“จตุพร” ชี้ทางล้มรัฐบาล “หนู” เชียร์ กกต.เลือกชุด 36 ไม่ส่งฟ้อง กดดัน 14 วัน ก่อนชี้ชะตา 28 ก.ย.
วันที่ 10 ก.ย.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า...
อยากล้ม รบ.หนู แนะง่ายๆ ต้องเชียร์ กกต.เลือกทางชุด 36 ไม่ส่งฟ้องใครเลย กดดัน ปชช.ออกมาต่อต้าน ย้ำ 14 วันบ้านเมืองโกลาหล ถ้า 28 ก.ย. ผลออกมา “ไม่ลับ” ยิ่งซ้ำเติม สส.สิ้นสภาพทั้งกระดาน ใครจะเป็นรักษาการ รบ. และใครจะจัดเลือกตั้ง ภาวะชุลมุนวุ่นวายจึงไม่จบสิ้น
เมื่อ 9 ก.ย. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ แต่ละฝ่ายเปิดเกมรุกเข้าใส่กันจนทำให้ช่วง 14 วันตั้งแต่ 14 ก.ย.-28 ก.ย. อยู่ในสภาวะปัญหามะรุมมะตุมจนชุลมุนวุ่นวายกันไปหมด
"ช่วง 14 ก.ย.ถึง 28 ก.ย.จะเต็มไปด้วยความโกลาหล จะมีการประกาศนัดชุมนุมต่างๆ สารพัดที่เราจะเห็นในช่วงรอยต่อ 14 วันนี้ และไปถึงวันที่ 28 ก.ย. ถ้าศาล รธน.วินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้งว่า ไม่เป็นความลับ กระทบต่อ สส.ต้องพ้นสถานภาพทั้งหมด แล้วใครจะรักษาการรัฐบาล ถ้าไม่เขียนไว้เลย เสมือนไม่มีเลือกตั้ง 69 ดังนั้น รัฐบาลรักษาการย่อมเป็นรัฐบาลอนุทิน 1 แล้วจะมั่วกันเลย”
ในสถานการณ์กรณีฮั้ว สว. ซึ่ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เริ่มพิจารณาคดีส่งศาลฎีกาหรือไม่ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ ปัญหาการฮั้ว สว. เริ่มขัดแย้งกันระหว่างพรรคเพื่อไทย (แดง) กับพรรคภูมิใจไทย (น้ำเงิน) จนน้ำเงินต้องออกจากร่วมรัฐบาลสมัยแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯ
เมื่อความขัดแย้งนี้อุบัติขึ้นแล้วขยายผลไปสู่ กกต.ทำคดีร่วมกับดีเอสไอในคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนชุด 26 จนเกิดผลลัพธ์พรรคน้ำเงินฮั้ว สว.พรรคเดียว ทั้งที่พรรคสีส้ม (พรรคประชาชน) สีขาว-สีเขียว (พรรคพลังประชารัฐแล้วมาเป็นพรรคกล้าธรรม) และพรรค สีแดง ล้วนเกี่ยวข้องกันทั้งหมด ดังนั้น หากเคร่งครัดกับนิยามคำว่า "ฮั้ว" แล้ว ทุกพรรคและผู้สมัคร สว.ทุกคนทั้ง สว.ตัวจริงและสำรอง ย่อมไม่รอดข้อหาฮั้วกันไปได้เลย
อีกทั้งกล่าวว่า เมื่อ กกต.ไม่ยึดหลักสุจริตและเที่ยงธรรมมาตั้งแต่ต้น โดยไม่สั่งให้ “ดีเอสไอ” สอบสวนการฮั้ว สว.ทุกคน รวมทั้ง สว.สำรองที่เกี่ยวข้องอย่างเท่าเทียมกัน ปัญหาฮั้ว สว.จึงไม่จบสิ้นและไม่แตกต่างจากสองมาตรฐานในการตรวจสอบ
ประกอบกับ เมื่อถึงสถานการณ์ช่วง 28 ก.ย. ศาล รธน.นัดอ่านคำวินิฉัยคดีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ถ้าผลออกมาว่า “เลือกตั้งไม่เป็นความลับ” แล้ว สังคมจะต่อต้าน กกต.สูงมาก ซ้ำร้าย กกต.อาจถูกฟ้องคดีทั้งทางอาญาและแพ่งให้ชดใช้เงินคืนกับรัฐกว่า 5 พันล้านบาทกรณีจัดการเลือกตั้งปี 2569 เป็นโมฆะ
ส่วนการชุมนุมของประชาชนนั้น นายจตุพร กล่าวว่า ไม่ได้หมายความจะเป็นการเรียกรัฐประหาร เพราะรัฐประหารไม่ได้มาจากการเรียกของใคร สิ่งสำคัญตัวละครการเมืองเบื้องหลังที่ไม่ออกมาพูดพร่ำเพรื่อ เริ่มส่งสัญญาณตามลำดับ รวมถึงนายกฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ออกมาพูดตัดเกมการอิงและโหนสถาบันเสียก่อน เพื่อป้องกันการขยายผลลุกลามไปใหญ่โต ซึ่งไม่เป็นผลดีกับนักการเมือง
อย่างไรก็ตาม ถ้านายกฯ เพิกเฉย ปล่อยให้สังคมคิดไปเอง ยิ่งนานวันเข้ามันจะเลยเถิด เมื่อนายกฯ ตัดสินใจพูด เพื่อต้องการสื่อสารเหตุผลในเรื่องนี้ ไม่ให้พัฒนากันไปไกล อีกอย่าง เหตุการณ์บ้านเมืองขณะนี้ ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับกล้าธรรม จะเห็นปรากฎการณ์เป็นมิตรไมตรีต่อกันเพื่อกลบข่าวหรือถอดฟืน “แดงควบรวมเขียว” ไม่ให้ลุกไหม้ บั่นทอนเสถียรภาพรัฐบาล
“หากต้องล้มรัฐบาลแล้ว สิ่งง่ายสุดคือ กกต.ต้องไม่ส่งฟ้องใครเลยต่อศาลฎีกา คือ เลือกแนวทางตามชุด 36 ซึ่งยิ่งจะทำให้สถานการณ์จะวุ่นกันทั้งบ้านทั้งเมืองและอาจไม่ถึงวันที่ 28 ก.ย. ดังนั้น อยากล้มรัฐบาลต้องยุให้ กกต. ไม่ส่งฟ้องใครเลย สถานการณ์แบบนี้จะเรียกคนออกมาล้มรัฐบาล” นายจตุพร ย้ำแนวทาง
#จตุพรพรหมพันธุ์ #จตุพร #รัฐบาลหนู #รัฐบาลอนุทิน #กกต #คดีฮั้วสว #ฮั้วสว #เลือกตั้ง #ศาลรัฐธรรมนูญ #การเมืองไทย #การเมืองเดือด #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline