“วราวุธ” เปิดงานประเพณีทิ้งกระจาด วัดไผ่โรงวัว สุพรรณบุรี ยกเป็นงานระดับนานาชาติ สืบสานเจตนารมณ์ "หลวงพ่อขอม"
วันที่ 29 สิงหาคม 2569 ที่วัดไผ่โรงวัว ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และดร.สุวรรณา ศิลปอาชา รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานเปิดงานประจำปีปิดทองไหว้พระสมเด็จพระพุทธโคดม ประเพณีทิ้งกระจาดให้ทานวัดไผ่โรงวัวประจำปี 2569

โดยมีพระครูอนุกูลปัญญากร เจ้าอาวาสวัดไผ่โรงวัว รองเจ้าคณะอำเภอสองพี่น้อง นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย นายรัชกฤต พยัคฆ์ นายอำเภอสองพี่น้อง นายสุวัฒน์ จันทร์สว่าง ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยราชการทุกภาคส่วน ไวยาวัจกรและคณะกรรมการจัดงาน ประชาชน ร่วมงานนับหมื่นคน

ทั้งนี้ วัดไผ่โรงวัวได้ริเริ่มจัดงานประเพณีทิ้งทานมาตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. 2514 โดยการนำของพระครูอุภัยภาดาทร (หลวงพ่อขอม) อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่โรงวัวรูปแรก พระครูสุวรรณชินวัฒน์ อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ 2 และเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ได้ดำเนินการจัดงานประเพณีนี้ต่อเนื่องมานับได้มากกว่า 50 ปี เพื่อเป็นการสืบสานเจตนารมณ์ของหลวงพ่อขอม ในการให้ทานกับประชาชนทั่วไปให้คงอยู่สืบไป
จากนั้นนายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้กล่าวรายงานสำหรับการจัดงานประจำปีปิดทองไหว้พระสมเด็จพระพุทธโคดม ประเพณีทิ้งกระจาดให้ทานวัดไผ่โรงวัวประจำปี 2569

โดยนายวราวุธ กล่าวเปิดงานว่า กว่า 55 ปีแล้วที่เราได้มารวมตัวกันและทำกิจกรรมดีเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตนนั้นตั้งแต่จำความได้หลายสิบปีที่ผ่านมา เทศกาลทิ้งกระจาดประจำปีของวัดไผ่โรงวัวของเรานั้น เป็นหนึ่งในงานเทศกาลประจำปีที่ได้รับความนิยมสูงสุด ต้องขอบคุณคณะกรรมการจัดงานที่จัดงานได้ต่อเนื่อง ปีนี้เป็นปีที่ 55 แล้ว นับตั้งแต่ปี 2514 วัดไผ่โรงวัวแห่งนี้ถ้าขาดซึ่งหลวงพ่อขอมแล้ว พวกเราคงไม่ได้มีโอกาส มีกิจกรรม และมีสถานที่ที่สมบูรณ์ เช่นนี้
ต้องขอชื่นชมคณะกรรมการและต้องขอกราบขอบพระคุณท่านเจ้าอาวาสที่ได้เมตตาและจัดให้มีกิจกรรมมีงานประเพณีเช่นนี้ต่อเนื่องกันตลอดมา ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนทุกๆ ท่านที่ได้เป็นผู้ใหญ่ใจดีมอบของรางวัลมาทุกปี ทำให้งานประเพณีทิ้งกระจาดของวัดไผ่โรงวัว ของเรานั้นเป็นที่กล่าวขานถึง ซึ่งนอกจากเป็นงานยิ่งใหญ่ระดับประเทศแล้วต้องถือว่าเป็นงานระดับนานาชาติเลยก็ว่าได้ และขอให้กำลังใจกับคณะกรรมการจัดงานในการจัดให้มีงานดีๆ เช่นนี้ต่อเนื่องไปทุกๆ ปี