"บิ๊กตู่" ขอปชช.รักสามัคคี วอนสังคมอย่าทำประเทศบอบช้ำ-อย่าให้ผ้าขาวเปอะเปื้อน!

การเมือง26 ธ.ค. 2565 • 14:07 น.
"บิ๊กตู่" ขอปชช.รักสามัคคี วอนสังคมอย่าทำประเทศบอบช้ำ-อย่าให้ผ้าขาวเปอะเปื้อน!

วันที่ 26 ธ.ค.2565 ที่บริเวณลานหน้าพระร่วงโรจนฤทธิ์ฯ องค์พระปฐมเจดีย์ ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และคณะ ไปยังเวทีกลาง บริเวณพิธีเปิดงาน ชมแสดงชุด "ระบำภูษาปูรณะฎาศรีทวารวดี" โดยศูนย์วัฒนธรรม ต.ลำเหย ชมการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ชุด "พระรามตามกวาง"โดยวิทยาลัยนาฎศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์กระทรวงวัฒนธรรม โดยนายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผวจ.นครปฐม กล่าวรายงาน

 

นายกฯกล่าวเปิดงานว่า วันนี้มาในฐานะนายกฯ รู้สึกยินดี และตั้งแต่เดินเข้ามาเห็นคนจำนวนมากก็ต่างคนต่างเป็นกำลังใจให้กันและกัน ในฐานะตนเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในเวลานี้ ทุกคนในรัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ในการดูแลประชาชนให้มีความก้าวหน้าเท่าเทียม ซึ่งขึ้นอยู่กับศักยภาพด้วยเราจะพัฒนาอย่างไรร่วมกับรัฐบาลในทุกมิติ วันนี้ยินดีที่ได้เป็นเกียรติมาเปิดงานครั้งที่ 19 ประจำปี 2566 นครปฐมจัดงานนี้ขึ้นมาเป็นการสร้างจิตสำนึกของพี่น้องประชาชนที่ร่วมกันน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่ออาณาประชาราษฎร์ ตลอดจนเป็นการดำเนินงานของรัฐบาลในการส่งเสริมวัฒนธรรม สืบสานมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นให้ดำรงอยู่ให้เยาวชนได้มีโอกาสแสดงออกกิจกรรมทางวัฒนธรรมของไทย รวมทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19 โดยใช้วัฒนธรรมเป็นศูนย์กลาง

 

นายกฯกล่าวว่า อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรียังเป็นห่วงเรื่องโควิดต่างๆ ขอให้ทุกคนระวังตัวอย่างที่สุดต้องเว้นระยะห่าง และขอให้มีความสุขก็แล้วกัน ทุกคนต้องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน รักสามัคคีกันเผื่อแผ่แบ่งปันความรัก แบ่งปันรายได้อะไรต่างๆให้ทั่วถึงกัน นี่คือประเทศไทยของเราอันเป็นที่รักยิ่ง ดินแดนแห่งขวานทอง และเราก็เป็นส่วนหนึ่งในขวามเล่มนี้ ทุกคนต้องรักสามัคคี ต้องอยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภารอันนี้ เป็นสิ่งที่ตนฝากไว้ ความรักความสามัคคีและความยึดมั่นในแกนหลัก 3 ประการของเราคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันนั้นสำคัญยิ่งสำหรับพวกเรา ซึ่งเราทราบประวัติศาสตร์ดีอยู่แล้วว่าเราเป็นมาอย่างไรประเทศเป็นมาอย่างไร ประวัติศาสตร์ชาติไทยเป็นอย่างไร มีหลายยุคหลายสมัยกี่ร้อยปีแล้ว ต้องสำนึกเสมอว่าเรามีทุกวันได้เพราะคนไทยด้วยกันและสถาบันกษัตริย์ทรงทำไว้แล้ว สืบสานรักษาต่อยอด ไปสู่ลูกหลานของเรา 

 

นายกฯกล่าวอีกว่า การที่เราจะทำอะไรให้เจริญเติบโตเหมือนกับการปลูกต้นไม้ ปลูกตั้งแต่เล็กแต่น้อยจนโต รักษาไม่ให้แมลงกัดกินจนตาย เราต้องช่วยกันดูแล คนเราก็เหมือนกัน ลูกหลานเราทั้งหมดนั่นคือคนที่ต้องฟูฟักทะนุถนอม ต้องเลี้ยงดูสั่งสอน เพราะตนเคยพูดแล้วเด็กนั้นคือผ้าขาวที่สะอาด เป็นด้ายเป็นไหมเป็นฝ้ายที่สะอาดอยู่ ฉะนั้นอย่าทำให้เปอะเปื้อน โดยอย่างใดก็แล้วแต่ เมื่อสู่การถักทอแล้วก็จะเป็นถุงผ้าที่สวยงามมีความหลากหลาย เช่นลายเสื้อของตนที่ใส่วันนี้ ใส่แล้วรู้สึกโก้ขึ้นมาทันที เดินเข้ามาพวกใส่เยอะเลย ใส่คล้ายๆกัน นี่คือความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเรา ฉะนั้นอย่าทำลายสิ่งดีๆที่มีอยู่แล้วรัฐบาลพยายามยิ่งยวดให้มีเสถียรภาพ ตนไม่อาจจะกล่าวอ้างว่าดีทั้งหมด แต่หลายอย่างก็ฟื้นคืนมาเยอะแยะแล้วในขณะนี้ เราอาจจะโชคดีที่พวกเราร่วมมือกันทำในหลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งในหลายประเทศทำไม่ได้ในเรื่องโควิดซึ่งเราทำได้ดี ได้รับคำชื่นชม วันนี้ไม่อยากบอกเป็นเพราะนายกฯ แต่เป็นเพราะพวกเราทุกคน คนไทยทุกคน เมื่อยามศึกเรารบ ยามสงบเราก็พัฒนา นั่นคือสิ่งที่เราต้องคิดไปร่วมกัน เพราะเราคือมาจากประวัติศาสตร์ พื้นที่รากฐานวันนี้เป็นดินแดนแห่งยุคสมัยหนึ่งที่เรามีความเฟื่องฟูมากในอารยธรรมที่สูงยิ่งในช่วงที่ผ่านมา การที่เราเดินหน้าไปสู่อนาคตต้องเดินด้วยความมั่นคงทุกก้าวย่าง เดินด้วยความมั่นใจปลอดภัย ร่วมมือด้วยความมีจิตเผื่อแผ่สาธารณะ 

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นี่คือสิ่งสำคัญที่ต้องฝากคนไทยทุกคน ขอฝากไว้แค่นั้น และพยายามเข้าใจมีหลักคิดในการมีทัศนคติที่ดีต่อประเทศของเราอย่าให้ประเทศต้องบอบช้ำไปกว่านี้อีกเลย อย่างในอดีตที่ผ่านมา วันนี้พยายามอย่างยิ่งยวดในการทำให้ทุกอย่างเดินหน้าไปสู่อนาคต หลายอย่างจะดีขึ้นในหลายปีข้างหน้า หลายๆอย่างอาจไม่ทันใจแต่ก็เป็นสิ่งที่เราวางอนาคตไว้ให้พวกท่าน ฉะนั้นขอฝากความหวังไว้กับพวกเราด้วย วันนี้เนื่องในโอกาสมางานนี้ ประทับใจในการต้อนรับของคนทุกช่วงวัยที่นี่แหละคือประเทศไทย มีคนหลายรุ่นหลายยุคหลายสมัย หลายอายุ หลายอาชีพ หลายรายได้ ฉะนั้นเราต้องรักกันต้องมีจิตสาธารณะ ทำใจให้เป็นกุศล ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาเที่ยวงานสร้างอาชีพสร้างรายได้ประชาชนต่อไป ขอให้ช่วยกันแล้วกัน

 

จากนั้นนายกฯลั่นฆ้องชัย 3 ครั้ง ทำพิธีเปิดงาน ก่อนเยี่ยมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพบปะประชาชน ผู้ประกอบการร้านค้า

 

ต่อมาเวลา 18.25 น. นายกฯ และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค  เลขาธิการนายก รัฐมนตรีและหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เดินเยี่ยมชมและทักทาย บรรดาร้านค้ามาออกร้านขายของ ที่บริเวณรอบองค์พระปฐมเจดีย์อย่างอารมณ์ดี  โดยระหว่างเดินนายกฯ ได้แวะชิมอาหารหลายอย่าง อาทิเกาลัด รถด่วนทอด เขียดทอด และลูกชิ้นทอด พร้อมชมว่า “น้ำจิ้มอร่อย  ขอให้ขายให้หมด กินทุกอย่างที่พูดไม่ได้ตนกินหมด”

 

จากนั้นก่อนขึ้นรถนายกฯ กล่าวอวยพรปีใหม่ว่าขอให้มีความสุขทุกคน ช่วยกันทำหน้าที่ ต่างคนต่างทำหน้าที่ตามบทบาทของตนก็จะดีทั้งหมด