ดีเดย์ลงถนน 10 ก.ย.นี้ "สนธิ" ลั่น "ทวงคืนประเทศไทย" อ้างรัฐบาลล้มเหลว "ฮั้ว สว.-ทุจริตสอบท้องถิ่น"
ที่บ้านพระอาทิตย์ เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 7 ก.ย.69 นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงข่าวกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวภาคประชาชนภายใต้แนวคิด “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” โดยระบุว่า ในวันที่ 10 ก.ย. เวลา 09.30 น. จะมีการนัดชุมนุมและเดินทางไปยื่นหนังสือและอ่านแถลงการณ์ หน้าสถานทูตอิสราเอล และหลังจากนั้นจะเดินสายพบปะประชาชนในทุกภูมิภาคทั่วประเทศเพื่อสร้างความเข้าใจ พร้อมจับตาการทำงานของรัฐบาลและองค์กรอิสระอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในวันที่ 14 ก.ย.นี้ ที่กกต.จะมีคำมติเรื่องของฮั้วสว. ซึ่งตนขอฟังธงว่า มติจะออกมา 5:2 ซึ่งหากมีการตัดสินที่มีการตัดตอนโดยไม่มีนักการเมืองเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็เตรียมพิจารณาแนวทางเคลื่อนไหวต่อไป
นายสนธิ กล่าวว่า ตนเคยรวมพลังต่อสู้ เพื่อเรียกประเทศไทยของเราคืนมา 21 ปีที่แล้ว ประกาศนำมวลชนต่อสู้กับระบอบทักษิณ ซึ่งที่มาแถลงข่าววันนี้ เกิดจากตนตั้งข้อสังเกตว่า คนไม่เอาด้วยกับระบอบทักษิณ หรือไม่เอาด้วยกับการทำงานของพรรคก้าวไกล แต่กลับเห็นด้วยความพรรคภูมิใจไทย ซึ่งไม่ได้ทำอะไรต่างจากระบอบทักษิณเลย หลายคนบอกว่า ให้เลือกพรรคภูมิใจไทยตามยุทธศาสตร์ที่ว่า “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” แต่พอเลือกเขามา ตนมีความรู้สึกว่า ประเทศไทยไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว แย่ลงไปกว่าเดิม
นายสนธิ ระบุว่า การออกมาเรียกร้องครั้งนี้มีสาเหตุมาจากปัญหาสะสมของบ้านเมือง และการทำงานของรัฐบาลที่ล้มเหลวในการปกป้องประโยชน์ของประเทศและประชาชน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการปล่อยให้นอมินีต่างชาติกว้านซื้อที่ดิน ปัญหากลุ่มทุนสีเทา ปัญหาการอนุญาตจัดตั้ง ศูนย์ดาต้าเซนเตอร์ รวมถึงการเรียกร้องให้ปฏิรูปกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและวีซ่าเพื่อป้องกันการรังแกคนไทย
ทั้งนี้ หากนับตั้งแต่สมัยรัฐบาลอนุทิน 1 ที่เข้ามาบริหารประเทศ จนถึงขณะนี้ประมาณ 8-9 เดือน ทำให้ประชาชนเดือดร้อนมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เรื่องกักตุนน้ำมัน การโกงข้อสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น การฮั้วสว. คดีเขากระโดง
นายสนธิ กล่าววิพากษ์วิจารณ์การทำงานขององค์กรอิสระอย่าง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยมองว่า มีการดำเนินงานที่ไม่โปร่งใสและมีดีลลับในการช่วยเหลือพวกพ้อง พร้อมทั้งระบุถึงความเชื่อมโยงกับกลุ่มอำนาจในจังหวัดบุรีรัมย์ ตลอดจนปัญหาการไม่ยอมบังคับใช้กฎหมายในคดีที่ดินเขากระโดง ทั้งที่ศาลฎีกามีคำตัดสินเป็นที่สิ้นสุดแล้ว
“กกต.ที่จะมีมติวันที่ 14 ก.ย. นี้ ก็จะมีมติ 5-2 ให้ตัดตอนหมด และส่งผู้ต้องหาฮั้วสว.เพียงไม่กี่คน เพื่อตัดตอนผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง”นายสนธิ กล่าว
นายสนธิ ได้เชิญชวนให้ประชาชนที่อุดมการณ์เหมือนกัน ร่วมกระบวนการในครั้งนี้ ซึ่งที่ผ่านมามีประชาชนร้องเรียนมาที่ตนเป็นจำนวนมาก เพราะไม่เชื่อใจรัฐบาล และเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ตนจะมีการเดินสายทั่วประเทศเพื่อไปพบปะกับประชาชน และไม่หยุดแค่นี้ จะเรียกประชาชนที่เห็นด้วยกับตามจุดต่าๆทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่อีสาน ตะวันออก ใต้ ให้มารับทราบว่า สิ่งที่ทำอยู่เห็นด้วยหรือไม่ ประชาชนที่เรียกร้องให้ร่วมกระบวนนี้ คือ คนที่อยากเห็นรัฐบาลมีศีลธรรม มีความซื่อสัตย์ มีความกล้าหาญ และกล้าเสียสละผลประโยชน์ตัวเอง ซึ่งถือเป็นศักดิ์ศรีของประเทศและประชาชน แต่หาสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ในกลุ่มของนายอนุทิน เพราะรัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถรักษาหลักนิติรัฐ นิติธรรมได้
“ผม 79 แล้ว ผมบอกเพื่อนๆร่วมงานว่า ถ้าจะต้องตายในระหว่างการเรียกร้องประเทศไทยกลับมาเป็นของเรา ผมยอมตาย ผมไม่กลัว…ผมไม่ต้องการล้มรัฐบาลนี้ แต่ให้มันอยู่ไม่เป็นสุข ถ้าไม่ใช่เรื่องยิว อนุทินจะเนรเทศยิวคนนี้ได้อย่างไร ถ้าการกดดันของพวกเรา ทำให้นายอนุทิน เลิกเต้นรำทำเพลง จัดรายการบันเทิงวาไรตี้ และพูดจาให้รู้เรื่อง ตัดสินใจให้เด็ดขาด เพื่อประชาชนทั้งประเทศ ”นายสนธิ กล่าว
นายสนธิ ยังระบุว่า การชุมนุมครั้งนี้ คงไม่ใช่ลักษณะการปักหลักพักค้าง แต่เชื่อว่าพลังการชุมนุมจะใหญ่ ตนวางแผนไว้เรียบร้อยแล้ว โดยขอเริ่มวันที่ 10 ก.ย.นี้ก่อน และจับตาการประชุมกกต.วันที่ 14 ก.ย. ถ้ามีการตัดตอนขึ้นจริงก็ได้เห็นดีกันแน่ภายในอาทิตย์นั้นทันที
นายสนธิ ย้ำว่า รัฐบาลไม่ต้องกังวล เชิญทำงานตามสบาย แต่เชื่อว่า จะมีเรื่องที่ทำให้พวกเราต้องออกมาประท้วงได้ตลอดเวลา เพื่อทำให้ประชาชนรับรู้ว่า รัฐบาลและเครือข่ายของรัฐบาลนี้ไม่ควรปกครองประเทศไทยอีกต่อไป
“ผมต้องการจะวัดถึงความไม่พอใจรัฐบาลที่ประชาชนมีอยู่ การขึ้นเวทีของผมต้องเลือกคนขึ้น เราไม่ได้ไล่รัฐบาล แต่บอกรัฐบาลนี้ชั่วตรงไหนบ้าง เป็นเรื่องกดดันให้เลิกทำความชั่ว”นายสนธิ กล่าว
#สนธิลิ้มทองกุล #สนธิ #ทวงคืนประเทศไทย #คปท #ทนายนกเขา #นิติธรล้ำเหลือ #พิชิตไชยมงคล #ภูมิใจไทย #รัฐบาลภูมิใจไทย #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline