"สาทิตย์" จี้รัฐบาลเลิกบริหารด้วยคอนเทนต์! กางโรดแมปฝ่ายค้านเตรียมซักฟอก ลุยยื่น 2 ขยัก ทั้งอภิปรายทั่วไป-ไม่ไว้วางใจ
วันที่ 1 กันยายน 2569 เวลา 09.15 น.ที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน)ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเตรียมอภิปรายซักฟอกรัฐบาลว่า ก่อนเปิดสมัยประชุม พรรคร่วมฝ่ายค้านได้มีการหารือนอกรอบและเห็นพ้องตรงกันว่าจะแบ่งการอภิปรายออกเป็น 2 ส่วน คือ การเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ และการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แม้รัฐบาลจะเข้ามาบริหารประเทศได้เพียง 4-5 เดือน แต่กลับพบปัญหาถาโถมในทุกด้าน โดยเฉพาะ ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ที่ไทยมีอัตราการเติบโตช้าที่สุดในอาเซียน ท่ามกลางวิกฤตทางการคลัง แต่นายกรัฐมนตรีกลับไม่เคยพูดถึงแนวทางแก้ไข ปล่อยให้เป็นภาระของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และมุ่งเน้นเพียงการพูดเรื่องเงินที่จะนำมาแจกประชาชน นอกจากนี้ยังมีความสับสนในนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงประเด็นข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนในโครงการ Data Center
นายสาทิตย์ กล่าวว่า นอกจากปัญหาเศรษฐกิจแล้ว ยังมี ปัญหาด้านสังคม ความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน รวมถึง ปัญหาการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการและการสั่งยุบหน่วยงานต่างๆ ซึ่งฝ่ายค้านเห็นว่าประเด็นเหล่านี้จำเป็นต้องนำมาเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติก่อน เพื่อสะท้อนปัญหาอย่างจริงจัง
"ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะบริหารประเทศด้วยการทำคอนเทนต์ เป่าแซกโซโฟน หรือทำท่าเต้นบัลเลต์ไปวันๆไม่ได้ เพราะปัญหาบ้านเมืองในเวลานี้ถลอกลึก ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยคอนเทนต์ทางโซเชียลมีเดียได้ แต่ต้องมาพูดความจริงกันในสภาว่าประเทศยืนอยู่จุดไหน และจะก้าวต่อไปอย่างไรให้รอด" นายสาทิตย์ กล่าว
รวมทั้งปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น และความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน พรรคฝ่ายค้านได้รวบรวมข้อมูลไว้พร้อมแล้ว และจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามขั้นตอน ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีการหารือเพื่อกำหนดทิศทางที่ชัดเจนและแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
เมื่อถามว่าดูเหมือนจะอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติก่อนที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ส่วนตัวการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติอาจจะเกิดก่อน แต่เนื่องจากว่าช่วงนี้มีประเด็นใหญ่ๆ ทางการเมือง สัปดาห์หน้าก็เป็นเรื่องงบประมาณใช่ไหม ที่จะเข้าสภาฯในวันที่ 7-8-9 กันยาย ถัดจากนั้นมันมีประเด็นในวันที่ 14 กันยายน เป็นเรื่องของ กกต. ต้องถือว่าเป็นวาระใหญ่ของประเทศ พรรคร่วมฝ่ายค้านเราจับมือกันทำงานอยู่ในขณะนี้ก็คงจะมีกิจกรรม มีเวทีต่างๆ ต่อเนื่องไปถึงวันที่ 14 กันยายน หลังวันที่ 14 กันยายนตนว่าเรื่องก็ยังไม่จบก็ยังต้องเดินต่อ เพราะฉะนั้นในเดือนกันยายนคงมีเรื่องใหญ่ๆ เยอะ ดังนั้นในเดือนตุลาคม พฤศจิกายน แล้วเดือนธันวาคม ประมาณครึ่งเดือน ประมาณวันที่ 6-10 ธันวาคม จะต้องเลือกวันที่ต้องยื่นอภิปรายฯ
เมื่อถามว่า อาจจะมีการตั้งข้อสังเกตว่าจะยื่นอภิปรายทั่วไปก่อนที่จะไม่ลงมติ เป็นเพราะว่าเสียงของฝ่ายค้าน ไม่สามารถล้มรัฐบาลได้หรือเปล่า นายสาทิตย์ กล่าววา โดยหลักเสียงฝ่ายค้านในสภาล้มรัฐบาลไม่ได้อยู่แล้ว เพราะประเด็นใหญ่คือรัฐบาลนี้จุดอ่อนเยอะ แผลเยอะ แล้วในการทำงานก็ไม่มีความที่จะชัดเจนแน่นอน ทุกวันนี้ก็อาศัยการทำคอนเทนต์สร้างกระแสไปวันๆ แล้วก็มี ใช้ Influencer มาช่วย กับเรื่องพยายามที่จะหาทางลดแลกแจกแถม แต่พอวิกฤตการคลังทำไม่ได้ ไปไม่ออก ก็ใช้วิธีรำอย่างที่เห็น เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่จะต้องพูดความจริงกัน
“ผมเชื่อว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความจริง แล้วก็ผลลัพธ์ในการบริหารราชการแผ่นดิน เพราะฉะนั้นถ้าถูกเปิดโปงความจริง แล้วก็ไม่สามารถที่จะชี้แจงได้ ยืนยาก”นายสาทิตย์ กล่าว