“ศุภชัย” อุบช่องทางส่งศาลรัฐธรรมนูญ ลั่นเป็นอาวุธลับ ไม่กลัวคำสั่งพิเศษเซตซีโร่ กกต.
“ศุภชัย” อุบช่องทางส่งศาลรัฐธรรมนูญ ลั่นเป็นอาวุธลับ ไม่กลัวคำสั่งพิเศษเซตซีโร่ กกต. พร้อมปกป้ององค์กรให้อยู่อย่างมีคุณภาพ ส่งต่อ กกต.ใหม่ โดยไม่วางยา
วันที่ 6 ก.ค.60 นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า กกต.ยังไม่สามารถส่งร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้เอง เนื่องจากต้องรอให้กฎหมายมีผลใช้บังคับก่อน เรื่องนี้ต้องไปศึกษาว่ามีช่องทางใดในการยืนเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามระเบียบวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญฉบับเดิมได้หรือไม่ เพราะ กกต.มีมติเอกฉันท์เห็นว่า 6 ประเด็นในร่าง พ.ร.ป. กกต.ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ส่วนช่องทางตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (1) เป็นเพียงชองทางที่ให้อำนาจ หรือที่ศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาว่าร่างกฎหมาย หรือ กฎหมายใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่ง กกต.ก็ต้องหารือกัน ไม่ใช่ยื่นไปแล้วเสียรังวัด ส่วนจะใช้ช่องทางใดในการยื่นนั้น ยังบอกไม่ได้ ถือเป็นอาวุธลับ เพราะทุกฝ่ายก็มีอาวุธลับเป็นของตัวเอง
นายศุภชัย กล่าวว่า ส่วนที่ประธาน กรธ.ระบุว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าความเห็นแย้งขัดต่อรัฐธรรมนูญ กกต.ที่ทำหน้าที่จะต้องพ้นสภาพไปทันทีนั้น จะพ้นไปทันทีหรือไม่เราไม่วิตก เราพร้อมไปอยู่แล้ว ไม่ได้กังวลอะไร แต่ถ้าศาลรัฐธรรมูญเห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญ ก็จะทำให้กฎหมายฉบันนี้ตกไป ใช้บังคับไม่ได้ แต่เราก็ยังอยู่ตามกฎหมายพิเศษ ไม่ได้ไปทันที แต่ไม่ขอบอกว่าเป็นกฎหมายอะไร
“พวกเราไมได้กังวล จะช้าหรือเร็ว เราก็ต้องไปอยู่ดี ถ้าเราไปเร็วเราก็ได้พักผ่อน ไม่ต้องมากังวลหรือถกเถียงอะไรให้วุ่นวาย แม้ตัวเราจะต้องพ้นจากตำแหน่งไป แต่ก็ต้องรักษาองค์กรให้อยู่อย่างมีคุณภาพ เป็นเสือต้องไม่ร้องให้ ต้องมีศักดิ์ศรี”นายศุภชัย กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่ กกต.มีมติตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีและ สนช. จะเป็นการต่อรองกันหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ไม่ใช่เป็นการต่อรอง แต่เป็นอำนาจหน้าที่ที่ กกต.ต้องพิจารณารัฐธรรมนูญ เมื่อรัฐมนตรี หรือสนช. มีคุณสมบัติไม่ครบตามรัฐธรรมนูญต้องมีเหตุให้พ้นจากตำแหน่ง ซึ่งกรณีนี้นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ยื่นคำร้องมาให้ กกต.ตรวจสอบ เมื่อยื่นเข้ามา กกต.ก็ต้องตรวจสอบก่อน ไม่ใช่ยืนฟ้องศาลทันที ต้องดูว่าคำร้องถูกต้อง มีมูล ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่ารัฐมนตรีหรือ สนช.ขาดคุณสมบัติ ถ้าเราไม่รับเรื่องมาก็จะโดนข้อหาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ เรามีอำนาจเรียกมาไต่สวน
“ไม่ได้ต่อรองเรื่องเซ็ตซีโร่ เรามีหน้าที่อะไรก็ทำไป ไม่คิดว่าจะยื้อเพื่อให้อยู่ในตำแหน่ง เราต้องรอบคอบ เพราะกรณีนี้เป็นเรื่องของการกระทบสิทธิ์”นายศุภชัยกล่าวและว่า ไม่กลัวที่จะพ้นจากตำแหน่งจากคำวินิยฉัยของศาล หรือคำสั่งพิเศษใดๆ
นายศุภชัย กล่าวอีกว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็น 3 ประเด็นข้อโต้แย้งของ กรธ.เกี่ยวกับร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง คาดว่าจะส่งมาถึง กกต.ในวันนี้ (6 ก.ค.) ซึ่งในชั้นของกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย ตนจะยืนยันตามมติ กกต.ว่าไม่มีบทบัญยัติใดที่ขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของแนวทางปฎิบัติ ซึ่งก่อนหน้านี้ กกต.ได้ถามเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติ ทั้งเจ้าหน้าที่ และผู้บริหารของสำนักงาน กกต.ก็ยืนยันว่า สามารถปฎิบัติได้ ไม่มีปัญหาอะไร เพราะผู้บริหารฯ และพนักงานมีประสบการณ์เกี่ยวกับเลือกตั้งถึง 19 ปี ที่เราเห็นว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญไมได้เป็นการวางยา
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับอดีต กกต.ที่อยู่ในกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายด้วยหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูดคุยหรือล๊อบบี้ เพราะทุกคนเป็นผู้ใหญ่ การพิจารณาจะต้องยึดหลักเหตุและผล ไม่ได้มีการล๊อบบี้ เพราะการล๊อบบี้เป็นเรื่องที่ผิด ไม่มีใครทำกัน เรื่องล๊อบบี้แค่คิดก็ผิดแล้ว ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาอย่างไรเราต้องเคารพ เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร จะไปโต้แย้งไม่ได้