ปลัดก.ท่องเที่ยวฯ โชว์ตัวเลขนทท.เข้าไทย สร้างรายได้ 1.25 แสนล้านบาท

การเมือง8 ก.ค. 2565 • 07:57 น.
ปลัดก.ท่องเที่ยวฯ โชว์ตัวเลขนทท.เข้าไทย สร้างรายได้ 1.25 แสนล้านบาท

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 ก.ค. 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ว่า ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสนอต่อที่ประชุมศบค.ว่า ขณะนี้ถึงวันที่ 6 ก.ค.65 มีจำนวนนักท่องเที่ยว เข้ามาเพิ่ม 30,947 คน อันดับสูงสุดเป็นชาวมาเลเซีย รองลงมาคือ อินเดียสิงคโปร์ เวียดนาม ออสเตรเลีย และตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.65 - 6 ก.ค.65 มีนักท่องเที่ยวสะสมเข้าประเทศไทยแล้ว 2.2 ล้านคน รายได้เข้าประเทศ 1.25 แสนล้านบาท โดยเป็นนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเข้ามามากที่สุดรองลงมาคือมาเลเซีย สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร  สหรัฐอเมริกา สะท้อนให้เห็นว่านี่คือสิ่งที่เราต้องภาคภูมิใจกับประเทศไทยที่เป็นความมั่นใจของนักท่องเที่ยวหลายประเทศที่เข้ามา ซึ่งเขาเข้ามาเขาก็สวมหน้ากากอนามัยเช่นเดียวกันกับเรา ไม่ติดเชื้อและมีสุขภาพที่ดีก่อนเดินทางกลับประเทศ  

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ส่วนจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมามากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ กทม. ชลบุรีกาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี ส่วนรายได้จากไทยเที่ยวไทยกันเอง ได้มากถึง 3.05 แสนล้านบาท ดังนั้น เมื่อรวมกับรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้สูงถึง 4.3 แสนล้านบาท  ทางรองปลัดกระทรวงมหาดไทยได้นำเสนอต่อที่ประชุมว่าขณะนี้ด่านต่างๆตามแนวชายแดนได้เปิดแล้ว 39 จุดผ่านแดน มีผู้เดินทางเข้าออก ประมาณ 972,299 คน ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. เป็นต้นมา และยอดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทำให้เกิดการใช้จ่ายเข้าออกระหว่างประเทศ จึงขอให้ทุกคนได้ช่วยกันทำให้เกิดบรรยากาศที่ดี

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในที่ประชุมนายกฯต้องการให้ประชาชนได้ร่วมมือกัน คือ 1.การสวมหน้ากากอนามัย 2.การมีคลัสเตอร์ต่างๆขอความร่วมมือให้ลงไปดูกันอย่างรวดเร็ว ทั้งฝ่ายปกครองในพื้นที่กระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3. การเดินทางเข้าประเทศนอกจากจะเป็นตัวเลขที่จะทำให้เห็นภาพของคนที่เดินทางเข้าประเทศไทยในลักษณะเศรษฐกิจที่มีจำนวนคนแล้ว ขอให้ไปตรวจสอบด้วยว่า มีผู้ติดเชื้อจากการเดินทางกลับจากต่างประเทศ หรือเข้ามาในประเทศไทยที่เป็นคนต่างชาติ อยู่จำนวนเท่าไหร่ จะได้เห็นถึงความรุนแรงและต้องติดตาม อย่างไรก็ตาม ทราบว่ามีตัวเลขไม่มาก สร้างความมั่นใจให้กับประชาชน  

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า 4.การเปิดจุดผ่อนปรนการค้าตามแนวชายแดน ที่มีอยู่ทั่วประเทศไทยนายกฯบอกว่าจะต้องให้หน่วยงานต่างๆที่ไม่มีด่านควบคุมโรคให้ไปพูดคุยหารือกันในพื้นที่ หามาตรการและหารือกับประเทศเพื่อนบ้านด้วยเพื่อร่วมกันรับผิดชอบหากพี่น้องประชาชนจะต้องเดินทางระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นด่านประเพณี พรมแดนตามธรรมชาติ จะต้องช่วยกันโดยมีมาตรการเข้มงวดในการดูแลบุคคลไปด้วยกันและ 5.หากมีผู้เจ็บป่วย ขอให้มีการบริการดูแลให้คำปรึกษาเป็นอย่างดี ก้าวที่ผ่านมาของพวกเราผ่านมาได้เป็นอย่างดีและก้าวต่อไปที่จะเกิดขึ้นก็จะเกิดขึ้นจากความร่วมมือสามัคคีของประชาชนในประเทศและไปสู่ระยะหลังของการติดเชื้อใหญ่ของประเทศ ขอบคุณในความร่วมมือในการดูแลสุขภาพของตัวเองและสังคม