“บิ๊กตู่” เผยเตรียมนำปัญหาจะนะเข้าถกครม.14 ธ.ค. พร้อมรับฟังความคิดเห็น ชี้ ยกเลิกโครงการไม่ได้ ดักคอ คนไม่เกี่ยวข้องอย่าสร้างความวุ่นวาย

การเมือง13 ธ.ค. 2564 • 07:02 น.
“บิ๊กตู่” เผยเตรียมนำปัญหาจะนะเข้าถกครม.14 ธ.ค. พร้อมรับฟังความคิดเห็น ชี้ ยกเลิกโครงการไม่ได้ ดักคอ คนไม่เกี่ยวข้องอย่าสร้างความวุ่นวาย
เมื่อเวลา 11.25 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ถึงการแก้ไขปัญหาโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลาว่า ปัจจุบันตนได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาใหม่โดยจะนำเข้าสู่ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี(ครม.)วันที่ 14 ธ.ค. คือคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการดำเนินการขยายผลโครง การเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตหรือนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา โดยมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและรมว.พลังงาน เป็นประธาน เพื่อจะนำปัญหาต่างๆมาสู่กระบวนการแก้ไข โดยมติครม.ไม่สามารถทำนั่นทำนี่ได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการทำประชาพิจารณ์ และการศึกษาผลกระทบเชิยุทธศาสตร์(SEA)โดยต้องกลับมาทบทวนใหม่ทั้งหมด นายกฯ กล่าวว่า ดังนั้น จะเป็นเคสตัวอย่างในการทำอะไรต่างๆก็ตาม ที่ทำตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งเจตนารมณ์ของรัฐบาลคือต้องการให้ภาคใต้มีรายได้ที่ดีขึ้น มีกิจการต่างๆเพิ่มขึ้น แต่ขั้นตอนดำเนินการที่ยังมีปัญหาอยู่ต้องมาทบทวนใหม่ โดยเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนมากยิ่งขึ้น จึงอยากขอร้องว่า อย่าชุมนุมกันอีกเลย รัฐบาลก็รับมาพิจารณาให้แล้ว และจะดำเนินการให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชน แต่จะบอกว่าให้ยกเลิกเลย อย่างนี้มันไม่ได้ เพราะมีกฎหมายหลายตัวที่เกี่ยวข้องอยู่ ทั้งการทำประชาพิจารณ์ การทำ EHIA การปรับพื้นที่สีเขียว สีม่วง ต่างๆซึ่งมีกฎหมาย กระบวนการอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นครม.สั่งไม่ได้ มีเพียงต้องกำชับให้หน่วยงานต่างๆ ไปทำใหม่ให้ถูกต้อง ตรงกับความต้องการของพื้นที่ที่เป็นข้อเท็จจริง นายกฯ กล่าวว่า ส่วนเรื่องอื่นๆเช่น เรื่องที่ดินจะถูกหรือไม่ถูก ใครเป็นเจ้าของ ก็ต้องไปตรวจสอบกันอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเอามาพันทั้งหมดก็จะแก้อะไรได้สักอัน ยืนยันรัฐบาลจะแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วนเพื่อให้เดินหน้าไปสู่ความต้องการของประชาชน ซึ่งมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยก็ต้องไปดู แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่อยากให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาทำให้เกิดความวุ่นวายเท่านั้นเอง กระบวนการทำได้อยู่แล้ว ก็ขอให้เชื่อมั่น ซึ่งตนให้ความสำคัญในเรื่องนี้ และไม่ได้หยุดคิดมาหลายวันแล้ว แต่ที่ยังไม่พูด เพราะต้องการให้คนของเราได้ไปตรวจสอบก่อน เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ก็ได้ส่งนายสุพัฒนพงษ์ไปพูดคุยกับแกนนำมาแล้วในขั้นต้น ได้ทำความเข้าใจกันดีขึ้น ที่สำคัญที่สุดคือข้อมูลข่าวสารที่จะต้องรวดเร็วและทั่วถึง วันนี้มีการตรวจสอบจากหลายหน่วยงานด้วยกัน ทั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ต่างๆก็ได้มีคำชี้แจงออกมาแล้ว