- โฆษณา -

“ภราดร” แจงงบกลาง 1.2 หมื่นล้านแก้วิกฤตพลังงาน ไม่ซ้ำ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ยันจำเป็นต้องคงไว้

การเมือง7 ก.ย. 2569 • 16:13 น.
“ภราดร” แจงงบกลาง 1.2 หมื่นล้านแก้วิกฤตพลังงาน ไม่ซ้ำ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ยันจำเป็นต้องคงไว้

เมื่อวันที่ 7 ก.ย.69 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เป็นพิเศษ  โดยมีนายเลิศศักดิ์  พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร  คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม  เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท  ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาแล้วเสร็จ ในวาระสอง เป็นวันแรก

นายภราดร ปริศนานันทกุล  รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ในฐานะรองประธาน กมธ. คนที่ 1 ชี้แจงกรณีงบกลางในส่วนค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมและรองรับผลกระทบจากวิกฤตความผันผวนของราคาพลังงาน 12,000 ล้านบาท จะซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทหรือไม่ ตามที่มีสมาชิกหลายคนอภิปรายแสดงข้อกังวลว่า งบดังกล่าว 12,000 ล้านบาท จะเป็นงบลงทุนทั้ง 100%  หมายความว่าหากตัดออกไปอีก งบลงทุนยังไม่ถึงตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด จึงจำเป็นที่ต้องคงไว้ ส่วนเงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ยังไม่สามารถใช้ได้เนื่องจาก ระเบียบของคณะกรรมการกระจายอำนาจ ที่กำหนดเอาไว้ค่อนข้างแน่นหนานั้นเห็นด้วย และได้หารือกับนายวรสิทธิ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ว่าจะต้องจำเป็นปลดล็อคให้ท้องถิ่น ส่วนงบประมาณข้อกังวลว่าอาจจะไม่ถึงในจำนวนที่กำหนดไว้เนื่องจากจะต้องกันเอาไว้เป็นเงินเดือน ที่ไม่สามารถนำมาใช้ กว่า 200,000 ล้านบาทจากจำนวน 600,000 ล้านบาททำให้เหลือ 400,000 ล้านบาทสามารถใช้ได้ ต้องไปศึกษาเนื้อหาในระเบียบของคณะกรรมการกระจายอำนาจ

 

- โฆษณา -

นายภราดร ชี้แจงเรื่องเบี้ยเงินกองทุนประกันภัย วงเงิน 15,500 ล้านบาทที่รัฐบาลจะจ่ายให้กับประชาชนทั้งประเทศ หากเอกชนมองว่าคุ้มค่าก็เข้ามารับ รัฐบาลไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเอกชนจะได้ความคุ้มค่าหรือไม่ แต่ในจำนวนดังกล่าวนั้นเป็นการบริหารความเสี่ยงรัฐบาลคาดการณ์ไว้ว่าในแต่ละปีจะใช้เงินในการเยียวยาปัญหาน้ำท่วม ปัญหาวาตภัย ปัญหาแผ่นดินไหว หรือสึนามิได้แบบใดและต้องจ่ายเท่าไหร่ ส่วนทุนประกัน 75,000 ล้าน ซึ่งมองว่าเงินที่จ่ายในแต่ละปีคุ้มค่าที่จะซื้อความเสี่ยงให้กับประชาชนทั้งประเทศ

 

“ส่วนสาเหตุที่รัฐบาลใช้งบกลางในการเยียวยาประชาชนปีที่ผ่านมาจำนวนมากกว่าปีก่อนๆ เนื่องจากวงเงินในการเยียวยาแตกต่างกัน เพราะพึ่งเพิ่มวงเงิน 9,000 บาทในยุครัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และต่อเนื่องถึงรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล จึงทำให้ตัวเลขสูงขึ้นกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา และไม่มีรัฐบาลใดจะลดเงินเยียวยาให้ประชาชน โดยกรรมาธิการยืนยันการปรับแก้ใน มาตรา6 ตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก” นายภราดร กล่าว