ทหารขยับ ปลุกศักดิ์ศรีทหารป้อง “ผบ.ทบ.”“บิ๊กแดง” ลุยกรำศึกการเมืองเคียงข้าง“บิ๊กตู่”

การเมือง9 มี.ค. 2562 • 00:00 น.
ทหารขยับ ปลุกศักดิ์ศรีทหารป้อง “ผบ.ทบ.”“บิ๊กแดง” ลุยกรำศึกการเมืองเคียงข้าง“บิ๊กตู่”
ไม่ใช่เป็นเรื่องของอารมณ์ โกรธ หรือถูกหมิ่นศักดิ์ศรี แต่ถูกบางขั้วบางฝ่ายมองว่า เป็นความ ตั้งใจของ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ที่จะกรำศึกการเมือง เคียงข้าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช. ที่เป็นการ พิสูจน์ใจ พิสูจน์จุดยืน ที่ “น้องแดง” มีต่อ “พี่ตู่” ได้อีกทางหนึ่ง แถมทั้ง พล.อ.อภิรัชต์ ยังเป็น เลขาธิการ คสช. ที่ก็ต้องช่วยเหลือดูแล พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้า คสช. ที่กำลังตกเป็นเป้าทางการเมือง ในฐานะแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ และโดนรุมโจมตีในเรื่องคุณสมบัติ การเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ การไม่ขึ้นเวทีดีเบต กับแคนดิเดทคนอื่น และ ไม่ขึ้นเวทีปราศรัย หาเสียง เพราะถูกมองว่า จะได้กลับมาเป็นนายกฯอีกสมัยหนึ่งหลังการเลือกตั้ง เพราะมี สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ตั้งขึ้นมาเอง 250 คนเป็นทุนที่ได้เปรียบคนอื่นอยู่แล้ว อาจกล่าวได้ว่า พล.อ.อภิรัชต์ ยอมเอาตัวเอง เป็นเป้าทางการเมือง รองรับแรงกระแทกทางการเมือง แทนพล.อ.ประยุทธ์ ได้ในบางส่วน เพื่อไม่ให้การเมืองพุ่งไปแต่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะในระยะหลังๆนี้ แม้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พี่ใหญ่ จะพยายามลดบทบาท ลดการให้สัมภาษณ์ แต่ก็ยังคงเป็น ตำบลกระสุนตก อยู่อีกคน โดยเฉพาะเมื่อรับหน้าที่ ประธานคณะกรรมการคัดสรรสมาชิกวุฒิภา (ส.ว.) หลังการใช้ เพลง ”หนักแผ่นดิน” ปรามนักการเมือง ที่หาเสียงด้วยการโจมตีทหาร โจมตีกองทัพ จนถูกนักการเมือง รุมถล่มกลับอย่างรุนแรง มาแล้ว แต่ผลพวงไม่จบแค่นั้น ยังมีภาคต่อ เมื่อ พล.อ.อภิรัชต์ ฟ้องร้องดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และอดีต ผบ.ตร. ที่ดูหมิ่น เครื่องหมายบนหน้าอกของ พล.อ.อภิรัชต์ ด้วยคำพูดเปรียบเปรย ว่า “ลิเก” ในการให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ บางฉบับ ด้วยเพราะ ก่อนหน้านั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ให้สัมภาษณ์โจมตี พล.อ.อภิรัชต์ อย่างหนัก และลามปามถึง “บิ๊กจ๊อด” พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีต ผบ.สูงสุด และประธาน รสช. บิดาของ พล.อ.อภิรัชต์ แต่ พล.อ.อภิรัชต์ ก็อดทน ไม่มีการฟ้องร้องใดๆ แม้จะทำให้ บิดาและครอบครัวเสียหาย แต่มาคราวนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ดูหมิ่นเครื่องหมายบนหน้าอกของ พล.อ.อภิรัชต์ รวมทั้งดูหมิ่น ทหารขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย ขณะลงพื้นที่หาเสียง ที่ อ.เมือง ปราจีนบุรี แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็ไม่ยอมหยุด แต่ยังคงให้สัมภาษณ์โจมตี พล.อ.อภิรัชต์ อย่างต่อเนื่อง รุนแรง รวมถึงการ ย้อนศรแนะนำ พล.อ.อภิรัชต์ ไปฟังเพลงหนักแผ่นดิน เสียเอง ส่งผลให้เกิดความเคลื่อนไหวในกองทัพบก ในการปลุกคำว่า “ศักดิศรีทหาร” ขึ้นมา โดยเพจเฟซบุ๊ก ในเครือข่ายขอ งทบ. และ เฟซบุ๊ก ส่วนตัวของนายทหารในกองทัพบก มีการแชร์เพจ พระบรมราโชวาท รัชกาลที่ 5 เรื่อง ศักดิ์ศรีของทหาร ที่เคยเป็นข้อความที่ เมื่อครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ นำก่อการรัฐประหารและอ่านแถลงการณ์ คสช.ฉบับแรก เมื่อ 22พ.ค.2557 มาตอกย้ำอีกครั้ง 1.ทหาร คือ ผู้ที่ได้รับเกียรติอย่างสูงจากประชาชนทั้งชาติ ให้เป็นสุภาพบุรุษ ถืออาวุธเพื่อป้องกันประเทศ 2.ทหาร เป็นผู้เสียสละประโยชน์สุขส่วนตัว เพื่อความผาสุกของประชาชนและความอยู่รอดของชาติ 3.ทหาร คือ ผู้ที่รักและบูชาเกียรติยศมากกว่าเงิน รวมทั้งแชร์เพจ ข้อความ เพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของทหารโดย ระบุว่า “หากมีผู้หนึ่งผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือบุคคลอื่น กระทำให้เสื่อมเสียศักดิ์ศรีของทหาร ขอให้ทหารทุกคนตั้งใจให้แน่วแน่มั่นคงในอันที่จะปกป้องเกียรติ และหากจะมีผู้หนึ่งผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือบุคคลอื่น ใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมหลายอย่างต่อผู้บังคับบัญชาหรือกำลังพล ล้วนแล้วแต่เป็นการทำลายศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของทหารที่สร้างกันมา จึงเป็นสิ่งที่ไม่น่าชื่นชมยินดี ดังนั้นทหารทุกนาย จะต้องช่วยกันปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีทหารด้วยชีวิต” จนนำมาซึ่งการตบเท้า ให้กำลังใจ พล.อ.อภิรัชต์ ในการประชุม ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก วาระพิเศษ 7 มี.ค.2562 ที่จะมีทั้งนายทหารระดับแม่ทัพภาค ผู้บัญชาการกองพล ไปจนถึงผู้บังคับการกรม และผู้บังคับกองพัน จากทั่วประเทศ ราว 800 นาย มาร่วมประชุม ที่ บก.ทบ.นั้น โดยงานนี้ พล.อ.อภิรัชต์ ได้นำกำลังพลถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ที่ หน้าหอประชุมกิตติขจร ภายในกองบัญชาการกองทัพบก พร้อมนำกล่าวคำปฏิญาณตน ที่กล่าวตั้งแต่ สมัยเป็นนักเรียนเตรียมทหาร จนเป็นนักเรียนนายร้อย จปร.ที่ว่า “ข้าพเจ้าจักรักษามรดกของพระองค์ท่าน ไว้ด้วยชีวิต” อีกด้วย ว่ากันว่า นี่ถ้า เป็นสถานการณ์ที่ ผบ.ทบ.หรือกองทัพ มีปัญหาความขัดแย้งกับนักการเมือง แล้วเป็นนักการเมืองในรัฐบาลด้วยแล้ว ก็มีแนวโน้มที่จะจบลงด้วยการปฏิวัติรัฐประหาร แต่ทว่า นักการเมือง ในคราวนี้ ไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่เป็นนักการเมือง ฝ่ายต่อต้านทหาร ต่อต้าน คสช. คู่แข่ง พล.อ.ประยุทธ์ที่อยู่ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง จึงทำให้ถูกมองว่า นี่เป็นการส่งสัญญาณทางอ้อม ถึงกำลังพลทหาร และครอบครัว ให้ได้คิดว่า เลือกตั้งครั้งนี้ แม้จะ ฟรีโหวต แต่ก็ควรจะรู้ว่า ควรจะเลือกใครพรรคไหน เรียกได้ว่า เป็นกลยุทธ์ ในการสร้างความกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียวของกำลังพลในกองทัพ ได้ในอีกทางหนึ่ง ที่เชื่อกันว่า ผลการเลือกตั้ง จะเป็นตัวตัดสินว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ของประเทศ มองอย่างไร และจะจบด้วย ชัยชนะ หรือความพ่ายแพ้ของ ทหาร และคสช. !