- โฆษณา -

“จตุพร” เตือนกันยาสะสมอารมณ์เดือด! จับตา 7 ก.ย.ม็อบลงถนน-14 ก.ย.ฮั้ว สว.-28 ก.ย.เดือดดาต้าเซ็นเตอร์

การเมือง7 ก.ย. 2569 • 11:32 น.
“จตุพร” เตือนกันยาสะสมอารมณ์เดือด! จับตา 7 ก.ย.ม็อบลงถนน-14 ก.ย.ฮั้ว สว.-28 ก.ย.เดือดดาต้าเซ็นเตอร์

วันที่ 7 ก.ย.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า...

สถานการณ์กันยาส่อสะสมอารมณ์เดือด ปชช.เริ่มลงถนน 7 ก.ย. สนธิ ลั่นไล่ทุนเทา เอาปท.คืนไทย หวั่น 14 ก.ย. กกต.เติมเชื่อฮั้ว สว. ผสมศาล รธน.ชี้ชะตาบัตร ลต. 28 ก.ย. เดือดดาต้าเซ็นเตอร์ ภัยวายวอดคนไทยไม่รู้ จำนอนคู่คลังน้ำมันร้ายแรง

เมื่อ 6 ก.ย. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า การแถลงข่าวลงถนนของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งในวันที่ 7 ก.ย.นั้น ตนแม้จะรู้จักกัน แต่เรื่องนี้ไม่เคยคุยกัน ดังนั้น จึงไม่ได้ไปร่วมแถลงข่าวด้วย 

- โฆษณา -

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นายสนธิ บอกว่า การลงถนนไม่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลลาออกหรือไล่ออก แต่เป็นกรณีกลุ่มเทาทั้งจีนเทา ยิวเทา อินเดียเทา และรัสเซียเทา รวมกระทั่งไทยเทา ขบวนเทาเหล่านี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องนินการ และได้ออกระเบียบใหม่ โดยเนรเทศยิวเทาออกนอกประเทศไทยไปแล้วหนึ่งคน

ส่วนการทวงคืนประเทศไทยนั้น ตนเห็นว่า ในสถานการณ์แบบนี้ถ้าจะชุมนุมแบบม็อบสีเสื้อที่ผ่านมาคงไม่ง่าย หากวันนี้ (7 ก.ย.) เป็นประเด็นลงถนนไปยื่นหนังสือที่สถานทูตอิสราเอล หรือไปหน้าทำเนียบรัฐบาลย่อมเป็นขั้นตอนตามปกติการแสดงออกของภาคประชาชน

สิ่งสำคัญ รัฐบาลต้องเข้าใจเช่นกัน เพราะก่อนหน้านี้ ไม่ว่าในส่วนของ รมช.มหาดไทย (มท. 2) ได้ลงพื้นที่ จ.กระบี่ ได้พบคนยิวบอกว่าที่นี้คืออิสราเอล แม้ก่อนหน้านี้เข้าใจว่าคนยิวมาแค่พื้นที่ อ.ปาย แม่ฮองสอน และเกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี  

แต่วันนี้ขยายไปทั่วประเทศ โดยภาคอีสานก็มียิวอยู่หลายจังหวัด และยังมีสุสานฝังศพยิวที่ จ.ฉะเชิงเทรา ถึงขณะนี้ไม่แน่ใจว่า คนยิวไปอยู่ครบทุกจังหวัดแล้วหรือยัง คนพวกนี้เข้ามาไทยในวันที่กำลังเดือดร้อนและคนไทยพร้อมขายที่ดินได้ตลอดเวลาเพราะไม่มีเงิน

พร้อมกล่าวว่า ทุกพวกทุนเทาที่เป็นปัญหาชาติในขณะนี้ รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้กวาดล้างใหญ่ ถ้ารัฐบาลไม่กวาดล้างกระแสสาธารณะนี้จะถูกลากเข้าไปก่อหวอดในทางความรู้สึกกันได้ และข้อมูลที่ทางคณะคุณสนธิ นำมาเผยแพร่ก็จะเป็นประโยชน์

"ภาคประชาชนชุมนุมกันทุกครั้งที่ผ่านมานั้น เป็นเพียงตัวเปิดเกม ส่วนตัวปิดเกมไม่ว่าจะเป็นตุลาการภิวัฒน์ หรือทหารปฎิวัติ ท้ายที่สุดประชาชนก็เป็นแค่บานประตูเปิดเท่านั้นเอง แต่เรื่องพวกทุนเทาๆ ทั้งหลายต้องยอมรับความจริงว่า มันเป็นปัญหาเกิดขึ้นภายในชาติจริงๆ และเป็นเรื่องต้องชำระสะสางกันอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ดังนั้น รัฐบาลต้องกวาดล้างใหญ่ถ้าไม่ทำปัญหาจะลุกลาม”

อีกทั้งกล่าวว่า สิ่งที่จะเป็นพายุโหมจริงๆ คือ ปัญหาวันที่ 14 ก.ย. ซึ่ง กกต.นัดพิจารณากรณีฮั้ว สว. โดยทางการข่าวตนได้ข้อมูลว่า จะส่งฟ้องศาลฎีกาเกิน 100-150 คนจากจำนวน 229 คนของคณะกรรมการไต่สวน สืบสวนข้อเท็จจริงชุดที่ 26 

ขณะเดียวกัน เมื่อกรณีนี้ออกสู่สาธารณะแล้ว อารมณ์สังคมจะเป็นอย่างไร โดยรัฐต้องตระหนักเช่นกันว่า เอกสารทั้งชุด 26 หลุดมาถึงนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์-ไอลอว์กับไอติม-นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และยังมีเอกสารชุด 36 ออกมาถึงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ด้วยย่อมมีนัยยะสำคัญ

เมื่อเอกสารชุดที่ 26 หลุด ทุกฝ่ายยอมรับเป็นเอกสารจริง ดังนั้น กกต.พิจารณาในวันที่ 14 ก.ย. ต้องมีเหตุผลว่าจะส่งฟ้องใคร ไม่ฟ้องใคร ด้วยเหตุใด เพราะเสี่ยงจะถูกดำเนินคดีเช่นกัน 

"ถ้า กกต.พิจารณาตามเอกสารชุด 36 ไม่ฟ้องใครก็จะถูกดำเนินคดี และถ้าส่งฟ้องบ้างคนแล้ว คนที่ถูกฟ้องย่อมฮึดฮัดไม่พอใจเช่นกัน โดยจะเกิดแรงกระพือโหมผสมโรงทุกฝ่าย ซึ่งไม่จำเป็นต้องไหลบรรจบหรือจะบรรจบกันโดยธรรมชาติต้องดูกันตามสถานการณ์”

นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อสถานการณ์ลากยาวไปถึงวันที่ 28 ก.ย. ศาล รธน.นัดอ่านคำวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ซึ่งเป็นกรณีจะอธิบายได้ทั้งสองทางแบบ 50 ต่อ 50 คือ เป็นความลับและไม่ลับ 

"ขณะนี้ ทางการข่าวผสมมุมวิเคราะห์ที่มีทางออกแบบ 50 ต่อ 50 นั้น จะเป็น 50 แบบโน้มไปทางโมฆะ ดังนั้น จึงเป็นสัญญาณแรง การที่ กกต.สะสมวิกฤตศรัทธามาตั้งแต่ต้น ถ้าผล 28 ก.ย.ออกแบบไม่เป็นความลับแล้ว ย่อมเป็นปัญหาการเลือกตั้ง สส. และความเสียนั้น กกต.ต้องรับผิดทั้งทางอาญาและแพ่ง ชดใช้เงินคืนรัฐกว่า 5 พันล้านบาทด้วย ถ้าผลออกมาเป็นความลับ กระดานการเมืองก็เดินต่อไป"

อีกทั้งย้ำว่า สถานะของรัฐบาลที่ผ่านมาและชุดปัจจุบัน ถ้าอะไรอยู่ในอำนาจและไม่อยู่ในอำนาจตัวเองแล้ว ต้องอธิบายให้ประชาชนสิ้นสงสัย เช่นกรณี สว.ในทางกฎหมายรัฐบาลไม่สามารถแทรกแซงได้อยู่แล้ว ดังนั้น เรื่องนี้ต้องเป็นความรับผิดชอบของ กกต.เต็มๆ แต่มันมีผลมายังรัฐบาลทั้งที่รัฐบาลต้องพูดซ้ำ ๆ ก่อนที่ กกต.จะลงมติ

สิ่งสำคัญทุกเรื่องที่ถาโถมเข้ามา จนมีปัญหาต่างๆ เหมือนกรณีดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มากกับชุมชนใน กทม. ที่อยู่กับแหล่งสำรองน้ำมัน 2-4 แสนลิตร ใครจะค้ำประกันได้ว่าอนาคตไฟจะไม่ไหม้ หากเกิดการวินาศกรรมคงยากจะเอากันอยู่

"ปัญหามันอยู่ว่า ประชาชนในหลายพื้นที่ของ กทม.นั้น ไม่รู้ว่าเขานอนอยู่ใกล้คลังเก็บน้ำมัน ดังนั้น ระหว่างความจำเป็นต้องมีดาต้าเซ็นเตอร์กับความปลอดภัยของประชาชนนั้น เราปล่อยปละละเลยจนเรื่องเกิดขึ้นถึงขณะนี้”

พร้อมย้ำว่า ประชาชนไม่ได้รับรู้ภัย แต่ต้องมาสุ่มเสี่ยงชีวิตกันจึงเป็นเรื่องใหญ่มากและส่งสัญญาณให้รู้กันว่า ยังมีเรื่องที่เราไม่รู้อีกมากเลย ดังนั้น เราต้องชำระสะสางบ้านเมืองกันทุกกระบวนการของประเทศ แม้การเปลี่ยนแปลงจะทำให้เจ็บก็ตาม

#จตุพร #สนธิลิ้มทองกุล #การเมือง #ข่าวการเมือง #ม็อบ7กันยา #ฮั้วสว #กกต #ศาลรัฐธรรมนูญ #ดาต้าเซ็นเตอร์ #ทุนเทา #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline