“ชัยธวัช” ฉะแหลก! คดีโกง สว. ประจานความเน่าเฟะ สับเละ “ระบอบสีน้ำเงิน” ภัยคุกคามประชาธิปไตยไทย
“ชัยธวัช” ฉะแหลก! คดีโกง สว. ประจานความเน่าเฟะ สับเละ “ระบอบสีน้ำเงิน” ภัยคุกคามประชาธิปไตยไทย
วันที่ 29 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการจัดเสวนาตามโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ภายใต้หัวข้อ “การเมืองไทย ในวิกฤตความเชื่อมั่น ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ“ นายชัยธวัช ตุลาธน อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และอดีตผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวถึงวิกฤตความเชื่อมั่นของกลไกตรวจสอบถ่วงดุลจากการทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยระบุว่าตนเองมีความกังวลต่อเรื่องนี้มาตั้งแต่การรัฐประหารปี 2557 การประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 และการที่ คสช. แต่งตั้ง สว. ในครั้งแรกซึ่งมีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีและแต่งตั้งองค์กรอิสระได้
นายชัยธวัชตั้งข้อสังเกตว่าก่อนหน้านี้มีการแต่งตั้ง สว. ได้โดยตรงโดยไม่ต้องใช้วิธีการทุจริต ซึ่งการทำความเข้าใจปัญหาการทุจริต สว. หรือวิกฤตกลไกตรวจสอบถ่วงดุลนั้น จำเป็นต้องพิจารณาในบริบทของพัฒนาการทางการเมืองไทยนับตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความเชื่อมโยงกัน
นายชัยธวัชกล่าวเพิ่มเติมว่า คดีทุจริตเลือก สว. ไม่ได้เป็นเพียงวิกฤตของกลไกตรวจสอบถ่วงดุลเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่แสดงถึงวิกฤตของระบอบประชาธิปไตยไทยจากภัยคุกคามของระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นพัฒนาการล่าสุดของระบอบการเมืองหลังการรัฐประหารปี 2557 และรัฐธรรมนูญปี 2560
"พูดง่ายๆ ถ้าถามว่าคดีโกงสว.ทำให้ผมกังวล เกิดวิกฤตความเชื่อมั่นต่อกลไกตรวจสอบถ่วงดุลหรือไม่ ผมคิดว่าไม่ได้กังวลในแง่นั้น แต่กังวลใหญ่กว่านั้น ผมคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้มันไม่ใช่วิกฤต แค่กลไกตรวจสอบถ่วงดุลเท่านั้น คดีโกงสว.เป็นหนึ่งสิ่งที่แสดงถึงวิกฤตระบอบประชาธิปไตยไทย จากภัยคุกคามของระบอบสีน้ำเงินที่เป็นพัฒนาการล่าสุดของระบอบการเมืองนับตั้งแต่รัฐประหารปี 2557 และรัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นต้นมา ผมคิดว่าถ้าเราจะเข้าใจเรื่องนี้เราต้องมองภาพใหญ่กว่านั้น"
นอกจากนี้ยังมองว่าองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ และวุฒิสภาภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ แต่ถูกออกแบบเพื่อกำกับควบคุมสภาผู้แทนราษฎรและฝ่ายบริหารที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อให้ใช้อำนาจตามความต้องการของผู้มีอำนาจในระบอบสีน้ำเงิน
สำหรับบทบาทของ สว. ในปัจจุบัน นายชัยธวัชชี้ว่าแม้จะไม่มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ยังคงเป็นแกนกลางสำคัญของกลไกกำกับควบคุมอำนาจของประชาชนภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน เนื่องจาก สว. มีหน้าที่คัดเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต่างๆ เช่น ป.ป.ช. อัยการ และศาลปกครอง รวมถึงมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในลักษณะที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องการ
"สว. ก็เหมือนกัน วันนี้สว.ที่มาจากการโกง แม้จะไม่มีอำนาจในการเลือกนายกแล้ว แต่สว.ก็ยังถือว่าเป็น เป็นแกนกลางของกลไกกำกับควบคุมอำนาจของประชาชน ภายใต้ระบอบสีน้ำเงินที่พัฒนาครั้งล่าสุดของการรัฐประหารอยู่ เพราะ สว.เป็นแกนกลางในการเลือกว่าจะยอมให้ใครเป็นองค์กรอิสระองค์กรไหน เช่น อัยการ ศาลปกครอง สว.เป็นหัวใจที่สำคัญมากของกลไกนี้
และหน้าที่อีกอันของ สว.คือป้องกันไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในแบบที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องการ พูดรวมองค์กรอิสระศาลรัฐธรรมนูญรวมไปยังสว. ในระบอบสีน้ำเงิน เป็นผู้พิทักษ์ระบอบการเมืองที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยหลังปี 2557 เป็นต้นมาจนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราจะเห็นความพยายามทุกวิถีทาง การโกงอย่างเป็นระบบ และโจ่งแจ้ง เพื่อที่จะได้มาซึ่งเสียงข้างมากของ สว. ในการรักษาองค์กรพิทักษ์ระบอบสีน้ำเงินนี้ไว้ต่อไปและใช้ทุกวิถีทางว่า ถึงขนาดบอกว่าเราทำเพื่อข้างบน"
นายชัยธวัชย้ำว่ากรณีปัญหาที่เกิดขึ้นกับ สว. หากไม่สามารถจัดการแก้ไขได้ จะส่งผลกระทบมากกว่าความเชื่อมั่นต่อกลไกตรวจสอบ แต่จะกระทบต่อระบอบประชาธิปไตยไทยทั้งหมด รวมถึงหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในการจัดวางพระราชสถานะให้ทรงเป็นกลางทางการเมือง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ใหญ่กว่าประเด็นกลไกการตรวจสอบเพียงอย่างเดียว
#ชัยธวัช #ชัยธวัชตุลาธน #ระบอบสีน้ำเงิน #สว2569 #ทุจริตเลือกสว #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #ข่าวเด่น #พรรคก้าวไกล #พรรคประชาชน #รัฐสภา #รัฐธรรมนูญ2560 #ข่าวสด #ข่าวสังคม #ข่าวติดเทรนด์ #วิกฤตประชาธิปไตย #องค์กรอิสระ #ข่าวเด็ดวันนี้ #ประเด็นร้อนการเมือง #ประชาธิปไตยไทย