‘วัส ติงสมิทร’ อัดระบบเลือก ส.ว. 60 วิปริต! ปล่อยฮั้วเขี่ย ‘อดีตนายกฯ-ผู้พิพากษา’ ตกรอบ แนะยกเลิก ดักคอ กกต. หากยกคำร้องโดนสังคมกังขาแน่
วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า จัดเสวนา เสวนาหัวข้อ “ถอดบทเรียน 30 ปี องค์กรอิสระ” ต่อมา นายวัส ติงสมิตร อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ระบุว่า เป็นเวลากว่า 5 ปีแล้วที่ไม่ได้ออกมาร่วมเวทีสาธารณะในลักษณะนี้ แต่เนื่องจากเห็นว่าประเด็นปัญหากระบวนการยุติธรรมและกลไกการตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญกำลังอยู่ในช่วงวิกฤต จึงจำเป็นต้องออกมาสะท้อนข้อเท็จจริงเพื่อหาทางออกให้สังคม เจตนารมณ์เดิมของการจัดตั้งองค์กรอิสระคือการสร้าง "อำนาจที่ 4" เพื่อดุลและตรวจสอบอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ แต่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 กลับให้อำนาจองค์กรอิสระอย่าง กกต. และ ป.ป.ช. มากเกินไปจนสามารถ "ชี้เป็นชี้ตาย" ฝ่ายการเมืองและรัฐบาลได้ ในขณะเดียวกัน กลไกการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งมีหน้าที่กลั่นกรองและให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ กลับมีปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างรุนแรง
"ระบบการเลือกกันเองของ สว. ที่ออกแบบไว้ มีลักษณะไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง หากไม่มีการรวมกลุ่มหรือตกลงกันล่วงหน้า แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้ทรงคุณวุฒิจะผ่านเข้ารอบ สะท้อนให้เห็นว่าผู้สมัครที่มีความรู้ความสามารถหลายท่านกลับตกรอบตั้งแต่ระดับอำเภอ สิ่งนี้ส่งผลให้ สว. ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งอาจขาดความยึดโยงกับหลักการที่ถูกต้อง และส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงคุณภาพขององค์กรอิสระที่ได้รับการแต่งตั้ง" อดีตประธาน กสม. กล่าว

นายวัส กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาอุปสรรคในการตรวจสอบองค์กรอิสระเอง ทั้งในประเด็นการยื่นเรื่องผ่านประธานรัฐสภาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระที่ล่าช้า ตลอดจนความสับสนทางข้อกฎหมายเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลในการฟ้องร้องกรรมการองค์กรอิสระกรณีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งมีความย้อนแย้งระหว่างแนวคำวินิจฉัยของศาลฎีกาในอดีตกับแนวทางในปัจจุบัน ทำให้ประชาชนหรือผู้เสียหายขาดช่องทางในการตรวจสอบอย่างแท้จริง
นายวัส กล่าวอีกว่า สำหรับทางออกในเรื่องนี้ ได้มีการเสนอแนวทางปฏิรูปกระบวนการสรรหากรรมการในองค์กรอิสระ รวมถึงองค์กรกำกับดูแลอื่นๆ เช่น กสทช. และคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) การยืนยันคุณสมบัติ กำหนดให้ผู้สมัครต้องระบุและรับรองตนเองในใบสมัครเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ สุจริต และความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพล เพิ่มความโปร่งใส จัดให้มีการถ่ายทอดสดการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครต่อสาธารณชน เพื่อเปิดโอกาสให้สังคมและสื่อมวลชนร่วมตรวจสอบประวัติและผลงานในอดีต และปรับปรุงคณะกรรมการสรรหา:เพิ่มความหลากหลายในองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหา และให้กระบวนการเห็นชอบผ่านองค์กรตัวแทนประชาชนที่มีที่มาจากระบบที่ถูกต้อง