เปิดตัว “เจเนอเรชั่นใหม่บัวแก้ว”ขับเคลื่อนภารกิจ “ศูนย์แถลงข่าวโควิด-19” ภาคภาษาต่างประเทศ
เรื่อง : พัชรพรรณ โอภาสพินิจ
ในช่วงสถานการณ์วิกฤติ ทุกหน่วยงานต่างมีหน้าที่และบทบาทอันสำคัญ ทุกคนในสังคม ไม่ว่าจะภาคเอกชน ประชาสังคม สื่อมวลชน ล้วนแต่เป็นกลไกที่มีส่วนทำให้ประเทศไทยสามารถ รับมือกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งสิ้น
ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ อาจกล่าวได้ว่า ภารกิจหลักคือการดูแลให้ความช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศที่ถูกกระทบโดยการแพร่ระบาดของไวรัส การบริหารจัดการเพื่อนำคนไทยกลับสู่มาตุภูมิทั้งทางอากาศและทางบก การประสานความร่วมมือกับนานาประเทศในกรอบต่างๆ และกับองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภารกิจการสนับสนุนการแถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( โควิด-19 ) หรือศูนย์ศบค. ประจำทำเนียบรัฐบาล ซึ่งในภาคภาษาอังกฤษ ดำเนินการโดย “ณัฐภาณุ นพคุณ” รองอธิบดีกรมสารนิเทศ หรือ “รองนิ้ง” ซึ่งเป็นประโยชน์กับชุมชนต่างชาติในไทย สื่อมวลชนต่างประเทศ และผู้ชมทั่วโลกผ่านสื่อโซเชียล และเป็นที่แน่นอนว่า ในภารกิจต่างๆ เหล่านี้ จะมีความท้าทายและอุปสรรคนานับประการ
แต่ถึงแม้ภารกิจจะหนักหน่วง และต่อเนื่องยาวนานเป็นเดือน ทว่า “กระทรวงบัวแก้ว” ไม่ย่อท้อ ประการหนึ่งคือการมี “กำลังพล” ที่เป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรงของกระทรวงฯ ในกรมกองต่างๆ ทีมที่สนับสนุนภารกิจการแถลงข่าวภาคภาษาอังกฤษของ ศบค.มีการแบ่งหน้าที่เป็นห้าทีม (ทีม A ถึง E) หมุนเวียนกันมาปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งสิ้นประมาณ 12 คน วันนี้ “สยามรัฐ” ขอพาไปทำความรู้จักกับสมาชิกในทีมกันสุดแกร่ง ด้วยกัน 3 คน
เริ่มกันที่คนแรก “ปริม” ปุณยาพร ยิ้มเศรษฐี สังกัดกรมยุโรป จบการศึกษาจากคณะ International Relations and Law มหาวิทยาลัย SOAS, University of London มีความเชี่ยวชาญ ความสนใจด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ และการพัฒนาที่ยั่งยืน ถูกยืมตัวมาช่วยภารกิจนี้ โดยในแต่ละวัน จะต้องเข้าประชุมเตรียมการของ ศบค. และการประชุมเรื่องการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Communication) รวมถึงเตรียมข้อมูลสำหรับการแถลงภาคภาษาอังกฤษ
ส่วนมุมมองต่อการแก้ไขปัญหาโควิดนั้น ปริม มองว่า การสื่อสารกับประชาชนเพื่อรับมือกับผลกระทบของการระบาด เพื่อเข้าใจนโยบายรัฐสำหรับการแก้ไขปัญหานี้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งการแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืนจะต้องนำประชาชนมาเป็นหลัก มีการบูรณการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยภาครัฐควรเข้าใจปัญหาและความรู้สึกของประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อแก้ไขปัญหาให้ถูกจุด นอกจากนี้ สถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การตอบสนองต่อปัญหา จึงต้องรวดเร็วและยืดหยุ่นได้ และลดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตปกติของประชาชนให้น้อยที่สุด
อีกหนึ่งสมาชิกที่เรากำลังจะแนะนำให้รู้จัก “เพิร์ธ” ธีรวิทย์ วชิรคพรรณ ข้าราชการกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) จบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความสนใจด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การพัฒนาชุมชน การประมวลและวิเคราะห์ข่าวการเมือง และภาพลักษณ์องค์กร
เพิร์ธ มองว่าการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการรวบรวมความเห็นและการขยายการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและประชาชนให้มากที่สุด หรืออาจจะเรียกได้ว่าการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการทำให้ “การแก้ปัญหาเป็นของทุกคน” มีความรู้สึกเป็นเจ้าของ โดยภาครัฐเป็นผู้อำนวยความสะดวก ให้แนวทาง วางมาตรฐานกลางและประเมินสถานการณ์โดยรวม แต่การปฏิบัติ การบริหารสถานการณ์เฉพาะหน้าหรือในพื้นที่ต่าง ๆ ควรเป็นบทบาทนำของท้องถิ่น ภาคเอกชนและประชาชน (stakeholders ทั้งหมด) ผู้ซึ่งจะรู้ลึกถึงสถานการณ์ ความต้องการ วิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสม และมีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละท้องถิ่นมากที่สุด
ดังนั้น การมีส่วนร่วมและมีบทบาทหลักของท้องถิ่นจะเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ฉับไว ตรงประเด็นและส่งเสริมให้แต่ละท้องที่พึ่งพาตนเองได้ ไม่ต้องรอท่าทีจากส่วนกลางในทุกเรื่อง ซึ่งจะเป็นการสร้าง New Normal ที่ยั่งยืน สอดคล้องกับความเป็นจริง ทำได้จริง และเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง
คนสุดท้ายที่จะมาทำความรู้จักในวันนี้ คือ “พาย” ณัฐอร ลิมปิชาติ จากกรมสารนิเทศ จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ King’s College London สหราชอาณาจักร มีความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร สำหรับภารกิจนี้ ในแต่ละวันจะเข้าการประชุม ศบค. กลุ่มย่อย เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการสถานการณ์และการวางแผนเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดจากแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งนำข้อมูลมาย่อยและเตรียมให้กับ ณัฐภาณุ แถลงเป็นภาษาอังกฤษ
อย่างไรก็ตาม ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายในการวางแผนและหาลูกเล่นให้คนไทยหันมาฟังการแถลงภาษาอังกฤษให้มากขึ้น เพราะการแถลงภาษาอังกฤษนี้ ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อประโยชน์ของชาวต่างชาติในประเทศไทย หรือต่างประเทศให้รับทราบถึงความเป็นไปในประเทศเราอย่างเดียว แต่เราหวังว่าคนไทยจะได้ประโยชน์จากการแถลงภาษาอังกฤษนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งด้วย
ส่วนมุมมองต่อการแก้ไขปัญหาโควิดนั้น พาย มองว่า ประเทศไทยจัดการได้ดีมาก และประชาชนได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่การแก้ปัญหาครั้งใหญ่นี้ ทุกคนทุกฝ่ายต้องร่วมกัน ต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน คอยมองรอบข้างเรา มองต่างประเทศทั้งใกล้และไกล เพื่อศึกษาและหยิบเอาสิ่งที่ดีที่ถูกต้องมาปฏิบัติเพื่อให้เราเจ็บจากสถานการณ์นี้ให้น้อยที่สุด สุดท้ายก็กลับมาประโยคที่โฆษกทุกท่านเน้นย้ำทุกวัน คือ We must continue to keep our guard up and high
จะเห็นได้ว่า คนรุ่นใหม่ไฟแรงมีมุมมองที่สร้างสรรค์ก้าวไกล และทำงานด้วยความเสียสละด้วย เพราะออกมาปฏิบัติงานกันแม้ในช่วงที่โควิดระบาดแรงๆ ในบ้านเรา
และนี่คือ เบื้องหลังของกองทัพแถลงข่าวภาคภาษาอังกฤษของ ศบค. ที่น่าประทับใจ