“อภิสิทธิ์-พริษฐ์” จี้ “โสภณ” เปิดชื่อ กก.กลั่นกรองปม ป.ป.ช. ด้านประธานสภาฯ ยันไม่ทำให้สังคมอาย
วันที่ 27 ส.ค.2569 เวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ภายหลังเปิดโอกาสให้สมาชิกหารือเสร็จก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) หารือเพื่อขอความชัดเจนต่อกรณีที่ฝ่ายค้านเข้าชื่อเพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งกรรมการไต่สวนอิสระ การทำหน้าที่ของกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลังจากที่ทราบตามข่าวว่า ได้ตั้งกรรมการกลั่นกรองเพื่อประกอบการพิจารณาโดยเรียกร้องให้เปิดเผยชื่อกรรมการเพื่อความโปร่งใสและ ให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่าเป็นผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ ลบครหาว่าถูกส่งมาเพื่อปกป้องและขอความชัดเจนเรื่องกรอบเวลาพิจารณา ศึกษาข้อกฎหมาย ก่อนตัดสินใจ
โดย นายโสภณ ชี้แจงว่า การตั้งกรรมการขึ้นการกลั่นกรองก่อนที่ตนจะใช้ดุลยพินิจตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นดุลยพินิจของประธานสภาฯ ซึ่งหมายถึงตนคนเดียว ทั้งนี้ตนได้ศึกษาเกี่ยวกับกรณีเคยเกิดขึ้น พบว่า อดีตประธานสภาฯ ได้ทำเช่นกัน แต่ที่ผ่านมาพบว่าตั้งคนในสภาฯ เป็นกรรมการร หากตนทำแบบนั้นอาจถูกมองว่าเป็นบุคคลใต้อาณัติของประธาน จึงเปลี่ยนเอาคนนอกมากกว่าคนในเพื่อป้องกันครหา
“ไม่ใช่ผมเลียนแบบตามประเพณี แต่เมื่อเป็นเรื่องใหญ่ ต้องใช้ความรอบคอบทางกฎหมาย ทั้งนี้คนที่จะมาทำหน้าที่ใช้เวลาเจรจาขอนาน เพราะเป็นเรื่องที่เปลืองตัว แต่ผมได้นำบุคคลที่น่าเชื่อถือมาทำงาน เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ภูมิประวัติที่สังคมเชื่อถือได้ เป็นระดับ ตุลาการ โดยผมไม่ทำสิ่งที่อายสังคม แต่ยังเปิดเผยชื่อไม่ได้ เพราะกังวลว่าจะไม่เป็นอิสระ ส่วนกรอบเวลาไม่สามารถระบุได้” นายโสภณ ชี้แจง
ทั้งนี้นายพริษฐ์ หารือย้ำว่าการไม่เปิดเผยชื่อกรรมการเพื่อความเป็นอิสระแต่มีข้อกังวลว่าจะเป็นอิสระจากการตรวจสอบของประชาชน ส่วนการใช้เวลาขณะนี้พบว่าเวลาผ่านไป 82 วันแล้ว ขณะที่เรื่องที่เคยเกิดขึ้นเมื่อช่วงยุบสภา ที่ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ใช้เวลา 41 วันก่อนส่งเรื่องพร้อมกับขอให้ในขั้นตอนพิจารณาควรให้ฝ่ายที่ยื่นคำร้องได้เข้าชี้แจงด้วย ทำให้นายโสภณ กล่าวว่า จากที่หารือชื่อว่ากรรมการเก็บไปพิจารณา ซึ่งตนทำตรงไปตรงมา ขอให้จบและรอผล