“จตุพร” จี้รัฐล้างบางโกงสอบท้องถิ่น ลากขบวนการมีรัฐคุ้มกันลงโทษ ชี้ 14-28 ก.ย. การเมืองร้อน จับตาประชาชนลงถนน

การเมือง4 ก.ย. 2569 • 08:52 น.
“จตุพร” จี้รัฐล้างบางโกงสอบท้องถิ่น ลากขบวนการมีรัฐคุ้มกันลงโทษ ชี้ 14-28 ก.ย. การเมืองร้อน จับตาประชาชนลงถนน

วันที่ 4 ก.ย.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า...


โกงสอบยังไม่จบเรื่อง จี้รัฐบริหารอารมณ์ ปชช. ขยายผลลากขบวนการโกงมีกลไกรัฐคุ้มกันมาลงโทษ เร่งล้างบางการทุจริตรัฐ ออก กม.ลดอำนาจ กสถ. เชื่อตั้งแต่ 14-28 ก.ย.การเมืองร้อนแรง จับตาม็อบลงถนนทวงคืน ปท.จากจีนเทา-ยิว
เมื่อ 3 ก.ย. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า การโกงสอบท้องถิ่นต้องถูกขยายผลไปล้างบางขบวนการทุจริตที่มีกลไกรัฐคุ้มครองอยู่ให้ได้รับโทษทั้งทางวินัยและอาญาอย่างโปร่งใสตามข้อเท็จจริง
 
อย่างไรก็ตาม การแถลงผลดำเนินการโกงสอบท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และรัฐมนตรีเกี่ยวข้องต้องเดินหน้าไปให้เป็นระยะ ต่อเนื่อง เพราะกรณีนี้เรื่องยังไม่จบ แต่จะจบอยู่ที่อำนาจสุดท้ายของ ปปช. ดำเนินการ ก่อนส่งต่อศาลวินิจฉัย อย่างไรก็ตาม การทุจริตสอบนั้นให้มหาวิทยาลัยไหนจัดสอบย่อมทุจริตกันทั้งสิ้น
 
อีกทั้งกล่าวว่า ตั้งแต่มีการยุบรวมสอบท้องถิ่นมาเป็นส่วนกลาง โดยครั้งแรกการทุจริตเริ่มต้นเมื่อมหาวิทยาลัยมารับจ้างจัดสอบเพื่อต้องการลดข้อครหา แต่กลับทำให้การทุจริตมันง่ายขึ้น เพื่อรายได้หลักมาจากเงินโกงการสอบ ไม่ได้มาจากการจัดสอบ เมื่อมีการขยายตรวจสอบย้อนจากปี 2568 มาปี 2564 ยังเจอการโกงเช่นกันและเป็นขบวนการเดียวกัน
 
"การเอาคนที่คะแนนสอบไม่ได้แต่เพิ่มเป็นคะแนนสอบได้ และการเอาคนพวกนี้ออกไปไม่ได้แปลว่า โกงสอบท้องถิ่นจบแล้ว เพราะการจบต้องเอาคนผิดมาลงโทษ อีกทั้งกระทรวงตั้งกรรมการสอบลงโทษทางวินัย แล้วส่งเรื่องไป ปปช.เพื่อดำเนินคดีทางอาญา”
 
สิ่งสำคัญ รัฐโดยกระทรวงมหาดไทยในความเป็นจริงนั้นต้องบริหารการรับรู้ข้อเท็จจริงของประชาชนด้วย เพราะการโกงข้อสอบส่วนท้องถิ่นคนไทยให้ความสนใจเป็นลำดับหนึ่งมากกว่าการฮั้ว สว.และเรื่องอื่นๆ ดังนั้นเรื่องนี้จะจบแบบห้วนๆ ไม่ได้อยู่แล้ว จึงต้องเดินหน้าทำความจริงให้ปรากฎต่อไปอย่างต่อเนื่อง
 
"ขณะนี้สังคมมีความเชื่อแล้วว่า การทุจริตสอบครั้งนี้เกินกว่าอธิบดี ซึ่งจะจริงหรือไม่จริง ก็เป็นหน้าที่ของ ปปช.จะโดยตัวเอง หรือใช้ตำรวจสอบสวนกลางต้องขยายผลหาคนเกี่ยวข้อง โดยสอบสวนคนจ่ายเงินด้วยว่า จ่ายให้ใครและมีการกล่าวอ้างถึงใคร คนพวกนี้ทำไม่ได้เลยถ้าไม่มีกลไกของรัฐไปทำในสิ่งชั่วร้ายแบบนี้”
 
ส่วนรายงานผลสอบสวนของรองนายกฯ ปกรณ์ นิลประพันธ์ โดยแต่กระบวนการถัดไปต้องดำเนินการขยายผลด้วย เพราะสิ่งสำคัญประชาชนต้องการความคืบหน้าตลอดเวลา โดยเฉพาะการออกแบบให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) มีระบบคุ้มครองจนเหิมเกริมละไม่ฟังใคร แม้แต่คำสั่งของนายกฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และรมว.มหาดไทย แสดงว่าเป็นองค์กรที่มีความยิ่งใหญ่มาก ดังนั้น การยกเลิก กสถ. หากไม่มีกฎหมายเปิดช่องให้ดำเนินการ ต้องตรากฎหมายมาจัดการการซื้อขายตำแหน่งที่เพิ่มขึ้นมากมายตามใจตัวเอง
 
ถึงที่สุดแล้ว การโกงสอบท้องถิ่นต้องแถลงความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องและให้ตลอด เพราะคนไม่เชื่อว่าจะจบแค่เอาคนจ่ายเงินทุจริตออกจากการบรรจุราชการ แต่ต้องทำให้เห็นอย่างโปร่งใส ยิ่งการโกงมีมากถึง 9,000 ล้านบาท มีคนจ่ายเงินเกี่ยวข้องมากถึง 5,925 คน และยังมีพวกจ่ายเงินแล้วไม่ได้บรรจุอีก ซึ่งยังไม่เห็นจะเอาคนพวกนี้มาอยู่ในฐานะพยานเลย
 
"ในส่วนของ ปปช.ควรแถลงความคืบหน้าอาทิตย์ละครั้ง ขณะนี้มันจบแบบไม่จบ และทุกคนก็รู้ว่า จบแบบนี้ไม่ได้ ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องอย่าเงียบต้องออกมาช่วยกันชำระล้างขบวนการทุจริตพร้อมๆ กันอย่างจริงจัง”
 
นายจตุพร กล่าวยถึงปรากฎการณ์การเมืองในเดือนกันยายนว่า สิ่งต้องคิดอ่านคือช่วงเวลา 14 ก.ย. ที่กรรมการ กกต.จะวินิจฉัยผลสอบสวนของชุด 26 ส่งศาลฎีกาหรือไม่ ถัดไปอีกสองสัปดาห์คือ 28 ก.ย. ที่ศาล รธน.นัดฟังคำวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้งใส่บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดทำให้การลงคะแนนเสียงเป็นความลับหรือไม่
 
อย่างไรก็ตาม 14 ก.ย.นี้จะเป็นบทเรียนของ กกต. เพราะการไม่มีหลักการทำงานยึดมั่นมาแต่ต้นทำให้การสอบสวนเลือก สว.นำไปสู่การฟ้องเฉพาะ สว.สายสีน้ำเงิน ทั้งที่ทุกสีรณรงค์เลือก สว.กันทั้งนั้น ไม่ว่าสีส้มเปิดฉากนำร่อง มาสีแดง และเกิดปรากฎการณ์สีน้ำเงิน
 
หากไล่เรียงตั้งแต่ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ออกจากรัฐบาลภายใต้การนำของของพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกฯ และ รมว.มหาดไทย นำกรณีฮั้ว สว. อั้งยี่ ซ่องโจร และฟอกเงินให้เป็นคดีพิเศษ เพราะบาดหมางใจตั้งแต่ที่ดินอัลไพน์ประกบเขากระโดง แล้วยังถูกขวางโครงการอินเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กช์ในส่วนการตั้งบ่อนพนัน
 
การฮั้ว สว.ก็ดำเนินการข้างเดียวโดยเอาเฉพาะสีน้ำเงิน หลังจากวันนั้น คณะกรรมการคดีพิเศษไม่อนุญาตให้เป็นคดีพิเศษ เหลือแค่ฟอกเงิน ดีเอสไอจึงมอบให้ กกต.ไปจัดการจนมาถึงกรรมการอบสวนชุดที่ 26
 
“ในวันนั้นถ้า กกต.มีสติต้องสั่งดีเอสไอไปสอบที่เหลือทั้งหมดไม่ว่าสีใดก็ตาม ถ้าเข้านิยามฮั้ว ไม่ว่าฮั้วจ่ายหรือไม่จ่าย โดยศาลตัดสินคดีให้เห็นแล้ว แต่ความไม่มีหลักจึงเอาเรื่อง 229 คนจากสีเดียว ทั้งที่ทำกันทุกสี จนชุด 26 มีมติให้ส่ง กกต.เพื่อยื่นฟ้องศาลฎีกา ซึ่ง กกต.จะพิจารณาในวันที่ 14 ก.ย.นี้”
 
อีกทั้งกล่าวว่า กกต.ทำตัวเป็นคนโง่ไม่เคยปราณีใคร จนทำให้มีการยอมรับเอกสารที่แฉกันมาเป็นระยะๆ ต่อเนื่องว่าเป็นเอกสารจริงของชุดที่ 26 แล้วมาแจ้งความฟ้องกัน พฤติกรรมแบบนี้แสดงถึง กกต.ไม่มีสติจนปล่อยให้เรื่องราวบานปลายจึงมาแจ้งความเอาผิดกัน
 
“เมื่อเดินมาถึง 14 ก.ย. นี้ จะเป็นอื่นไปไม่ได้ กกต.ต้องพิจารณาปมฮั้ว สว.แค่ผู้กระทำสายเดียวในจำนวน 229 คนจากสีน้ำเงิน ถ้าใช้สมอง ใช้หน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เรื่องราววันที่ 14 ก.ย.ก็จะลุ้นกันทั้งหมดทุกสี แต่ปรากฎว่าต้องลุ้นฝ่ายเดียวคือสีน้ำเงิน แล้ววันที่ 28 ก.ย.คดีบัตรเลือกตั้งที่ศาล รธน.นัดอ่านคำวินิจฉัยนั้น ย่อมสำคัญทางการเมืองของประเทศและสภา” นายจตุพร ย้ำ
 
พร้อมทั้งกล่าวถึงประชาชนจะลงถนนชุมนุมทวงคืนประเทศไทยว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุล จะแถลงความชัดเจนในวันที่ 7 ก.ย.นี้ โดยเบื้องต้นเป้าหมายอยู่กลุ่มจีนเทาและชาวอิสราเอล ครอบครองทรัพย์สิน ที่ดินในไทยผ่านนอมินี ซึ่งในเรื่องนี้ หน่วยงานรัฐควรเพิ่มความถี่เข้าตรวจสอบและจับกุมให้ต่อเนื่องด้วย

#จตุพรพรหมพันธุ์ #โกงสอบท้องถิ่น #ทุจริต #การเมือง #ฮั้วสว #กกต #ศาลรัฐธรรมนูญ #ม็อบ #ข่าวการเมือง #การเมืองไทย #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline