7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นญัตติด่วน เรียกร้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญ สอบกระบวนการสรรหา ส.ว.
7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นญัตติด่วน เรียกร้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญ สอบการกระบวนการสรรหา ส.ว. ชี้ขัดรัฐธรรมนูญ
วันที่ 19 มิ.ย.62 ที่หอประชุมใหญ่ทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ แกนนำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ร่วมแถลงข่าวการยื่นญัตติต่อสภาผู้แทนราษฎร ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษา สอบสวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โดยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า จะยื่นสอบสวน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การได้มาซึ่ง ส.ว. มีคณะกรรมการสรรหาหรือไม่ มีการแต่งตั้งหรือไม่ 2.คณะกรรมการสรรหาดังกล่าว มีวิธีการ กระบวนการสรรหาอย่างไร 3.ส.ว. หลายท่าน เป็นเครือญาติ พวกพ้อง ซึ่งได้มาโดยชอบหรือไม่ และ4.งบประมาณ 1,300 ล้านบาท นำไปใช้ตามระเบียบวิธีการ และกฎหมายหรือไม่
ด้าน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า พรรคใช้สิทธิ์ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ปี 2551 เสนอให้สภาฯ พิจารณาเพื่อมีมติตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาสอบสวน หรือศึกษา การได้มาซึ่ง ส.ว. ว่ามีกระบวนการสรรหาที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะกำลังเป็นที่สงสัยของสาธารณชน มีการตั้งคำถามตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ลงคะแนนเลือกพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ว่าขัดรัฐธรรมนูญ หรือมีความโปร่งใสมาโดยตลอด ไม่เคยเปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการสรรหา และเผยแพร่ลงพระราชกิจจานุเบกษา รวมทั้งกรรมการสรรหาทั้ง 10 คนใน คสช. และมี 6 ท่าน ก็ไปเป็น ส.ว.เองด้วย จึงเห็นว่าเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ
ขณะที่ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กล่าวว่า พรรคขอยื่นญัตติด่วน ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษา สอบสวนประเด็น ส.ว.ขัดรัฐธรรมนูญ ม.113 หรือไม่ ซึ่ง ม.113 ระบุ ส.ว. ต้องไม่ฝักใฝ่ หรือวางตนอยู่ได้อานัติพรรคการเมืองใดๆ ทั้งนี้ การเลือกนายกฯ เมื่อวันที่ ที่ผ่านมา ส.ว.ทุกคน โหวตไปในทิศทางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และมี ส.ว. 2 ท่าน ได้มีการอภิปรายในทำนองฝักใฝ่อย่างชัดเจน จึงเป็นว่าการเลือกนายกฯ ของ ส.ว. ครั้งนี้ ขัดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ใน ม.113 และประกอบด้วย ม.114 ส.ว. ต้องมีความสุจริต ปราศจากผลประโยชน์ และมีการสรรหาพี่น้อง พวกพ้องตัวเองเข้ามา เป็น ส.ว.