“เทพไท” จับตา “ยุคสิงห์น้ำเงิน” คุมมหาดไทย “อนุทิน” จัดระเบียบอำนาจ สะเทือนขุมกำลังทั่วประเทศ
วันที่ 28 ส.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท คุยการเมือง ระบุว่า...
ยุคสิงห์น้ำเงิน คุม มหาดไทย
มีการโพสต์ภาพของนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ได้ยกมือไหว้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ด้วยท่าทางที่นอบน้อม ก้มหัว ยกมือไหว้ ย่อเข่า ซึ่งเรียกว่าเป็นการไหว้ต่ำ แสดงความขอบคุณอย่างสุดชีวิต มีการบรรยายภาพว่า การแสดงความขอบคุณของนายอรรษิษฐ์ต่อนายอนุทิน สืบเนื่องมาจากนายอนุทิน เปิดโอกาสให้นายอรรษิษฐ์นั่งอยู่ในตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยอีกต่อไป
ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า นายอรรษิษฐ์ อาจจะถูกย้ายไปเป็นปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อหลีกทางให้กับนายนฤชา โฆษาศิวิไล อธิบดีกรมการปกครอง มานั่งในตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยแทน ตามความประสงค์ของกลุ่มประสาทสายฟ้า เพราะนายอรรษิษฐ์เป็นข้าราชการสายของนายอนุทิน แต่เมื่อนายอนุทินตัดสินใจให้นายอรรษิษฐ์ไปต่อในตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็ต้องแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้ง เป็นเรื่องปกติ ถือว่าเป็นโชคดีของนายอรรษิษฐ์ ที่ได้ไปต่อ
ซึ่งอาจจะเป็นเพราะนายนฤชาโดนปัญหาทางการเมืองอยู่ในหลายเรื่อง เช่น กรณีแชตไลน์หลุด ด้วยข้อความช่วยสีน้ำเงินด้วย หรือมีข้อครหาเกี่ยวกับการสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานท้องถิ่น ในสมัยที่เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น หรือแม้แต่กรณีที่ประธานกรรมาธิการปปช.พลั้งเผลอ ระบุว่า นายนฤชาเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นด้วย จึงทำให้ปัญหารุมเร้าพอสมควร จึงไม่เหมาะสมที่จะนั่งอยู่ในตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยตามที่ครูใหญ่ต้องการ ถือว่าเป็นความโชคดีของนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์
แต่ถ้าพูดถึงการโยกย้ายในกระทรวงมหาดไทย หรือการจัดระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีการโยกย้ายตำแหน่งสำคัญ 20 ตำแหน่ง ซึ่งแต่ละตำแหน่งก็มีที่มาที่ไปที่แตกต่างกัน แต่ในฐานะเป็นผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง และเป็นนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ อยากจะตั้งข้อสังเกตการโยกย้ายในตำแหน่งสำคัญเพียง2ตำแหน่ง คือ
1.ตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้แต่งตั้งนายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งถือว่าเป็นสายตรงของครูใหญ่ มาจากบุรีรัมย์คอนเน็กชั่น เพื่อเข้ามาดูแลแก้ปัญหาการสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ที่กำลังเป็นประเด็นอื้อฉาวอยู่ในขณะนี้ จำเป็นต้องใช้คนที่รู้ใจ คนที่ใกล้ชิดเข้ามาดูแล เพราะนายปิยะเติบโตมาจากจังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่เป็นนายอำเภอ ปลัดจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดได้2ปี ก็ขยับขึ้นมาเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเลย
2.ตำแหน่งกรมที่ดิน ที่มีการโยกย้ายนายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ขึ้นเป็นอธิบดี ซึ่งการดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดิน มีภาระกิจสำคัญต้องแก้ปัญหาคดีที่ดินเขากระโดง จำเป็นต้องหาคนที่มีฝีมือ มีความสามารถสนองนโยบายได้ นายสมชายเป็นดาวรุ่งของกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ว่าฯตั้งแต่อายุ 48 ปี เป็นผู้ว่า2ปี สามารถไต่เต้าขึ้นมาเป็นอธิบดีกรมที่ดิน ซึ่งเป็นกรมใหญ่เกรดA ซึ่งข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยต่างหมายปอง การเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ นายสมชายได้ไต่เต้าจากรองผู้ว่าฯ ขึ้นเป็นผู้ว่าฯที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยไม่ต้องไต่เต้าจากจังหวัดเล็ก ไปจังหวัดกลาง แล้วมาจังหวัดใหญ่ ก็เพราะความสามารถ หรือผู้สนับสนุนที่เข้มแข็ง รอบนี้จึงได้แต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมที่ดิน
ส่วนบุคคลอื่นๆอีกหลายตำแหน่ง ที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กัน จะขออนุญาตสงวนสิทธิ์ไม่แสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ แต่ยืนยันได้ว่า กระทรวงมหาดไทยภายใต้การควบคุมบริหารงานของพรรคภูมิใจไทย ได้จัดระเบียบอำนาจรัฐอย่างเข้มแข็ง และการที่สามารถคุมอำนาจรัฐผ่านโครงสร้างของกระทรวงมหาดไทยได้ จึงทำให้ระบอบสีน้ำเงินประสบความสำเร็จและสามารถควบคุมการเมืองของประเทศไทยได้ทั้งระบบ
จึงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า การจัดระเบียบอำนาจรัฐของระบอบสีน้ำเงิน ภายใต้การบริหารประเทศผ่านกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำลังจัดระเบียบอธิบดีกรมต่างๆ ผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ เพื่อสนองนโยบายอย่างเบ็ดเสร็จ และจะทำให้กระทรวงมหาดไทย ปลอดจากสิงห์ดำ สิงห์แดง สิงห์ทอง หรือสิงห์สีต่างๆสลายหมด กลายมาเป็นสิงห์สีน้ำเงินทั้งกระทรวงมหาดไทย
#เทพไท #อนุทิน #มหาดไทย #สิงห์น้ำเงิน #ภูมิใจไทย #การเมืองไทย #โยกย้ายมหาดไทย #การเมือง #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline