“จิรายุ” เตือนขรก.ถอดหัวโขนก่อนแจงงบปี 65 ลั่นฝ่ายค้านโหดระดับ 5 รีดไขมันทุกกระทรวง

การเมือง15 มิ.ย. 2564 • 06:45 น.
“จิรายุ” เตือนขรก.ถอดหัวโขนก่อนแจงงบปี 65 ลั่นฝ่ายค้านโหดระดับ 5 รีดไขมันทุกกระทรวง
เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่รัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 กล่าวถึงการประชุมของกมธ. ว่า การทำงานในส่วนของซีกฝ่ายค้านในกมธ. ชุดนี้ ในปีนี้จะทำงานไม่เหมือนเดิมเพราะจะเข้มข้นมากขึ้น และจะโหดในระดับ 5 เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาในการชี้แจงของส่วนงานราชการนั้น หลายคนมาชี้แจงในที่ประชุมกมธ.ยังมีเจ้ายศเข้าอย่างทั้งๆ ที่ตนเองมาขอเงินภาษีของประชาชน เพราะฉะนั้นกมธ.ซีกฝ่ายค้าน เมื่อวานนี้ก็จัดว่าดุเดือดพอสมควร ซึ่งมีกมธ.ถามถึงหน่วยงานกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารหนี้สาธารณะ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับนโยบายและวิสาหกิจว่าเป็นหน่วยงานที่ควบคุมดูแลถึงงบประมาณแผ่นดิน และมาจากภาษีของประชาชนนั้น ท่านได้ทำงานคุ้มค่ากับสิ่งที่ท่านมาขอหรือไม่ โดยการประชุมของเมื่อวานนั้นมีการตั้งข้อสังเกตว่ายังมีผู้อำนวยการระดับสูง ทั้งเป็นอดีตรองปลัด อดีตอธิบดีที่ได้มานั่งเป็นคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับหนี้สาธารณะยังใช้คำพูดที่ระบุว่า “ดิฉันไม่ใช่นักการเมือง” ซึ่งนี่คือระบบราชการไทย นายจิรายุ กล่าวอีกว่า ตนขอเตือนว่าข้าราชการท่านใดไม่ว่าจะยศฐาบรรดาศักดิ์มากน้อยขนาดไหน เมื่อท่านเข้ามาชี้แจงต่อกมธ. ท่านต้องตั้งสติมาจากบ้านว่าจะต้องชี้แจงด้วยเหตุและผล ไม่มีเจ้ายศ ไม่มีเจ้าอย่าง โดยวันแรกของการประชุม ตนได้เสนอตัดงบไปแล้วหนึ่งหน่วยงาน ในส่วนของกรมที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นงบบูรณาการจนทุกวันนี้ หลายหน่วยงานได้ไปแก้ไขงบในส่วนงานบูรณาการแล้ว เพราะงบในส่วนนี้เหมือนงบที่คิดอะไรไม่ออกก็ตั้งงบบูรณาการขึ้นมา และเป็นการทำงานของหลายหน่วยงานที่ซับซ้อนกันไปมา ดังนั้นฝ่ายค้านเราทำงานอย่างแข็งขัน เต็มที่เรียกว่าโหดระดับ 5 เพราะฉะนั้นขอเตือนไม่ว่าท่านจะเป็นใครจะมียศฐาบรรดาศักดิ์ขนาดไหน จะเป็นปลัด รองปลัด อธิบดีเมื่อท่านเข้ามาท่านต้องเตรียมที่จะชี้แจงให้กับผู้แทนของประชาชนที่เขากลั่นกรองโดยงบประมาณ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าในการรีดงบประมาณในครั้งนี้ ตนเชื่อว่าปีนี้จะหนักหนาสาหัสและจะรีดไขมันของกระทรวง ทบวง กรมได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งตอนนี้ยังพิจารณาถึงมาตราที่ 1 ที่ยังอยู่ในส่วนของกระทรวงการคลัง ซึ่งก็ยังมีอีก 20 กว่ากระทรวงเชื่อว่าจะเพิ่มทวีคูณในการทำงานของฝ่ายค้านที่จะตรวจสอบเงินประมาณมากขึ้น