กมธ.ปปช. ขุดคดีสินบนฉาวโตโยต้า 1.1 หมื่นล. เน้นตรวจสอบทำความจริงให้ปรากฎ
วันที่ 8 ก.ย.64 ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ(ป.ป.ช.) แถลงภายหลังการประชุม กมธ. กรณีการจ่ายสินบนของบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป สาขาประเทศไทยให้แก่ผู้พิพากษา และเจ้าหน้าที่รัฐของไทยเพื่ออำนวยความสะดวกในการเลี่ยงภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์โตโยต้า พรีอุส ของบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นมูลค่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 11,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2553-2555ว่า มีการตรวจสอบมาตั้งแต่ช่วงปี 53-57 โดยในครั้งนี้ กมธ.ป.ป.ช. ก็จะดำเนินการตรวจสอบคู่ขนานกันไปว่าคดีนี้มีข้อเท็จจริงอย่างไร โดยที่ไม่ได้ตั้งธง หากเป็นจริงเราจะปกป้องศักดิ์ศรีของประเทศไทยอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก เพราะเป็นเรื่องความเสื่อมเสียของกระบวนการยุติธรรม สร้างความไม่เชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศมาก ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวถ้าไม่มีความผิดจะต้องมีผู้รับผิดชอบที่ทำให้กระบวนการยุติธรรมไทยเสียหาย แต่ถ้าหากมีความผิดจะต้องมีผู้รับโทษโดยไม่มีละเว้น ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะมีตำแหน่งใหญ่โตแค่ไหนมาก็ตาม
นายธีรัจชัย กล่าวต่อว่า สำหรับในวันนี้ กมธ. ได้เชิญนายโยริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และตัวแทนจากสำนักงานกฎหมาย baker & mckenzie ที่มารับช่วงต่อในการทำคดีชั้นฎีกา ข้อเท็จจริงทราบว่า ขณะนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ฯ ได้มีการยื่นฎีกาเรียบร้อย ทางพนักงานอัยการได้ยื่นแก้ฎีกาแล้ว ขณะนี้คดีจึงอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จากการสอบถามนายโยริอากิ ยามาชิตะ พบว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เนื่องจากเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ฯ จึงยังไม่ทราบเรื่อง และทราบว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการว่าจ้างสำนักงานกฎหมายที่ทำคดีในระหว่างศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ได้ลาออกหมดแล้ว ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ได้อยู่ในบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ฯแล้ว นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบรายได้ของสำนักงานกฎหมายอันนานนท์ ที่ถูกพาดพิงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการติดสินบนอดีตผู้พิพากษาระดับสูงในคดีสินบนโตโยต้า พบว่า ในห้วงปี 56-60 มีรายได้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดจากหลายสิบล้านบาทเป็นจำนวนหลายร้อยล้านบาท จากที่ก่อนหน้าปี56 มีรายได้ในจำนวนแค่หลักแสนถึงล้านต้นๆ ซึ่งในห้วงปีดังกล่าวที่มีรายได้เพิ่มแบบก้าวกระโดดนั้น เป็นช่วงเวลาที่ทับซ้อนกับคดีนี้อีกด้วย ซึ่งทางนายโยริอากิ ยังตอบไม่ได้ และขอไปตรวจสอบก่อน
โฆษก กมธ.ป.ป.ช. กล่าวด้วยว่า สิ่งสำคัญที่ได้อีกเรื่องคือ ทางบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ฯ ได้ยอมรับว่ามีการจ่ายเงินค่าว่าจ้างไปแล้วจำนวน 18 ล้านดอลลาร์ หรือราวๆ360ล้านบาท มันสอดคล้องกับสำนักข่าว law 360 ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข่าวและวิเคราะห์ในด้านกฎหมายประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่ามีการสัญญาว่าจ้างมูลค่ารวม 27ล้านดอลลาร์ หรือราว844 ล้านบาท โดยอีก9ล้านดอลลาร์จะชำระต่อเมื่อบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ฯ ชนะการอุทธรณ์คดีที่เกี่ยวข้องกับภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ อย่างไรก็ตาม ทางกมธ. ได้ขอเอกสารสำคัญจากนายโยริอากิ ที่เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา และกระทรวงยุติธรรม สหรัฐฯ ได้มีการสอบสวน รวมถึงขอสัญญาว่าจ้างสำนักกฎหมายอันนานนท์ เพื่อนำมารวบรวม ซึ่งยังมีเอกสารอีกจำนวนมาก และอาจจะมีการเชิญนายโยริอากิ มาให้ข้อมูลอีกครั้ง
นายธีรัจชัย กล่าวด้วยว่า คดีภาษีจำนวน11,000ล้านบาท เป็นคดีที่มีมูลค่ามาก แต่ละฝ่ายพยายามอ้างความชอบธรรมในการยกเว้นภาษีในส่วนของโตโยต้า และทางกรมศุลกากร ก็อ้างการนำเข้าชิ้นส่วนที่สามารถนำมาประกอบได้80เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปมันสามารถเรียกเสียภาษีได้เต็มเหมือนรถทั้งคัน 2 สิ่งนี้จะเป็นเงื่อนงำนำไปสู่การที่มีการกล่าวหาจนเชื่อมโยงไปถึงอดีตตุลาการระดับสูงของประเทศไทยหรือไม่ เราจะตรวจสอบอย่างละเอียด