'พริษฐ์' บี้ 'นภินทร' แจงปมโกง สว. แฉพิรุธเซ็นใบลาออก-จี้ กกต. ฟ้อง 229 รายชื่อ

การเมือง27 ส.ค. 2569 • 14:08 น.
'พริษฐ์' บี้ 'นภินทร' แจงปมโกง สว. แฉพิรุธเซ็นใบลาออก-จี้ กกต. ฟ้อง 229 รายชื่อ

วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยระบุว่าข้อมูลที่ได้รับมานั้นชี้ให้เห็นว่า นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ อาจมีความเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว และปัจจุบันเป็นหนึ่งใน 229 คน ที่คณะไต่สวนชุดที่ 26 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มีมติเห็นว่ามีมูลความผิด โดยนายพริษฐ์ได้ตั้งกระทู้ถามสดในสภาแต่ทางรัฐมนตรีไม่ได้มาตอบ ซึ่งข้อมูลที่รวบรวมมาบ่งชี้ว่ามีผู้สมัคร สว. รายหนึ่ง นามสมมติว่า “นาย A” ถูกเชิญไปพบรัฐมนตรีที่ห้องทำงานในกระทรวงพาณิชย์ถึง 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 24 และ 25 มิถุนายน 2567 ก่อนการเลือก สว. ระดับประเทศเพียง 1-2 วัน

นายพริษฐ์เปิดเผยรายละเอียดว่า ในวันที่ 24 มิถุนายน นาย A ถูกเชิญไปโดยให้เหตุผลว่ามีคนขอ “ดูตัว” และเมื่อได้พบกับรัฐมนตรี ก็มีคำบอกเล่าว่ามีการสื่อสารในเชิงที่ว่าหากได้เป็น สว. แล้วจะขอสิ่งตอบแทน 2-3 อย่าง ส่วนในวันที่ 25 มิถุนายน นาย A ถูกเชิญกลับไปที่กระทรวงพาณิชย์อีกครั้งเพื่อร่วมประชุมกับรัฐมนตรี โดยครั้งนี้มีการระบุว่ารัฐมนตรีได้ขอให้เจ้าหน้าที่นำใบลาออกมาให้ผู้สมัครคนดังกล่าวเซ็นชื่อทิ้งไว้ล่วงหน้าก่อนจะส่งคืนเจ้าหน้าที่ไป ซึ่งนายพริษฐ์ย้ำว่าเรื่องนี้ต้องการความชัดเจนว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นความจริงหรือไม่ และมีการเรียกประชุมผู้สมัครในห้วงเวลาดังกล่าวจริงตามที่ถูกระบุไว้หรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อมูลที่ได้มานั้นมาจากแหล่งใดและมีความน่าเชื่อถือเพียงใด นายพริษฐ์ระบุว่า ข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบคดีโกง สว. มาจากหลายภาคส่วน ซึ่งตนได้ทำการกลั่นกรองและตรวจสอบความน่าเชื่อถือเบื้องต้นเสมอก่อนนำเสนอ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงหรือให้หน่วยงานพิสูจน์ตามหลักวิทยาศาสตร์ โดยเหตุที่นำมาถามในสัปดาห์นี้เพราะเป็นสัปดาห์แรกของการเปิดสมัยประชุมสภา ซึ่งเป็นกลไกที่เหมาะสมในการตั้งคำถามแทนสังคม

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนผิดหวังที่นายนภินทรไม่มาตอบกระทู้สด โดยอ้างภารกิจตรวจราชการที่จังหวัดราชบุรี ทั้งที่ข้อบังคับการประชุมสภาข้อที่ 150 และ 151 กำหนดให้รัฐมนตรีต้องมาตอบ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งตนมองว่าควรบริหารจัดการตารางงานให้สอดคล้องกับวันพฤหัสบดีที่ต้องมีกระทู้สดได้ เนื่องจากวิปฝ่ายค้านได้ประสานไปยังวิปรัฐบาลตั้งแต่วันจันทร์แล้วว่าต้องการถามรัฐมนตรีนายนภินทร แต่แม้รัฐมนตรีจะไม่มา ตนก็ได้สรุปสาระสำคัญผ่านสื่อมวลชนเพื่อให้ท่านตอบต่อประชาชนแทน 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินการทำงานของ กกต. อย่างไร และจะมีคำสั่งฟ้องกี่คน นายพริษฐ์ให้ความเห็นว่า กกต. ควรส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนต่อศาล เพราะเป็นตัวเลขจากการสรุปงานของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ที่สอบพยานมาถึง 700 กว่าคน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ายังมีบุคคลบางราย เช่น นายวิทยา คำพวง นายกเทศมนตรี ที่ปรากฏในคลิปเหตุการณ์ที่โรงแรม B2 และเจ้าตัวก็ยอมรับเอง แต่กลับไม่มีชื่ออยู่ใน 229 คนนี้ จึงขอเน้นย้ำว่ารายชื่อ 229 คนไม่ใช่การเหมารวม แต่เป็นลิสต์ที่ผ่านการกลั่นกรองมาแล้วระดับหนึ่ง

นายพริษฐ์ กล่าวว่า เกณฑ์ที่ กกต. ต้องใช้ตามบทกฎหมายคือ หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต ไม่ใช่เกณฑ์ที่ต้องพิสูจน์จนสิ้นข้อสงสัย เพราะนั่นเป็นหน้าที่ของศาล หาก กกต. จะไม่สั่งฟ้องทั้งหมด ก็ต้องอธิบายกับสังคมให้ได้ว่ากระบวนการที่ประสบความสำเร็จขนาดนี้จะมีผู้กระทำผิดแค่ไม่กี่คนได้อย่างไร หากคุณเชื่อว่ามีขบวนการโกง สว. มันก็ต้องมีผู้ร่วมขบวนการจำนวนมาก แต่ถ้าเชื่อว่าไม่มีเหมือนที่อนุฯ ชุดที่ 36 สรุป ก็ต้องยกคำร้องไป ซึ่งมันขัดกับหลักฐานที่ปรากฏต่อสาธารณะ

นอกจากนี้ นายพริษฐ์ยังกล่าวถึงข้ออ้างเรื่องการประชุม “ไก่งวงล้นตลาด” ที่มีการนำมาใช้ชี้แจงการพบปะกับผู้สมัคร สว. ว่า รัฐมนตรีพยายามบอกว่าเป็นการคุยเรื่องหนังสือร้องเรียนจากสภาเกษตรกร แต่ตนได้รับข้อมูลว่าหนังสือดังกล่าวอาจไม่มีเลขรับในระบบราชการ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ง่ายในกระทรวงพาณิชย์ ส่วนกรณีที่ กกต. ดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร สว. กว่า 1,700 คนเรื่องขาดคุณสมบัตินั้น ตนมองว่าแม้ผลลัพธ์จะถูกต้องแต่ล่าช้าเกินไป เพราะข้อมูลบางอย่าง เช่น พ่อลูกสมัครพร้อมกัน ซึ่งผิดกฎหมายชัดเจน ควรตรวจสอบได้ตั้งแต่หน่วยงานด้านการปกครองในวันรับสมัคร ไม่ใช่ปล่อยเวลาล่วงเลยมานานขนาดนี้

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร ออกมาพาดพิงเรื่องการแสดงเอกสาร นายพริษฐ์ยืนยันว่าข้อมูลที่ตนนำเสนอที่ผ่านมาถูกพิสูจน์ว่าเป็นความจริงแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการเงินในจังหวัดอำนาจเจริญ 860,000 บาท หรือกรณีของคุณสรชาติ สว. จังหวัดหนองบัวลำพู ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมายอมรับว่ามีเส้นเงินจริงแต่ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวกับการเลือก สว. ส่วนที่นายศุภชัยอ้างว่าตนโชว์เอกสารในห้องแถลงข่าวเมื่อวานนี้นั้น เป็นข้อมูลเท็จ เพราะตนไม่ได้โพสต์หรือโชว์เอกสารใดๆ เกี่ยวกับการเลือก สว. เลย มีเพียงการอภิปรายเรื่อง พ.ร.ก. เงินกู้ และสัมภาษณ์กับสื่อแห่งเดียวเท่านั้น จึงขอให้นายศุภชัยระบุเวลาและช่องทางให้ชัดเจนว่าตนไปแสดงเอกสารที่ไหน

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ได้ติดตามการทำงานของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 และพยายามทวงถามข้อมูล ซึ่ง กกต. เลื่อนส่งข้อมูลให้กรรมาธิการมาตลอด 2 เดือน ทั้งที่ต้องการทราบเพียงรายชื่ออนุกรรมการ 7 คนว่าถูกเสนอโดยใคร และเคยมีการตั้งอนุกรรมการลักษณะนี้ในคดีอื่นหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้า

"คดีนี้สำคัญต่ออนาคตประเทศ เพราะหากคนผิดไม่ต้องรับผิด จะเท่ากับเป็นการออกใบอนุญาตให้กลุ่มคนยึดครองประเทศโดยไม่ยึดโยงกับประชาชน และจะส่งผลเสียต่อระบบการตรวจสอบถ่วงดุลในอนาคต และอาจทำให้กลุ่มการเมืองบางกลุ่มในอนาคตทำอะไรก็ไม่ผิด ดังนั้นหลายฝ่ายจึงทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่และพยายามนำเสนอชุดข้อมูลและความจริงให้ได้มากที่สุด" นายพริษฐ์ กล่าว