"ศรีสุวรรณ" ร้อง "กกต." ตรวจสอบทุจริตเลือกตั้ง หลังมีการซื้อสิทธิขายเสียงในพื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่

การเมือง19 เม.ย. 2564 • 12:29 น.
"ศรีสุวรรณ" ร้อง "กกต." ตรวจสอบทุจริตเลือกตั้ง หลังมีการซื้อสิทธิขายเสียงในพื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่
เมื่อวันที่ 19 เม.ย.64 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือต่อกกต. ขอให้ตรวจกรณีการซื้อสิทธิขายเสียงในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ ว่า พื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่มีการซื้อสิทธิขายเสียงกันอย่างมโหฬาร บริเวณหน้าหน่วยเลือกตั้ง ทั้งๆที่มีเจ้าหน้าที่กกต.ประจำการเลือกตั้งท้องถิ่นดูแลอยู่ แต่ก็ไม่ได้มีการบริหารจัดการแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมีผู้นำชุมชนหรือประธานชุมชนทำหน้าที่เดินซื้อสิทธิลูกบ้านของตัวเองอย่างชัดเจน โดยมีหลักฐานชัดเจนคือการบันทึกเสียงขณะเจรจากับผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้ไปเลือกเบอร์ตามที่ตัวเองต้องการ โดยจ่ายเงินให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนหัวละ 1 พันบาท และเมื่อถึงเวลาเลือกตั้งโดยเฉพาะเวลาใกล้ปิดหีบเลือกตั้ง ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังไม่ไปลงคะแนน ประธานชุมชนก็จะโทรศัพท์เรียกให้ไปลงคะแนน พร้อมกับเสนอจ่ายค่าเลือกตั้งอีก 2 พันบาท ซึ่งทำกันโดยทั่วไปในโซเชียลมีเดีย มีการพูดถึงเรื่องนี้กันอย่างหนาแน่น ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดการเลือกตั้งที่ไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ขัดต่อกฎหมายกกต.และพ.ร.บ.เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 อย่างชัดเจน จึงต้องนำเรื่องมาร้องต่อกกต.ให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวน ซึ่งเรามีคลิปเสียงหลายคลิป ที่มีการสนทนาโดยระบุชื่อผู้นำชุมชนอย่างชัดเจน ซึ่งจะนำมาให้กกต.ได้รับรู้ ซึ่งเป็นประจักษ์พยานสำคัญที่นำไปสู่การสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือให้ใบส้ม หรือให้ใบแดง ต่อผู้สมัครรับเลือกตั้งที่มีพฤติการณ์ดังกล่าว “เชื่อว่าไม่ใช่เฉพาะที่เชียงใหม่ที่เดียว หลายๆพื้นที่ก็มีคนมาร้องเรียนผมและส่งพยานหลักฐานมา ซึ่งจะทยอยมาแจ้งหรือมาร้องเรียนให้กกต.ได้รับรู้รับทราบ เพื่อนำไปสู่การจัดการกับผู้ที่มีพฤติการณ์ที่ไม่ถูกต้อง ใช้อำนาจและอิทธิพลทางการเงินไปดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งหน้าที่ของตัวเอง เรื่องนี้ประชาชนผู้มีสิทธิลือกตั้งต้องช่วยกันไม่ให้นักเลือกตั้งมีพฤติการณ์หรือการกระทำอย่างนี้ เมื่อเขาเข้าไปสู่ตำแหน่งได้แล้วก็จะไปคอรัปชั่นได้มากขึ้น “ นายศรีสุวรรณ กล่าว