"สุทิน" บินชี้เป้ากว่า 2 ชม. ตั้งฉายานายกฯ "นักกู้แห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก" ชี้ พฤติกรรมซูเอี๋ยนายทุน ทำไทยเสียค่าโง่หมื่นล้าน

การเมือง16 ก.พ. 2564 • 06:36 น.
 "สุทิน" บินชี้เป้ากว่า 2 ชม. ตั้งฉายานายกฯ "นักกู้แห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก" ชี้ พฤติกรรมซูเอี๋ยนายทุน ทำไทยเสียค่าโง่หมื่นล้าน
"สุทิน" บินชี้เป้ากว่า 2 ชม. ตั้งฉายานายกฯ "นักกู้แห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก" ชี้ พฤติกรรมซูเอี๋ยนายทุน ทำไทยเสียค่าโง่หมื่นล้าน ซัดไม่รักษามาตรฐานจริยธรรม-ไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 16 ก.พ. 64 ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ว่า ฝ่ายค้านอภิปรายครั้งนี้ คาดหวังให้เกิดการเลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น ให้มีการแก้ไข และชี้ให้เห็นว่าความล้มเหลวของรัฐบบาล โดยตนจะทำหน้าที่นำร่องชี้เป้า เพื่อให้เพื่อน ส.ส. อีก 36 คน หรือเปรียบเป็นเครื่องบิน 36 ลำ ทิ้งระเบิดใส่เป้า และปิดท้ายด้วยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย จะมาเก็บกวาด เพราะเหตุของความล้มเหลวที่นายกฯ ต้องปรับ คือ 1.ปรับวิธีคิดในการบริหาร 2.ต่างชาติไม่ยอมรับ 3.การไร้ประสิทธิภาพในการบริหารประเทศ และเอื้อให้เกิดทุจริต ซ้ำยังเอื้อพวกพ้องให้ร่วมทุจริตจนเกิดความเสียหาย 4.การขาดจริยธรรมผู้นำจนเป็นเหตุของความล้มเหลวทั้งหมด ด้านเศรษฐกิจ ธนาคารโลกสถาบันไอเอ็มเอฟ หรือแม้แต่สภาพัฒน์ฯ ของไทย ต่างชี้ว่าเศรษฐกิจไทยตกต่ำ วันนี้กู้เงินไปกว่า 9 ล้านล้าน กู้ทุกปี กู้ซ้ำกู้ซ้อน ขณะที่หนี้สาธารณะของประเทศ สูงขึ้นแตะ 60 เปอร์เซ็นต์ อภิปรายไม่ไว้วางใจปีก่อน ได้ฉายาว่าเป็นนักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ถ้ากู้อย่างนี้ ปีนี้จะได้ชื่อว่าเป็นนักกู้แห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เพราะดูที่หนี้สินทั้ง 5 ประเภท คือ 1.หนี้สินประเทศ 2.หนี้สาธารณะ 3.หนี้สถาบันกาารเงินหรือ NBL ที่สูงถึง 5 แสนล้านจนธนาคารไม่กล้าปล่อยกู้ 4.หนี้ภาคธุรกิจ ที่รับผลกระทบจนเจ๊ง และถูกยึดกิจการ 5.หนี้สินครัวเรือน แต่ที่เฟื่องฟู วันนี้คือธุรกิจ การรับซื้อหนี้เสียของต่างชาติที่เข้ามาลงทุนเพื่อซื้อกิจการของคนไทยในราคาถูก นอกจากนั้นยังพบการทุจริตเชิงนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายประกันราคาสินค้าเกษตร ที่รัฐบาลประกาศราคา ทำให้พ่อค้าลดราคา เพื่อให้รัฐนำงบประมาณ เพื่อประกันราคาเพิ่มมากขึ้น เช่น เดิมราคา 9 บาท เมื่อรัฐบาลประกาศนโยบาย พ่อค้าประกาศมาตรฐานราคาเหลือ 6 บาท เพื่อให้มีส่วนต่าง 3 บาท เพื่อให้รัฐบาลสนับสนุน “มีคนบอกว่าส่วนต่างที่พ่อค้าลดราคานั้น เพื่อนำเงินส่วนต่างให้กับเจ้าของนโยบาย อย่าถามหาไม่มีใบเสร็จจากผม แต่ขอให้นำใบรับประกันว่าไม่โกงมาให้ดู เพราะเรื่องการทำราคาสินค้าเกษตรตกลงอย่างผิดสังเกต เชื่อว่ามีความไม่ปกติ รัฐมนตรีได้ส่วนแบ่งจากพ่อค้า โดยประเด็นที่เกิดขึ้น นายกรัฐมนตรีไม่เอาจริงต่อการปราบการทุจริต” นายสุทิน กล่าว นายสุทิน กล่าวอีกว่า มี 7 รัฐมนตรี ที่ไม่ชี้แจงบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์ สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายดอน ปรมัติวินัย รมว.การต่างประเทศ และ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ซึ่งถือเอาเปรียบส.ส.ในสภาฯ อย่างไรก็ตามการไม่ชี้แจงดังกล่าว ยอมรับว่ามีกฎหมายกำหนดไว้ว่ารัฐมนตรีที่พ้นตำแหน่งและเข้ารับตำแหน่ง ในระยะเวลา 1 เดือนไม่ต้องแสดงบัญชีทรัพย๋สิน แต่ในกฎหมายดังกล่าวไม่ห้ามที่จะแสดงบัญชีทรัพย์สิน ซึ่ง 7 รัฐมนตรีไม่ทำเพื่อสร้างมาตรฐานทางจริยธรรม ซึ่งตนขอตั้งข้อสงสัยว่า ระยะเวลา 2 ปี นำเงินซุกไว้ที่ไหน นอกจากนี้ นายสุทิน ยังอภิปรายถึงพฤติกรรมเอื้อพวกพ้องของรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ โดยระบุถึงกรณี โครงการระบบการขนส่งทางรถไฟยกระดับในกรุงเทพมหานคร (โฮปเวลล์) ที่รัฐต้องจ่ายค่าเสียหาย 1.5 หมื่นล้านบาท ให้เอกชนที่ถูกยกเลิกสัญญา ซึ่งตามกฎหมายมีช่องทางที่รัฐจะจ่าย คือ รัฐใช้งบประมาณชำระ หรือใช้ช่องทางตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เรียกค่าเสียหายจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรมว.คมนาคม ที่เป็นผู้ยกเลิกสัญญาก่อสร้างโฮปเวลล์ ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาอีก 2 เดือน หรือ ภายในเดือนเมษายนนี้ กรณีดังกล่าวจะหมดอายุความ ทั้งนี้ตนเชื่อว่ามีการวิ่งเต้น ที่ทำให้ไม่ฟ้องร้องนายสุเทพ เพราะเป็นผู้มีบุญคุณส่งเสีย พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงกรณีของเหมืองทองอัครา ที่เชื่อว่าพบการซูเอี๋ยกับผู้ได้รับสัมปทาน เพื่อให้ถอนฟ้อง โดยแลกกับการได้รับสัมปทานที่ดิน 3 แสนไร่