“วันนอร์” เปิดใจบทบาทที่ปรึกษานายกฯ มุ่งสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ ในปี 2570
เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ส่งเอกสารข่าวเปิดใจถึงบทบาทการทำงาน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า วันนอร์ เผยความในใจ ผมเป็นนักการเมือง การเมืองเป็นเรื่องกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคม นักการเมืองทุกคนต่างทำหน้าที่ให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ กิจกรรม ท่าที หรือทัศนะอาจจะแตกต่างกันไปตามบุคลิกภาพ และอาจจะแตกต่างกันตามบทบาทหน้าที่ ยามที่ผมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงใด ก็สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนตามบทบาทหน้าที่ของกระทรวงนั้น
ยามใดที่ทำหน้าที่เป็นประธานรัฐสภาก็จะแสดงบทบาทตามกฎหมายและอำนาจหน้าที่ของประธานรัฐสภาให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อประเทศและระหว่างประเทศ ยามใดที่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในยุคของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมก็ทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาอย่างมีเกียรติ ยามใดที่ทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการงบประมาณ ผมก็ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา
ขณะนี้ทำหน้าที่เป็น "ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี" ผมก็จะทำหน้าที่ด้วยความจริงใจและรับผิดชอบต่องานที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายหรือปรึกษาหารือทั้งหมดนี้ เป็นบทบาทหน้าที่ทางการเมือง คือ ทำหน้าที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ ไม่ได้ยึดที่ตัวบุคคลลว่านายกรัฐมนตรีคนนั้นจะเป็น พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ นายทักษิณ ชินวัตร นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือนายอนุทิน ชาญวีรกูล
ทั้งอดีตนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีที่กล่าวถึงนี้เคยไปเยี่ยมบ้านผมที่ยะลา และให้เกียรติกัน เราก็ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ใช่เป็นสิ่งที่เลวร้ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นับเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อมายาวนาน
ข้อเท็จจริงปัญหาต่าง ๆ ไม่ได้เกิดจากประชาชน แต่ปัญหาที่เป็นอยู่ เพราะคนอื่นไปสร้างปัญหา ทำให้เกิดอุปสรรคต่อการพัฒนามากกว่า
เมื่อนายกรัฐมนตรีปรึกษาผมก็ให้ข้อเท็จจริง เพราะผมเป็นคนพื้นที่จริง ไม่ได้อวดรู้อวดฉลาด นายกรัฐมนตรีจะเชื่อหรือไม่ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง จะถูกใจใครหรือผิดใจใครบ้าง เป็นสิ่งที่ควบคุมยาก แต่ความตั้งใจอยากให้บ้านเมืองปลอดภัย เมื่อความปลอดภัยเกิดขึ้น โอกาสของการพัฒนาก็เกิดขึ้น
ผมคิดว่าเราไม่ควรสร้างภาพความขัดแย้งที่รุนแรง เพื่อสมประโยชน์ของตน แต่พึงสร้างความสงบปลอดภัยเพื่อทุกคน ทั้งคนในพื้นที่ และคนต่างถิ่นที่เข้าไปประกอบกิจการเพื่อการพัฒนา
อยากถามว่า เป็นการเพียงพอแล้วหรือยัง เวลา 22 ปี ที่คนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ในความฝันร้ายและทุกข์สาหัส เพียงพอหรือยังที่งบประมาณกว่าห้าแสนล้านบาท ที่ใช้ไปกับทรัพย์สินของทุกฝ่ายที่เสียหาย และชีวิตที่บาดเจ็บล้มตายเป็นหมื่น ผมคิดว่าถึงเวลาที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือทบทวนสิ่งที่ผ่านมาดังกล่าว แล้วคิดใหม่ ทำใหม่ให้เกิดสันติภาพและสันติสุขที่ยังยืนเช่นเดียวกับพื้นที่อื่น ๆ
ขอให้เราช่วยกันสร้างความฝันให้เกิดขึ้นได้จริงภายในปี 2570 ส่วนการกิจทางพรรคการเมือง ผมเป็นสมาชิกพรรค เป็นที่ปรึกษาพรรค ถ้าคณะกรรมการบริหารพรรคมีคำปรึกษา ผมยินดี ไม่ได้ละทิ้งไปไหน แต่ผู้รับผิดชอบหลักคือหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรค พรรคจะเติบโต จะก้าวหน้า จะแตกแยก จะเล็ก จะยุบ เป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกโดยรวม จะไม่มีการพูดเอาดีใส่ตัวโยนปัญหามั่วๆให้คนอื่น