นายกฯ ย้ำวิกฤตพลังงานเกิดขึ้นทั่วโลก ชี้รบ.หามาตรการไม่ให้กระทบปชช. คุย อันดับฟิทซ์ ให้ไทยมีเสถียรภาพการเงินแข็งแกร่ง

การเมือง22 มิ.ย. 2565 • 16:23 น.
นายกฯ ย้ำวิกฤตพลังงานเกิดขึ้นทั่วโลก ชี้รบ.หามาตรการไม่ให้กระทบปชช. คุย อันดับฟิทซ์ ให้ไทยมีเสถียรภาพการเงินแข็งแกร่ง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 22 มิ.ย. 2565 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 4/2565 โดยมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสากรรม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

นายกฯ กล่าวก่อนเปิดประชุมว่า ทุกท่านทราบดีว่าเรามีปัญหาด้านพลังงานมากพอสมควร ทั้งปัจจัยภายในและภายนอก เราจำเป็นต้องเร่งคลี่คลายสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด แต่มีเรื่องหนึ่งที่น่ายินดีคือการจัดอันดับของสถาบัน ฟิทช์ เรตติ้ง (Fitch) ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือ ของประเทศไทยที่ BBB+ ถือว่าเป็นมาตรฐานทางการเงินการคลังที่แข็งแกร่ง มีเสถียรภาพ ถือได้ว่าเราได้แก้ปัญหามาอย่างระมัดระวังมากที่สุด ในการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบ และ stakeholders (ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย) ที่เกี่ยวข้อง สามารถอยู่ในกรอบและรักษาวินัยการเงินการคลังไว้ได้เป็นอย่างดี จึงขอขอบคุณกรรมการทุกคน

 

จากนั้นเวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม กพช.ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาหลายกิจกรรมที่เกี่ยวข้องในการบริหารงานด้านพลังงานหลายเรื่อง คงไม่ใช่เฉพาะเรื่องราคาน้ำมันแพงหรือไม่แพงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องพลังงานในภาพรวมทั้งหมด ซึ่งมีหลายเรื่องเพื่อทราบ ความก้าวหน้าในการดำเนินการและปัญหาเหตุติดขัดต่างๆที่ต้องปรับรูปแบบของการใช้พลังงานของเราให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้พลังงานจากโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์เพื่อใช้แหล่งพลังงานอื่นมาทดแทน เพราะค่าแก๊ส ค่าน้ำมันแพงขึ้น โดยรายละเอียดกระทรวงพลังงานจะชี้แจงอีกครั้ง 


นายกฯ กล่าวว่า ทั้งนี้เรื่องพลังงานทุกคนทราบดีอยู่แล้ว ไม่ได้เกิดเฉพาะประเทศไทยแต่เกิดกับทุกประเทศทั้งโลกในปัจจุบัน หลายกลุ่ม หลายฝ่ายเกี่ยวข้อง ดังนั้นหลัก 3 ประการของเราคือ ปัจจัยพลังงานที่แพงขึ้นในวันนี้ เราต้องศึกษา ทำความเข้าใจว่าปัจจัยมาจากไหน จากภายนอก หรือภายใน เกิดขึ้นทั่วโลกหรือไม่ หรือประเทศไทยประเทศเดียว

“ผมยืนยันว่าทุกประเทศที่มีการนำเข้าต้นทุนพลังงานจากต่างประเทศเป็นจำนวนมากย่อมได้รับผลกระทบไปด้วย ของเราทราบดีอยู่แล้วว่ามีพลังงานของเราเองเท่าไหร่ ทั้งทางบก ทางทะเล อะไรก็แล้วแต่ รัฐบาลก็พยายามหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติมเพื่อทดแทนแก้ปัญหาในอนาคตอย่างยั่งยืน ซึ่งจะมีการพิจารณา เพราะเราจะต้องแก้ปัญหาให้ได้ “นายกฯกล่าว 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ประการที่ 1. เราจะต้องดูแลความมั่นคงเสถียรภาพพลังงาน ไม่ให้เกิดการขาดแคลนหรือขยายตัว เพื่อให้การประกอบการธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ ประการที่ 2. เราจะต้องดูแลราคาพลังงานไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนจนมากเกินไป โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซล ก๊าสหุงต้มซึ่งมีผลกระทบต่อค่าครองชีพ ประชาชนในวงกว้าง ซึ่งวันนี้ราคาน้ำมันของไทยถ้าเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านยังต่ำอยู่ในลำดับที่ 7 หรือ 8 จาก 10 ประเทศอาเซียน  ประการที่ 3. เราจะดูแลช่วยเหลือครอบครัวหรือกลุ่มเปาะบาง ผ่านมาตรการใดบ้าง เช่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือเป็นรายกิจกรรม รายผู้ประกอบการและเราจะต้องรักษาสมดุล การใช้เงินต่างๆ เหล่านี้เพื่อช่วยเหลือประคับประคองพลังงานและการเจริญเติบโตเศรษฐกิจและเสถียรภาพการเงินการคลัง เพื่อเติบโตให้ได้ในอนาคต ถ้าเราเป็นภาระมากเกินไป วันหน้าทุกอย่างจะย้อนกลับที่เราอีก ดังนั้นเราต้องเดินอย่างระมัดระวังที่สุด และสิ่งหนึ่งที่เป็นข้อยืนยันว่าสิ่งที่รัฐบาลทำในวันนี้แม้จะถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง แต่วันนี้เราก็ต้องรับฟังผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของสถาบันฟิทซ์ เรตติ้ง (Fitch) ซึ่งให้ความเชื่อมั่นในเสถียรภาพด้านการเงิน การคลังของไทย อยู่ในเกณฑ์ระดับสูง BBB+ เช่นเดียวกับการเกิดก่อนโควิดและเกิดปัญหาพลังงานในขณะนี้ แสดงว่าเราดำเนินการมาได้ดีพอสมควร เรายืนยันตรงนี้และพยายามจะทำให้ดีที่สุดในทุกๆเรื่อง