเหตุการณ์ ที่รอดจากการถูกทำร้ายหรือบาดเจ็บเล็กน้อย ต้องมีอาการหวาดผวา วิตก อาการถูกทำร้ายด้านจิตใจ และญาติผู้ป่วยที่สูญเสียญาติพี่น้องคนรักไป อยู่ในสภาพที่ต้องการเยียวยาด้านจิตใจอย่างเต็มที่ กรมสุขภาพจิตมี MCATT ทีมสหวิชาชีพให้การช่วยเหลือด้านจิตใจแก่ผู้ประสบภาวะวิกฤต ระดมมาจาก รพ.จิตเวชในพื้นที่ภาคอีสาน และส่วนกลางลงไปดูแลแต่ละครอบครัว นโยบายคือไม่ใช่ไปดูแค่แตะมือแตะแขนให้ทำใจดีๆ ไว้ สู้ๆ เราไปดูแลตามหลักวิชาการ และหลักการแพทย์ เตรียม รพ.ให้เรียบร้อย ใครต้องใช้บริการทางการแพทย์ก็ส่ง รพ.ทันที
"การดูแลไม่ใช่เหมารวม ไม่ใช่เอามานั่งรวมกันปราศรัย แต่ส่งทีมลงไปดูแลในแต่ละครอบครัว ซึ่งไม่เกินสมรรถภาพ เพราะในพื้นที่เกิดเหตุอยู่ในตำบลนั้น ชาวบ้านญาติๆ ผู้ที่เคราะห์ร้ายก็อยู่แถวนั้น เราก็กระจายคนลงไป ไม่เหนือบ่ากว่าแรง คนไหนต้องใส่ใจเป็นพิเศษก็ลงไปดูแลอย่างใกล้ชิดเต็มที่ ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบัน สธ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทำทุกอย่างเต็มที่ ชีวิตรักษาได้แล้ว คนมารพ.ส่วนใหญ่ที่รับการรักษาแล้วทุกคนรอดชีวิต เด็ก 3 คน ที่มีอาการรุนแรงเนื่องจากถูกทำร้ายที่ศีรษะ แพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านสมองรายงานว่า เด็กยังอายุน้อยโอกาสฟื้นฟูสภาพกลับมาให้เหมือนเดิมมากที่สุดยังมีมากอยู่ ผู้ที่รับบาดเจ็บผู้ใหญ่ต้องรักษาให้กลับสู่ปกติมากที่สุด ก็ต้องฟื้นฟูร่างกาย กายภาพและจิตใจให้เต็มที่ ไม่ใช่ว่าออกไอซียูพักฟื้นดูแผลเสร็จแล้วกลับบ้าน"
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.รับมอบเงินบริจาค เพื่อช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุกราดยิง ในพื้นที่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู จำนวน 3 คณะโดยมีพล.ต.อ.วิสนุประสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ,พล.ต.อ.กิตติรัตน์ พันธุ์เพชร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุวิมล รองผู้บัญชาการแห่งชาติ และพล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานแห่งชาติ ร่วมเป็นสักขีพยาน
โดยคณะที่ 1 คุณสุชัยพรชัย ศักดิ์อุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท gpp จำกัด(นายกกีฬาเทนนิส)มอบเงินจำนวน 2,000,000 บาท คณะที่ 2 คุณภานุพงศ์ ปรีชาอากาศ บริษัทคิงเพาเวอร์ มอบเงินจำนวน 500,000 บาท คณะที่ 3 กลุ่มนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 41 นำโดย พล.ต.อ.กิตติรัตน์ พันธุ์เพชร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ,พล.ต.ท.กรไชยคล้ายคลึง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ,พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญผู้ ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ,พล ต.ท.วีระ จิรวีระ รองจเรตำรวจแห่งชาติ มอบเงินจำนวน 300,000 บาท เพื่อช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุกราดยิง ในพื้นที่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู
พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า จากกรณีที่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งให้เปิดบัญชีรับบริจาคเงินเยียวยาแก่ครอบครัวผู้สูญเสียและผู้บาดเจ็บจากเหตุกราดยิงที่จ.หนองบัวลำภู ขณะนี้เปิดบัญชีมา 2 วัน ยอดเงินบริจาค 5,336,316 บาทแล้ว ทั้งนี้ยังไม่รวมภาคเอกชนอีกจำนวนหนึ่ง โดย ผบ.ตร. จะนำเงินบริจาคทั้งหมดไปมอบให้แก่ญาติผู้สูญเสียวันที่ 11 ต.ค.นี้
วันเดียวกัน ที่วัดราษฎร์สามัคคี จ.หนองบัวลำภู ซึ่งเป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศล 19 ศพ ล่าสุด พระคุณเจ้าเจ้าอาวาส เปิดเผยว่า จากการพูดคุยบรรดาญาติทั้ง 19 ศพ พร้อมใจจัดพิธีเผาจริงหลังจากที่ทีมพระราชทานเพลิงศพแล้วทั้งสิ้น 19 ศพ โดยไม่แยกจากกัน สำหรับ 19 ศพนี้ ไม่ได้นับศพทารกในครรภ์ที่ผ่าออกมา คงนับรวมเป็น 1 ศพ รวมแม่กับลูก
พระคุณเจ้ายังกล่าวว่า ทุนในการก่อสร้างเมรุชั่วคราวจำนวน 19 ศพ ได้รับบริจาคมาจากผู้มีจิตศรัทธารวมทั้งจิตอาสาที่เป็นช่างมาควบคุมการก่อสร้างโดยใช้แรงงานจากหน่วยทหารในพื้นที่จากค่าย 42 รักจังหวัดเลย และหน่วยทหารที่เข้าร่วมโดยกำหนดเป้าหมายว่าจะให้เสร็จสิ้นก่อนพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 11 ต.ค.นี้