กรณ์แนะผู้ประกอบการเกาะกระแส LALISA

การเมือง12 ก.ย. 2564 • 08:06 น.
กรณ์แนะผู้ประกอบการเกาะกระแส LALISA
จากกรณี กระแสสุดร้อนแรงของนักร้องสาวสุดฮอต "ลลิษา มโนบาล" หรือ "ลิซ่า แบล็กพิงก์" ที่เพิ่งเปิดตัวอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรกอย่างเป็นทาง การ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเพลงและมิวสิกวิดีโอ "LALISA" (ลลิษา) ได้สร้างความประทับใจให้กับแฟน ๆทั้ง ชาวไทยและต่างชาติเป็นอย่างมาก จนทำให้ยอดวิวเอ็มวีตอนนี้ทะยานพุ่งไม่หยุดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij ระบุข้อความว่า... #LALISA พา #SoftPower ของไทยไปอวดคนกว่า 70 ล้านวิวทั่วโลกภายใน 24 ชั่วโมง กระแสพลังบวกแห่ง Thainess ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ กระแส LALISA ในบ้านเราเปรี้ยงปร้างขนาดนี้ ไม่ใช่แค่เพราะสาวก BLINK หรือแฟนคลับลิซ่า แต่เพราะเนื้อหาใน MV ที่มีความเป็นไทยสอดแทรกไว้อย่างน่าดู และน่าชม เป้าหมายของอัลบั้ม LALISA คือบุกตลาดอเมริกา หลังจาก BLACKPINK ตีตลาดจีน และอาเซียนไปได้แล้ว การที่โปรดิวเซอร์และทีมกลยุทธ์ตอบสนองความต้องการของลิซ่า โดยเอาความเป็นไทยใส่เข้าไปใน MV ขนาดนี้ ถือเป็นสัญญานที่ดีว่า “'เสน่ห์ไทย' ในมุมพลังสร้างสรรค์ยังขายได้ในสายตาชาวโลก Soft Power คือยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญในการพลิกฟื้นประเทศเกาหลี และเป็นโอกาสของประเทศไทยเช่นกันที่จะใช้ "ทุนทางวัฒนธรรม” ที่เรามีเยอะกว่าประเทศอื่นมากๆ มาพลิกโฉมประเทศไทย ใช้พลังสร้างสรรค์ของคนไทยให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่จะช่วยให้เรารอดและโตอย่างยั่งยืน หนึ่งอุปสรรคในการผลักดันเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องของ Mindset ของระบบราชการ คิดแล้วน่าเสียดายที่พอจะชูความเป็นไทยแบบสร้างสรรค์ ต้องไปดันกันนอกประเทศผ่านเพลงเกาหลี (เพราะถ้าอยากทำแบบเดียวกันในประเทศไทย มีปราสาท ชฎา สไบ คงได้เถียงกันหนักกว่านี้) กว่าจะสร้างรายได้ขายเสน่ห์ความเป็นไทย ผู้ใหญ่ต้องเปิดใจ ต้องส่งเสริมให้ผลิตผลงานสร้างสรรค์ได้อย่างเสรี มากกว่ามาจี้ถาม ตรวจสอบควบคุม และที่สำคัญ ต้องเข้าใจผู้บริโภคว่าต้องการอะไร บางอย่างต้องปรุงใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย ดีไซเนอร์ไทยทั้งคุณหมู ASAVA ที่ออกแบบชุดไทยประยุกต์ แบรนด์ Hook's by Prapakas สำหรับรัดเกล้ายอด และเครื่องประดับดอกไม้จากแบรนด์ SARRAN ใน MV นี้เป็นตัวอย่างของการเอาความเป็นไทยไปถ่ายทอดในงานสมัยใหม่ได้สวยงามและลงตัว ผมเชื่อว่า คนไทยมีความสร้างสรรค์ในสายเลือด แต่ยังขาดกลไกที่จะดึงออกมาสร้างผลทางเศรฐกิจ ถ้าอยากผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ Thai Soft Power เป็น Creative Economy ได้อย่างเต็มรูปแบบไม่ว่าจะเป็น ด้านบันเทิง ดีไซน์ กีฬา e-Sport อาหาร Wellness Events & Tourism หรืออีกหลายเรื่อง ต้องมาจากนโยบายที่เข้าใจความต้องการและคุยกับตลาดโลกให้เป็น แล้วส่งเสริมทั้งเรื่องทุน กับทักษะความรู้ของคนอย่างต่อเนื่อง อยากเก่งเรื่องไหน ดูเลยที่ประเทศไหนเก่งแล้วส่งคนไปเรียน ไปทำงาน ไปฝังตัว ลองผิดลองถูกจนกว่าจะมีฝีมือ เจอช่องทางทำมาหากิน สนับสนุนคนเก่งให้ไปรับวิธีการและวัฒนธรรมการทำงานดีๆ กลับมา ระบบก็จะดีขึ้น คุณภาพงานก็จะดีขึ้น ยุทธศาสตร์นี้เป็นเกมยาว เราต้องเอา 1.ทุนเดิมที่เรามีมาบวกกับ 2.การบริหารจัดการที่ดี อาจใช้เวลา 5-10 ปีถึงจะเห็นผล แต่ต้องทำ เพราะนี่คือ "โอกาสของประเทศไทย” กับขีดความสามารถใหม่ให้ไทยมีที่ยืนในเวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ ในระยะสั้นปรากฎการณ์ LALISA จะช่วยกระตุ้นยอดขายกำลังซื้อ เสื้อผ้า งานศิลปะ สินค้าวัฒนธรรมไทยได้อีกมหาศาล ผู้ประกอบการทั้งหลายอย่าปล่อยโอกาสนี้ไปครับ ยุคแห่ง E-Commerce โปรโมท Thainess และขายของไทย ดึงสปอตไลท์กลับมาที่ประเทศไทยของเรา #ThaiSoftPower #พลังไทยสร้างสรรค์