“สุวัจน์” ขอรบ.สร้างความเชื่อมั่นเจ้าภาพเอเปค พร้อมนับถอยหลัง โหมดการเลือกตั้ง วอน ปชช. เมตตา เลือกชพน.เป็นส.ส.

การเมือง27 ส.ค. 2565 • 12:43 น.
“สุวัจน์” ขอรบ.สร้างความเชื่อมั่นเจ้าภาพเอเปค พร้อมนับถอยหลัง โหมดการเลือกตั้ง วอน ปชช. เมตตา เลือกชพน.เป็นส.ส.

วันที่ 27 ส.ค.2565 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา(ชพน.) แกนนำพรรคชาติพัฒนากล่าวถึงความร้อนแรงทางการเมืองภายหลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาและมีมติเสียงข้างมากให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ว่า ตนคิดว่าทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและเป็นคำวินิจฉัยของศาล เมื่อศาลได้วินิจฉัยในเบื้องต้นเหมือนกับว่ามีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ฉะนั้นรัฐบาลก็ยังเป็นรัฐบาลเดิมอยู่ และพล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่  เพียงแต่ว่าต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาล

 

นายสุวัจน์ กล่าวว่า ตนคิดว่าความต่อเนื่องในการบริหารประเทศก็ยังมีความต่อเนื่องยังไม่ได้เปลี่ยนรัฐบาล ยังเป็นรัฐบาลเดิม เป็นคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดิม เพียงแต่นายกฯ ยังอยู่ แต่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่เพราะคำสั่งศาล ก็ต้องมีรองนายกฯ อันดับ 1 ขึ้นมารักษาการก็คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งตนคิดว่าความต่อเนื่องในการทำงานก็คงทำกันต่อไป เพียงแต่ว่าในช่วงนี้เราก็คงจะเห็นปฏิทินอยู่แล้วว่า เราก็มี3-4 เรื่องที่รอเราอยู่จนถึงวันเลือกตั้ง 

 

นายสุวัจน์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องที่จะต้องดูแลกันถึงแม้ว่าจะเป็นรัฐบาลที่นายกรัฐมนตรีไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ก็คงต้องทำต่อเนื่องกันไปก็คือ เรื่องของการต่อสู้ในเรื่องของแพง สินค้าราคาแพงก็อยากให้รักษาการนายกฯ และครม.ได้ช่วยดูแลพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง และตอนนี้ก็เป็นห่วงเรื่องโลกร้อนที่เริ่มมีผลกระทบกับเรื่องน้ำท่วม ภัยแล้งต่างๆ ซึ่งจะกระทบหลายๆเรื่อง 

 

นายสุวัจน์ กล่าวว่า ที่สำคัญเราจะต้องเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปคจะต้องเตรียมการณ์อย่างต่อเนื่องเพราะเป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทยในการที่จะใช้โอกาสหรือเวทีในการเป็นเจ้าภาพเอเปค เพื่อนำไปสู่ความเชื่อมั่น และพื้นฐานใหม่ๆทางด้านเศรษฐกิจกับประเทศและการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน ตนว่าถ้าหมด 3 เรื่องนี้แล้วหลังประชุมเอเปคแล้วก็นับถอยหลังสู่วันเลือกตั้งหรือสู่โหมดการเลือกตั้ง

 

นายสุวัจน์ กล่าวว่า ตนคิดว่าวันนี้ในเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดินต่างๆก็คงไม่ได้มีผลกระทบอะไรก็คงจะต้องรอศาลที่จะมีคำวินิจฉัยในเรื่อง 8 ปีอีกครั้งหนึ่ง ส่วนที่มีกระแสข่าวช่วงรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นนายกฯ คนนอกได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่า อันนี้รัฐบาลยังอยู่ ครม.ยังอยู่ นายกฯ ก็ยังอยู่เพียงแต่ว่าศาลบอกให้นายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยเท่านั้นเอง

 

นายสุวัจน์ กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่น่าจะมีสุญญากาศหรือไม่น่ามีปัญหาอะไร และ ครม.ชุดเก่าก็ทำงานอย่างต่อเนื่องมาแล้วหรือผู้รักษาการนายกฯ ก็อยู่ใน ครม.มาตลอด 7-8 ปีอยู่แล้ว ฉะนั้น ความต่อเนื่องในการทำงานตนว่าไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรเลยก็เป็นเรื่องปกติก็เพียงแต่ว่ารอฟังว่า คำตัดสินหรือคำวินิจฉัยที่สุดจากศาลจะออกมาเมื่อไหร่ อันนั้นก็เป็นอีกสถานการณ์หนึ่ง

 

นายสุวัจน์ กล่าวว่า ส่วนความเชื่อมั่นที่จะส่งผลกระทบนั้น ตนคิดว่าต้องทำความเข้าใจ

ชัดเจนอย่างกรณีที่ตนห่วงในประเทศ เราทุกคนเข้าใจ ทุกคนก็อยากเห็นว่าช่วยกันทำงานอย่างต่อเนื่องแต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เราควรจะทำความเข้าใจคือพวกนักลงทุนต่างๆ ให้เขาเข้าใจว่า รัฐบาลยังอยู่ เพียงแต่นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่รอฟังคำสั่งศาล ยังทำงานอย่างต่อเนื่อง 

 

นายสุวัจน์ กล่าวว่า โดยเฉพาะที่สำคัญที่สุดก็คือตอนที่เราจะเป็นเจ้าภาพเอเปค ฉะนั้นตนคิดว่าต้องพยายามที่จะทำความเข้าใจและชี้แจงให้กับประเทศต่างๆที่เขาจะมาร่วมประชุมเอเปคได้เข้าใจถึงสถานการณ์ของประเทศ และมั่นใจว่ามาประชุมและประเทศชาติของเรายังปลอดภัย อันนั้นเป็นเรื่องต่างประเทศ เป็นเรื่องที่กระทรวงต่างประเทศก็คงจะต้องไปดูแลในการทำความเข้าใจ

 

เมื่อถามถึงนายกฯ รักษาการมองหรือวิเคราะห์ว่ารัฐบาลจะไปต่ออยู่จนครบเทอม นายสุวัจน์ กล่าวว่าวันนี้เรื่องครบเทอมหรือไม่ครบเทอมคงจะเป็นไปตามกฎเกณฑ์ เป็นไปตามอายุขัย เป็นไปตามสภาพการเมืองแต่ไม่ใช่เป็นเรื่องหลักอะไรแล้ว และวันนี้บ้านเมืองก็เหลือเวลา 6-7 เดือน เรามี 4 ปีเรามาตั้ง 3 ปีครึ่งแล้วมากกว่า 80% แล้ว และเรื่องหลักๆก็ผ่านไปหมดแล้ว เช่น กฎหมายงบประมาณก็ผ่านไปแล้วก็ไม่ได้มีประเด็น กฎหมายพรรคการเมือง กฎหมายเลือกตั้งก็ผ่านไปแล้ว ฉะนั้นประเด็นอะไรต่างๆในสภาฯที่คั่งค้างก็ไม่ได้มีประเด็นอะไรมาก ฉะนั้นจะครบเทอมหรือไม่ครบเทอมในที่สุดก็ต้องเลือกตั้งภายใน 6-7 เดือนข้างหน้า แต่สำคัญที่สุดก็คือ การใช้เวลาที่เหลือนี้ ซึ่งไม่รู้เท่าไหร่ อาจจะอยู่ 6-7 เดือน หรืออาจจะ 5 เดือนก็ได้ อาจจะหลังเอเปคก็ได้ ใช้เวลาที่เหลือนี้ลงไปดูแลไปใกล้ชิดไปแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนจริงๆส่วนเลือกตั้งเมื่อไหร่เป็นเรื่องสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรแล้ว เพราะว่าเราผ่านมากว่า 80% แล้ว และเรื่องหลักๆในสภาก็ผ่านไปแล้ว

 

เมื่อถามว่า เป็นโอกาสโหมโรงปี่กลองระฆังลั่นแล้ว นายสุวัจน์ กล่าวว่า สัญญาณมันค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้วตอนนี้ เพียงแต่ว่ายังไม่ได้เคาะว่าวันไหนเท่านั้นเอง ทุกคนก็เตรียมตัวกันหมดแล้วก็เป็นเรื่องที่ดี ตนว่าเมื่อเรามีการเลือกตั้งมันก็จะทำให้มีความมั่นใจ มั่นคง ฉะนั้นเมื่อมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ ภาพของเมืองไทยชัดเจน ภาพรัฐบาล ภาพนโยบายต่างๆ ชัดเจน แล้วถ้าเราสามารถดูแลการเลือกตั้งให้เป็นธรรม ให้บริสุทธิ์ ให้เหมือนกับผลการเลือกตั้งออกมาเหมือนแฟร์เพลอันนี้จะช่วยได้มากเลย 

 

“ส่วนพรรคชาติพัฒนาพร้อมและต้องมีที่นั่ง ส.ส.มากๆ นั้น ผมคิดว่าเราก็พยายาม ตั้งใจ อยากจะได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่ความเมตตาของพี่น้องประชาชน” นายสุวัจน์ กล่าว

 

ผู้สื่อข่าวถามถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาคนใหม่ที่มาจาก จ.อุดรธานี ฉายาผู้ว่าอายุน้อยที่สุดมานายสุวัจน์ กล่าวว่า ตนไม่รู้จักท่านเป็นการส่วนตัว แต่ว่าเท่าที่ดูประวัติเหมือนกับเป็นข้าราชการรุ่นใหม่อายุน้อย คนหนุ่ม ก็เหมาะกับสถานการณ์ของประเทศ สถานการณ์วันนี้ที่ต้องการความคล่องตัว การดูแลการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด ทุ่มเทการทำงาน ท่านก็เหมาะ อายุ 48 ปีเคยอยู่ในภาคอีสานอยู่แล้ว ฉะนั้นเข้าใจพื้นฐาน ตนก็คิดว่าเหมาะสม เป็นกำลังใจให้ประสบความสำเร็จ ช่วยมาสร้างความเจริญให้กับจ.นครราชสีมา 

 

“อยากให้มาช่วยดูแลปัญหาเศรษฐกิจ และสร้างเมืองโคราชให้เป็นเมือลงทุน เมืองท่องเที่ยว และช่วยกันเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานต่างๆให้รวดเร็วขึ้น เพื่อจะได้เป็นแรงจูงใจให้กับนักลงทุน นักท่องเที่ยว อย่างตอนนี้คนโคราชลุ้นกันว่าเมื่อไหร่รถไฟความเร็วสูงจะเสร็จ เมื่อไหร่มอเตอร์เวย์กรุงเทพ-โคราชจะเปิดฉะนั้น ถ้าได้ช่วยกันเร่งรัด ผลักดันโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อจะได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยว ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน และอีกเรื่องที่สำคัญเราต้องช่วยดูแลโคราชน้ำต้องไม่ท่วม ตนคิดว่าผู้ว่าฯได้รับแต่งตั้งจาก ครม. และอายุยังน้อยก็เชื่อมั่นท่านน่าจะประสบความสำเร็จในการทำงาน ขอเป็นกำลังใจให้” นายสุวัจน์ กล่าว